
มาเลย์สั่งบุกยึดซาบาห์คืน
ปฏิบัติการจู่โจมทั้งทางบกและอากาศหลังเจรจาเหลวกลุ่มปินส์ยืนยันไม่ไป
ปฏิบัติการจู่โจมทั้งทางบกและอากาศหลังเจรจาเหลวกลุ่มปินส์ยืนยันไม่ไป
มาเลย์จู่โจมเดือดผู้บุกรุกมุสลิมฟิลิปปินส์ที่รัฐซาบาห์ หลังเจรจาไม่สำเร็จ
รัฐบาลมาเลเซียตัดสินใจเปิดฉากบุก ส่งกองกำลังรักษาความมั่นคงทั้งทางบกและทางอากาศ โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มผู้รุกรานบริเวณหมู่บ้านลาฮัดดาตู บนเกาะบอร์เนียว ทางตะวันออกของรัฐซาบาห์อย่างดุเดือด หลังความพยายามเจรจาในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้กลุ่มดังกล่าวยอมจำนนและวางอาวุธไม่ประสบผลสำเร็จ
ก่อนหน้านี้ กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวซึ่งอ้างว่าเป็นกองทัพแห่งรัฐสุลต่านแห่งโซโลได้บุกขึ้นไปยังพื้นที่ดังกล่าว จนทำให้มีการปะทะกับตำรวจในพื้นที่จนมีผู้เสียชีวิตถึง 27 คน และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียกับฟิลิปปินส์ตึงเครียดขึ้นทันที
นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย ยอมรับว่า ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้มีขึ้นเพื่อรักษาความเป็นอธิปไตยของประเทศและปกป้องศักดิ์ศรีพลเมือง รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเร่งเดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มคนร้ายให้ออกไปจากแผ่นดินโดยเร็วที่สุด
การโจมตีมีขึ้น หลังกลุ่มติดอาวุธชาวฟิลิปปินส์ราว 300 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ภักดีต่อสุลต่านจามาลุล กิราม ที่ 3 แห่งโซโล ซึ่งนำโดยน้องชายของสุลต่าน ล่องเรือจากฟิลิปปินส์มาขึ้นฝั่งที่หมู่บ้านลาฮัด ดาตู เมื่อวันที่ 12 ก.พ. แสดงเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะปักหลักอยู่ในรัฐซาบาห์ มาเลเซีย เพื่อทวงคืนดินแดนแห่งนี้กลับคืนมา
ทั้งนี้ กลุ่มชาวฟิลิปปินส์ให้เหตุผลว่า ดินแดนแห่งนี้เป็นของสุลต่านโซโลมานาน กว่า 100 ปี เพียงแต่ให้มาเลเซียซึ่งกำลังขยายพื้นที่เพาะปลูกปาล์มเช่าไปหลายทศวรรษ กระทั่งถูกมาเลเซียยึดไปในที่สุด ขณะที่ทางรัฐบาลมาเลเซียไม่แสดงความเห็นใดๆ ต่อการกล่าวอ้างข้างต้น
ด้านรายงานเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่มาเลเซีย ระบุว่า การบุกโจมตีขั้นเด็ดขาดครั้งนี้กินเวลากว่า 9 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 5 มี.ค. และใช้ทั้งฝูงบินเจ็ตกับปืนครกภาคพื้น ตามด้วยหน่วยพยาบาล โดย อิสมาอิล โอมาร์ ผู้กำกับการตำรวจแห่งมาเลเซีย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบร่างผู้เสียชีวิต เช่นเดียวกันกับไม่มีรายงานการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่มาเลเซีย
“กองกำลังของเราเข้ายึดพื้นที่ส่วนใหญ่ได้เรียบร้อยดี แต่เราได้บอกให้เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมอยู่ตลอด เพราะเราเชื่อว่าศัตรูของเรายังคงอยู่ในพื้นที่นั้น” โอมาร์ กล่าว ก่อนตั้งความหวังว่ากองกำลังผู้บุกรุกจะยังไม่หลบหนีออกจากพื้นที่
ขณะที่ ริกกี คารันดัง โฆษกของประธานาธิบดี เบนิญโญ อาควิโน แห่งฟิลิปปินส์ ยอมรับว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นผลมาจากความดื้อดึงของผู้บุกรุก พร้อมระบุว่ารัฐบาลกรุงมะนิลาพยายามทำทุกทางเพื่อป้องกันเหตุดังกล่าวอย่างสุดความสามารถ แต่ท้ายที่สุดกลุ่มผู้ภักดีของสุลต่านแห่งโซโลกลับเลือกที่จะเดินสู่หนทางเลวร้ายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้การบุกจู่โจมจะเป็นไปอย่างราบรื่น และฝ่ายฟิลิปปินส์เข้าใจการกระทำของรัฐบาลมาเลเซีย แต่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างวิตกว่าเหตุรุนแรงครั้งนี้อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกรณีกระบวนการเจรจาสันติภาพของรัฐบาลกรุงมะนิลากับกลุ่มกบฏโมโร ซึ่งมาเลเซียเสนอตัวเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยเมื่อปีที่แล้ว







