
เคาะแล้ว! สหภาพยุโรป ห้ามขายรถสันดาป เริ่ม 2035
สหภาพยุโรป หรือ EU บรรลุข้อตกลงห้ามจำหน่ายรถยนต์สันดาป โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป ยันเร่งต่อสู้กับวิกฤต Climate change
พฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา สหภาพยุโรป หรือ (European Union – EU) ได้บรรลุข้อตกลงว่าด้วยกฎหมายห้ามจำหน่ายรถยนต์สันดาป โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป พร้อมตั้งเป้าว่าการออกกฎในครั้งนี้ จะเป็นการเร่งให้ทุกภาคส่วนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อต่อสู้กับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
จากการหารือของประเทศในกลุ่มยูโรโซนและรัฐสภายุโรป ทุกฝ่ายมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ผู้ผลิตรถยนต์จะต้องลดการปล่อย CO2 ให้ได้ 100% ภายในปี 2035 ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์สันดาปไม่สามารถซื้อขายกับ 27 ประเทศในกลุ่มยูโรโซนได้อีกต่อไป ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าสหภาพยุโรปกำลังก้าวไปสู่ zero-emission หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
Jan Huitema หนึ่งในสมาชิกรัฐสภายุโรปกล่าวว่า ข้อตกลงนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะราคารถยนต์แบบไร้มลพิษจะถูกลงกว่าเดิมมาก ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย
ข้อตกลงนี้ถือเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับผู้ผลิตรถยนต์หลายเจ้าต้องควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ ด้าน Volkswagen ก็ออกมาประกาศแล้วว่าตั้งแต่ปี 2033 เป็นต้นไปทางแบรนด์จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเฉพาะในยุโรปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในปี 2021 เคยมีกระแสต่อต้านกฎหมายของสหภาพยุโรปมาแล้ว โดยสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์แห่งยุโรป จากการถูกแบนเทคโนโลยีในการผลิต และเรียกร้องให้เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์พลังไฮโดรเจนร่วมมีบทบาทในช่วงการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low carbon)
ทั้งนี้ในที่ประชุมกำลังหารือข้อตกลงเกี่ยวกับกฎหมายอีก 2 ฉบับจากข้อตกลงดังกล่าว ก่อนการประชุมว่าด้วยเรื่องสภาพอากาศโดยองค์การสหประชาชาติที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้ภาวะเศรษฐกิจกำลังถดถอย ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นขนาดไหน สหภาพยุโรปยังคงดำเนินงานภายใต้เป้าหมายด้านสภาพอากาศ







