posttoday
10เหตุการณ์สำคัญแห่ง...โป๊ปเบเนดิกต์

10เหตุการณ์สำคัญแห่ง...โป๊ปเบเนดิกต์

17 กุมภาพันธ์ 2556

“ถึงข้าพเจ้าจะถอนตัวไปเป็นผู้ภาวนา ข้าพเจ้าก็ยังอยู่ใกล้ชิดพวกท่าน แม้ว่าข้าพเจ้าจะเร้นกายจากโลกใบนี้ก็ตาม”

“ถึงข้าพเจ้าจะถอนตัวไปเป็นผู้ภาวนา ข้าพเจ้าก็ยังอยู่ใกล้ชิดพวกท่าน แม้ว่าข้าพเจ้าจะเร้นกายจากโลกใบนี้ก็ตาม”

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

“ถึงข้าพเจ้าจะถอนตัวไปเป็นผู้ภาวนา ข้าพเจ้าก็ยังอยู่ใกล้ชิดพวกท่าน แม้ว่าข้าพเจ้าจะเร้นกายจากโลกใบนี้ก็ตาม” สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ตรัสถึงแผนการหลังประกาศสละตำแหน่งครั้งแรก

และเป็นดำรัสที่ผู้เชี่ยวชาญด้านคริสตจักรเห็นตรงกันว่า ทรงประกาศเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะพำนักอยู่ภายในวิหารของนครวาติกันอย่างสันโดษ ไม่ขอวุ่นวายกับกิจการงานใดอีกต่อไป

และเพื่อถวายความเคารพในการตัดสินพระทัยที่เด็ดเดี่ยวในครั้งนี้ ทีมข่าวต่างประเทศจึงได้รวบรวม 10 เหตุการณ์สำคัญในระหว่างสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงดำรงตำแหน่ง เพื่อร่วมชื่นชมกับพระราชกรณียกิจของพระองค์

อันดับแรกสุด คือ การประกาศแต่งตั้งให้ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสันตะปาปา ในปี 2548 ซึ่งขณะนั้นทรงมีพระชนมายุ 78 พรรษา ทำให้ทรงเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์แรกในรอบ 275 ปีที่มีพระชนมายุมากที่สุดขณะเข้ารับตำแหน่ง

10เหตุการณ์สำคัญแห่ง...โป๊ปเบเนดิกต์

 

อันดับที่สอง คือ การเสด็จเยือนสุเหร่าสีน้ำเงินในกรุงอิสตันบูล ตุรกี ช่วงปลายปี 2549 พร้อมร่วมพิธีภาวนากับชาวมุสลิม เพราะทำให้เห็นความพยายามของคริสตจักรที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับต่างศาสนา โดยถือเป็นประมุขแห่งคริสตจักรองค์ที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ได้เยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม

อันดับที่สาม คือ การแสดงเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะอนุรักษ์ค่านิยมดั้งเดิมของคาทอลิกท่ามกลางกระแสกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยในเดือน มี.ค. 2550 ทรงปฏิเสธการจัดอภิปรายเรื่องการครองความโสดของบาทหลวง โดยให้เหตุผลว่าเป็นกฎข้อบังคับที่จำเป็น พร้อมยืนกรานไม่ทรงสนับสนุนชาวคาทอลิกที่หย่าร้างแล้วกลับมาแต่งงานกันอีก รวมถึงการทำแท้ง การการุณยฆาต และการแต่งงานของคนรักร่วมเพศ

อันดับที่สี่ คือ การเยือนอนุสรณ์สถานผู้เสียชีวิตจากการสังหารหมู่ของกองทัพนาซีที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย ในเดือน ก.ย. 2550 พร้อมแสดงความเสียพระทัยต่อความผิดพลาดในอดีตถึงชาวยิวทุกคน ขณะที่หลังจากนั้นไม่กี่เดือนองค์สันตะปาปาได้ดำรัสถึงความเลวร้ายของการเติบโตภายใต้ลัทธินาซี ทำให้นักวิเคราะห์เห็นว่าเป็นความพยายามอีกครั้งของคริสตจักรที่จะประสานรอยร้าวกับชาวยิว

อันดับที่ห้า คือ การกล่าวสุนทรพจน์ในเดือนก.ค. 2551 ท่ามกลางเหล่าบิชอปในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย เนื่องในวันเยาวชนโลก ซึ่งใจความตอนหนึ่งทรงตรัสขออภัยต่อเด็กๆ ที่โดนบาทหลวงบางคนล่วงละเมิดทางเพศ โดยระบุชัดว่าเป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่ง พร้อมเรียกร้องให้นำตัวผู้กระทำผิดมาสืบสวนตามกระบวนการยุติธรรม

อันดับที่หก คือ ช่วงคริสต์มาสปี 2552 เมื่อ ซูซานนา ไมโอโล หญิงสติไม่สมประกอบ พุ่งเข้าหาสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ระหว่างเสด็จร่วมพิธีฉลองหมู่ที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จนทรงล้มลงกับพื้น ทำให้เกิดกังขาต่อระบบรักษาความปลอดภัยของวาติกัน และเรียกร้องให้มีการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน

อันดับที่เจ็ด คือ เกิดขึ้นท่ามกลางคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กภายใต้รั้วโบสถ์โรมันคาทอลิกที่มีการขุดคุ้ยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในเดือน มี.ค. 2553 สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเขียนจดหมายถึงโบสถ์ในไอร์แลนด์แสดงความเสียพระทัยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมขออภัยต่อเหยื่อที่ต้องทุกข์ทรมาน ซึ่งแม้จะเป็นการกระทำที่ไม่มีใครคาดคิด แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเหยื่อที่อยากให้คริสตจักรสะสาง ชดเชย แก้ไข และป้องกันให้รัดกุมโปร่งใสมากที่สุด

อันดับที่แปด คือ การเสด็จเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเดือน ก.ย. 2553 ในรอบเกือบ 30 ปี นับตั้งแต่การเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ก่อน ท่ามกลางการต้อนรับนับแสนจากชาวคริสต์ ทั้งนิกายโรมันคาทอลิกกับนิกายอื่นๆ ด้วยความปีติยินดี

อันดับที่เก้า คือ การประกาศสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมอย่างทวิตเตอร์ โดยใช้ชื่อบัญชีว่า “แอด พอนติเฟกซ์ (@Pontifex) ซึ่งนับเป็นการปฏิรูปภาพลักษณ์อนุรักษนิยมของพระองค์ เพื่อเข้าถึงชาวคริสต์ทุกคน และเพื่อเผยแผ่พระธรรมคำสอน

และอันดับที่สิบ จะเป็นเหตุการณ์อะไรไม่ได้นอกจากการตัดสินพระทัยที่ช็อกโลกล่าสุด ซึ่งทรงประกาศชัดเจนหนักแน่นว่า ทรงสละตำแหน่งสมเด็จพระสันตะปาปา ทำให้ทรงเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์แรกในรอบ 600 ปีที่ประกาศสละตำแหน่งดังกล่าว โดยทรงให้เหตุผลกระชับแต่ชัดเจนว่า ความแข็งแกร่งของพระองค์ไม่เหมาะสมที่จะบริหารปกครองคริสตจักรอีกต่อไป

ทั้งนี้ แม้นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญจากหลายสำนักจะเห็นตรงกันว่าในระหว่างการดำรงตำแหน่งประมุขแห่งคริสตจักร สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ได้ทรงนำพาความเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว บวกกับข่าวอื้อฉาวซึ่งได้รับการขุดคุ้ยออกมาเรื่อยๆ การกระทำของพระองค์ยังคงไม่เพียงพอ

และเป็นที่น่าจับตามองต่อไป สมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ภายใต้การประชุมลับ ณ นครวาติกัน จะปรับปรุงและนำพาคริสตจักรแห่งนี้ไปในทิศทางใด

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก