posttoday
Happy meal Happy family (1)

Happy meal Happy family (1)

27 มกราคม 2556

ใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีนเข้ามาทุกที บรรดาชาวจีนที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปทำงานต่างถิ่น

ใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีนเข้ามาทุกที บรรดาชาวจีนที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปทำงานต่างถิ่น

ล้วนเตรียมตัวเก็บสัมภาระเดินทางกลับไปหาญาติพี่น้องที่กำลังตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ โดยมากพวกเขามักตีตั๋วกลับให้ทันร่วมรับประทานอาหารมื้อส่งท้ายปีเก่า เพราะถือเป็นอาหารมื้อสำคัญที่เสริมสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว เมนูอาหารมื้อนี้ของแต่ละถิ่นล้วนมีหน้าตาและรสชาติที่ชวนให้น้ำลายสอกันไปตามๆ กัน เรียกว่าเป็นมื้อที่ช่วยให้อิ่มท้องอิ่มใจได้ในคราเดียวกัน

หัวใจสำคัญของการรับประทานอาหารมื้อนี้อยู่ที่การอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาของสมาชิกทุกคน ในบางพื้นที่หากมีสมาชิกกลับมาไม่ทันหรือติดธุระสำคัญ ก็จะมีการเผื่อที่นั่งและเตรียมอุปกรณ์การรับประทานอาหารไว้ เพื่อแสดงถึงการรวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียงของคนในบ้าน หากมีคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานใหม่ร่วมรับประทานด้วย ก็มักจะเพิ่มตะเกียบและชามอีกชุดหนึ่ง เอาเคล็ดว่าจะได้มีลูกหลานสืบสกุล อาหารที่วางเรียงรายบนโต๊ะมักจะทำในปริมาณมาก รับประทานไม่หมดก็สามารถเหลือรับประทานกันในวันรุ่งขึ้น(ตรุษจีน) เชื่อกันว่าจะได้เหลือกินเหลือใช้ตลอดทั้งปี มีข้อน่าสังเกตว่าเมนูอาหารที่รับประทานกันในมื้อดังกล่าว มักมีเสียงพ้องกับคำศัพท์ที่มีความหมายในเชิงมงคล ชาวจีนจึงรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กับการรับสิ่งดีๆ ในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงหรือยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู เทศกาลที่สืบทอดกันมาช้านานอย่างเทศกาลตรุษจีนยังคงเป็นวันที่มีความสำคัญต่อชาวจีนมาโดยตลอด ว่ากันว่าช่วง 30 ปีแรกของการสถาปนาประเทศ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนยังไม่สู้ดีนัก ขอเพียงมีอาหารประทังชีวิตในแต่ละวันก็เพียงพอแล้ว ชาวจีนจึงไม่ได้ฉลองตรุษจีนด้วยการกินดื่มอย่างจุใจ แต่เป็นการเฉลิมฉลองตามอัตภาพ 20 ปีต่อจากนั้น ผู้คนเริ่มมีฐานะดีขึ้น จึงมีโอกาสในการลิ้มลองรสชาติอาหารที่มีความหลากหลายมากขึ้น แต่พอมาถึงช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ ความเจริญทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผู้คนจึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการกินเพื่อสุขภาพ อาหารที่รับประทานกันในมื้อส่งท้ายปี จึงพิถีพิถันในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้นตามลำดับ

Happy meal Happy family (1)

 

ภาพรวมของอาหารที่กินกันในช่วงตรุษจีนในหมู่ชาวจีน สามารถอธิบายโดยสังเขป ดังนี้

ช่วงแรกเริ่มของการสถาปนาประเทศ (ราวปี ค.ศ. 1949) ชาวจีนยังใช้ชีวิตอยู่ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ขาดแคลนเสบียงอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภค รัฐบาลออกกฎจำกัดปริมาณอาหารที่ซื้อขายโดยต้องใช้คูปองในการจับจ่ายใช้สอย พอย่างเข้าเทศกาลตรุษจีน แต่ละครอบครัวจะได้รับโควตาเนื้อสัตว์ราว 12 กิโลกรัม กินกันเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งก็ถือว่าดีมากแล้วสำหรับคนในยุคนั้น ปริมาณเนื้อที่ไม่เพียงพอย่อมเป็นเรื่องชวนปวดหัวสำหรับแม่บ้าน พวกเธอมักหาทางออกด้วยการหั่นเนื้อที่มีอยู่อย่างจำกัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปใส่เป็นส่วนผสมของอาหารหลายจาน เพราะหากหั่นเนื้อไว้ในจานเดียว คงแย่งกันกินหมดในชั่วพริบตา การได้รับประทานเนื้อสัตว์ในช่วงตรุษจีนถือเป็นลาภปากและความสุขที่หลายคนรอคอยมานานนับปี

ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 60 เทศกาลตรุษจีนถือเป็นช่วงเวลาแห่งการคลายความอยาก (อาหาร) ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะมีการเพิ่มโควตาอาหารให้แก่คนในแต่ละท้องถิ่น ยกตัวอย่างเช่น ชาวปักกิ่งจะได้รับโควตาการซื้อน้ำมัน เนื้อสัตว์เพิ่มอีกคนละ 0.25 กิโลกรัม และสามารถซื้อของเบ็ดเตล็ดอย่างถั่วเหลือง ถั่วเขียว ปลา เป็นต้น ในปริมาณที่มากขึ้น การนำวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างจำกัดมาประกอบอาหารให้น่ารับประทาน ถือเป็นบททดสอบที่สำคัญของแม่บ้านในยุคนั้น

พอถึงทศวรรษที่ 70 ความเป็นอยู่ของชาวจีนในยุคนี้กระเตื้องขึ้นจากเดิมมาก บรรดาข้าวสาร น้ำมัน เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ผลไม้ ใบชาล้วนมีอยู่มากพอในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทั้งยังมีพืชผักฤดูร้อนอย่างแตงกวา มะเขือเทศ ถั่วให้เลือกซื้อกันอีกด้วย นี่ยังไม่นับรวมผักและผลไม้ป่า บรรดาไก่ เป็ด ปลา นกที่ยังไม่ตาย ก็มีวางขายกันตามท้องตลาด เรียกว่าเป็นช่วงที่พืชผักมีขายกันอย่างเกลื่อนกลาด อาหารที่บริโภคกันในช่วงตรุษจีนเริ่มเปลี่ยนจากสภาวะที่ขาดแคลนมาเป็นสภาวะที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้นทุกปี นับเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังมาเยือนดินแดนแห่งนี้

เมื่อย่างเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมของชาวจีนก็ได้รับการยกระดับอย่างเห็นเด่นชัด โดยเฉพาะชาวเมืองใหญ่ที่มีอาหารการกินหลากหลายเมนูให้เลือกสรร แต่ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เมนูอาหารมื้อส่งท้ายปีเก่าของชาวจีนในแต่ละถิ่น ก็ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตนไม่เคยเสื่อมคลาย

เราลองไปดูกันว่าอาหารมื้อส่งท้ายปีเก่า หรือที่เรียกกันในภาษาจีนว่า “ถวนหยวนฟั่น” หรือ “เหนียนเยี่ยฟั่น” ของแต่ละพื้นที่จะมีเมนูเด่นๆ ที่น่าสนใจอะไรกันบ้าง

อาหารมื้อส่งท้ายที่ชาวเหอหนานจะขาดไม่ได้ คือ เกี๊ยว ซึ่งก็คงเหมือนกับชาวจีนทางเหนือหลายแห่งที่กินเกี๊ยวกันในมื้อดังกล่าว แต่เกี๊ยวที่ห่อกันในวันส่งท้ายปีก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจ กล่าวคือ ทุกปีแต่ละบ้านจะรวมตัวกันในช่วงเช้าของวันส่งท้ายปีเก่า จากนั้นก็จะเริ่มลงมือสับเนื้อหมูให้ละเอียด คลึงแป้งเกี๊ยวเตรียมไว้ห่อ จำนวนของเกี๊ยวที่ห่อก็จะนับเอาจากสมาชิกในบ้านเป็นหลัก เกี๊ยวที่ห่อเสร็จจะจัดวางอย่างเป็นระเบียบ โดยจะทำเผื่อไว้รับประทานในมื้อเช้าของวันตรุษจีน บางพื้นที่ถึงกับเตรียมเผื่อไว้กินในมื้อเช้าของวันที่ 5

เพื่อเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าสิ้นสุดการเฉลิมฉลอง แม้ว่าในปัจจุบัน ชาวจีนบางส่วนเลือกที่จะรับประทานอาหารมื้อส่งท้ายปีเก่ากันตามภัตตาคารหรือโรงแรม แต่ชาวเหอหนานยังคงมีเมนูเกี๊ยวในแบบฉบับของตัวเองไว้รับประทานกันในอาหารมื้อสำคัญเช่นนี้ไม่เคยแปรเปลี่ยน

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่