
หั่นเครดิต"สโลวีเนีย"ลงจังก์
มูดี้ส์ หั่นเครดิตสโลวีเนีย ส่งสัญญาณอาจเป็นยูโรโซนรายใหม่ที่ต้องกู้เงินจากภายนอก
มูดี้ส์ หั่นเครดิตสโลวีเนีย ส่งสัญญาณอาจเป็นยูโรโซนรายใหม่ที่ต้องกู้เงินจากภายนอก
บริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศหั่นอันดับเครดิตประเทศสโลวีเนียลง 2 ขั้น จาก Ba1 มาอยู่ที่ Baa2 หรือระดับขยะ พร้อมให้แนวโน้มเป็นลบ จากปัญหาหนี้สินภาคธนาคาร พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่าสโลวีเนียอาจเป็นประเทศยูโรโซนรายต่อไปที่ต้องขอเงินกู้จากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)
แถลงการณ์ของมูดี้ส์ ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมาจากความกังวลในภาคการธนาคารของสโลวีเนีย รวมถึงปัญหางบดุลของรัฐบาล และความไม่แน่นอนในการระดมทุนของสโลวีเนีย ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่ประเทศนี้อาจจำเป็นต้องขอเงินช่วยเหลือจากภายนอก
การลดอันดับเครดิตของมูดี้ส์ ส่งผลให้สโลวีเนียต้องประกาศระงับการประมูลพันธบัตรอายุ 5 ปี และ 10 ปี วงเงิน 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 9 หมื่นล้านบาท) ในวันเดียวกันทันที แม้ว่าก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือน เม.ย. สโลวีเนียเพิ่งเปิดประมูลพันธบัตรไปได้สูงเกินคาดถึงราว 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4 แสนล้านบาท) ก็ตาม
สถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงของกลุ่มประเทศยูโรโซน ยังมีขึ้นก่อนการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่า อีซีบีอาจตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากเดิมที่ระดับ 0.75% เนื่องจากตัวเลขสำคัญๆ ของหลายประเทศต่างปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง อัตราว่างงานของยูโรโซนพุ่งไปแตะ 12.1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี อยู่ที่ 1.2%
แนวทางดังกล่าวนี้ยังสอดคล้องกับทิศทางในสหรัฐ ซึ่งรอยเตอร์สรายงานว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเปลี่ยนความคิดที่จะยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี และหันมาขยายมาตรการต่อเนื่องออกไปอีก เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมากพอ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อก็ขยายตัวขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 1.1% ในเดือน มี.ค.
ทั้งนี้ เป็นที่คาดกันว่าที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของเฟด จะมีมติคงการอัดฉีดเงิน 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ต่อไป
ในวันเดียวกัน สหพันธ์โลจิสติกส์และการจัดซื้อของจีน ได้เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) หรือดัชนีภาคการผลิต ซึ่งในเดือน เม.ย. ขยายตัวลดลงมาอยู่ที่ 50.6 จุด จาก 50.9 จุดในเดือนก่อนหน้า ซึ่งทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความแข็งแกร่งในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน
“พีเอ็มไอที่ลดลงเล็กน้อยกำลังบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจจีนยังไม่แข็งแกร่งพอ” จางลี่คุน นักวิเคราะห์สหพันธ์โลจิสติกส์ กล่าว และย้ำว่าควรดำเนินความพยายามเพื่อสร้างเสถียรภาพต่อการบริโภคภายใน และทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง







