posttoday
อร่อยร้อยลิ้น (8)

อร่อยร้อยลิ้น (8)

13 มกราคม 2556

ช่วงหลังปีใหม่ในญี่ปุ่น นอกจากการไปไหว้พระไหว้เทพกันตามธรรมเนียมแล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดก็คือการช็อปปิ้งครับ

ช่วงหลังปีใหม่ในญี่ปุ่น นอกจากการไปไหว้พระไหว้เทพกันตามธรรมเนียมแล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดก็คือการช็อปปิ้งครับ

ในบรรดาเทศกาลที่ช็อปปิ้งสนุกสนานที่สุดก็ต้องช่วงหลังวันปีใหม่นี่แหละครับ เพราะบรรดาห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างพากันกระหน่ำลดราคากันถล่มทลาย เพื่อดูดเงินเดือนและโบนัสกันก่อนที่จะไปใช้อย่างอื่นหมด ทุกปีผมจะต้องอยู่ญี่ปุ่นยาวคร่อมช่วงปีใหม่ และถ้าเป็นไปได้ก็จะอยู่จนชนอีกเสาร์อาทิตย์นึง ในอดีตร้านค้าส่วนใหญ่จะเปิดกันวันที่ 2 ม.ค. แต่ระยะหลังบางแห่งบางห้างก็เปิดกันตั้งแต่วันที่ 1 แล้ว ผมกลับจากฮอกไกโดมาโตเกียว ยังอดแปลกใจไม่ได้ว่าปีนี้เปิดขายกันตั้งแต่วันแรกของปี แต่ก็มีหลายร้านที่ยังไม่เปิด โดยเฉพาะร้านอาหาร เหมือนที่ผมเขียนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รอบนี้เลยไม่ค่อยมีโอกาสไปหาร้านใหม่ๆ ในย่านกินซาทานสักเท่าไหร่ แต่ทริปนี้พอดีผมพักอยู่ที่โอไดบะ เพราะเพิ่งจะตัดสินใจว่าจะมานอนที่โตเกียวในคืนวันปีใหม่ แต่หาโรงแรมกลางย่านช็อปปิ้งอย่างชิบุยะหรือกินซาไม่ได้เลย พอดีทางโรงแรม Grand Pacific Le Daiba เขาช่วยหาห้องให้ผมได้ ก็เลยใช้ชีวิตช่วงปีใหม่อยู่ที่โอไดบะ และบังเอิญไปเจอร้านอาหารอยู่ร้านนึง เลยถือโอกาสมาแนะนำให้ท่านผู้อ่านรู้จักกัน

อร่อยร้อยลิ้น (8)

ร้านที่ผมไปเจอมาใหม่นี้อยู่ที่ Aqua City ครับ ใครเคยไปโอไดบะคงพอนึกออก แต่สำหรับท่านที่ไม่เคยไปก็สามารถไปได้แบบง่ายที่สุด โดยไปตั้งต้นที่สถานีรถไฟ JR Shimbashi ซึ่งเป็นต้นทางของรถไฟฟ้าขบวนพิเศษ Yurikamome เจ้ารถขบวนนี้ไม่ใช่รถไฟธรรมดา เพราะเป็นรถอัตโนมัติไม่มีคนขับ มีช่องทางวิ่งที่ดูคล้ายราง แต่มันเป็นช่องทางคอนกรีต เป็นตัวบังคับให้รถวิ่งไปในทิศทางที่กำหนด ล้อรถขบวนนี้เป็นล้อยาง ไม่ใช่ล้อเหล็ก จึงทำให้วิ่งได้นุ่มกว่าและเงียบกว่า นั่งไปลงที่สถานี Daiba ค่ารถประมาณ 310 เยน ตรงสถานีนี้เป็นที่ตั้งของโรงแรม Nikko และ Grand Pacific Le Daiba ที่ผมพัก มีอาคารสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ฟูจิ รวมทั้งศูนย์การค้าอีก 3 แห่ง คือ Decks, Aqua City และ Diver City เหมาะสำหรับท่านที่มากับครอบครัวมาก เพราะตอบโจทย์ได้ทุกเรื่อง โดยส่วนตัวผมชอบนอนแถวนี้มากกว่าแถวย่านชินจูกุที่คนไทยชอบไปเสียอีก

ร้านอาหารร้านใหม่ที่ผมติดใจเป็นร้านเนื้อย่างอยู่บนชั้น 6 ของ Aqua City ชื่อร้าน Garuva ปราดแรกที่เห็นแล้วสะกิดความรู้สึกของผมคือคำว่า Kobe Beef A5 โดยปกติร้านเนื้อย่างทั่วไปจะไม่ใช้เนื้อคุณภาพระดับนี้กันครับ เพราะมันแพงและมีโอกาสเสียของ ย่างกันเองทำกันเอง ไฟแรงเกินไปเนื้อไหม้หมดราคากันพอดี การจะทานเนื้อย่างดีๆ ควรไปทานตามร้านสเต๊ก หรือ Teppanyaki ให้พ่อครัวเขาทำให้ถูกใจกว่าเยอะ แต่พอดีว่าบรรยากาศของร้านนี้มันดูดีกว่าร้านเนื้อย่างทั่วไป และยังเห็นวิว Rainbow Bridge อย่างเต็มตาอีกด้วย ผมเลยตัดสินใจเข้าไปลองชิม จะทานเนื้อดีๆ แบบนี้ต้องมั่นใจว่าเขาไม่หลอก ผมเคยไปทานอยู่ร้านนึงแถวชินจูกุ ทัวร์ไทยชอบไปทานกัน ผมลองทานดูแล้วมั่นใจว่าถูกหลอก เลยไม่กล้าแนะนำให้ใครไปทาน แต่ที่ร้าน Garuva นี้มี Certificate ติดไว้ให้ตรวจสอบได้เลย เปิดเมนูดูราคาก็พอรับไหว ลองสั่งชุดเนื้อ 6 อย่าง อย่างละ 3 ชิ้นมาลองดู ร้านเขาดีมากเลยครับ เขามาอธิบายว่าเนื้ออย่างไหนเรียกว่าอะไร มาจากตำแหน่งไหนของตัววัว พร้อมมีรูปประกอบ ง่ายกับการทำความเข้าใจ และยังจัดลำดับความนุ่มให้อีกด้วย ในจานก็ยังมีกระดาษเขียนบอกประเภทของเนื้อกำกับไว้กันพลาด เวลาทานจะได้รู้ว่าเนื้อไหนนุ่มกว่ากัน สำหรับผมแล้วทั้ง 6 ส่วนอร่อยหมด สมกับเป็นเนื้อโกเบระดับ A5 จริงๆ เคล็ดลับในการทานเนื้อคุณภาพดีด้วยการย่างเอง คือ อย่าใช้ไฟแรงจนเกินไป เพราะเนื้อระดับนี้ไขมันเยอะ โดนไฟแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไหม้ ให้ไฟอ่อนเนื้อจะค่อยๆ สุก เนื้อแบบนี้เขาไม่ทานสุกจนเกินไป เอาแบบยังเรื่อๆ อยู่บ้างกำลังเหมาะ เครื่องปรุงรสที่ดีที่สุดสำหรับชิ้นแรกต้องเป็นเกลือครับ แตะนิดๆ พอให้มีรสเค็ม เพื่อให้ได้รสชาติของเนื้อมากที่สุด ถ้าเป็นเนื้อย่างบุฟเฟต์ร้านทัวร์ลง จะจิ้มซอสจิ้มแจ่วยังไงตามใจชอบเลยครับ เพราะเขาเน้นปริมาณ แต่ถ้าจ่ายแพงๆ แล้วไม่มีโอกาสรู้รสชาติของความแพง ผมเสียดายแทนครับ

สำหรับท่านที่ไม่ทานเนื้อ ก็สามารถไปร่วมทานกับผองเพื่อนได้ ทางร้านเขามีหมูและซีฟู้ดให้บริการด้วยเหมือนกัน แต่สำหรับท่านที่ชอบทานเนื้อ โดยเฉพาะเนื้อคุณภาพดี ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่ควรพลาด แต่งบประมาณอาจจะสูงสักหน่อย อย่างชุดที่ผมสั่งมาทานนี่ก็ 9,000 กว่าเยน ซีฟู้ดอีก ซุปอีก ข้าวอีก เบ็ดเสร็จแล้ว 1.8 หมื่นกว่าเยน อิ่มกำลังดี ไม่เหลือเฟือจนเกินกำลัง และต้องบอกย้ำกันอีกทีว่า ร้านเนื้อย่างดีๆ เขาไม่มีบุฟเฟต์นะครับ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ร้านเนื้อย่างแบบบุฟเฟต์ก็ไม่สามารถให้บริการเนื้อคุณภาพดีได้เช่นกัน ใครจะพาแฟนไป ขอแนะนำให้ไปช่วงหัวค่ำ รับรองว่าประทับใจ ได้ทั้งอาหารอร่อย และวิวสวยๆ ของโตเกียวยามค่ำคืน คุ้มเงินและคุ้มค่าที่จะมาครับ

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก