
Lost in Thailand
ใครที่เป็นคอภาพยนตร์จีนแนวตลกขบขันแล้วพลาดชมหนังที่เราจะพูดกันในวันนี้
ใครที่เป็นคอภาพยนตร์จีนแนวตลกขบขันแล้วพลาดชมหนังที่เราจะพูดกันในวันนี้
คงต้องบ่นเสียดายกันยกใหญ่ เพราะเสียงตอบรับจากผู้ชมชาวจีนต่อภาพยนตร์จีนพันล้านอย่าง Lost in Thailand ย่อมการันตีถึงความสนุกสนาน และสาระบันเทิงที่ได้จากการชม เรียกว่าเป็น Talk of the town ที่กำลังฮือฮากันไปทั่วบ้านทั่วเมืองในตอนนี้ ทั้งยังช่วยปลุกกระแสภาพยนตร์จีนด้วยสถิติการซื้อตั๋วเช้าชมมากเป็นประวัติการณ์ถึง 30 ล้านใบ ภายในเวลาเพียงแค่ 3 สัปดาห์
กระแสความแรงของหนังเรื่องดังกล่าวยังส่งอานิสงส์มาถึงการท่องเที่ยวไทยในฐานะที่เป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก ใครที่ได้ใช้สนามบินช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อาจรู้สึกแปลกใจกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่แห่กันมาดื่มด่ำบรรยากาศตามสถานที่ต่างๆ ของไทย จนอดคิดไม่ได้ว่ากำลังอยู่ในสนามบินที่เมืองจีนหรือเปล่า เพราะมีแต่ผู้โดยสารชาวจีนเนืองแน่นไปทั่วสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินเชียงใหม่ เสียงตอบรับที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างรายได้ให้แก่การท่องเที่ยวไทยอย่างอัศจรรย์ใจ
ก่อนอื่นคงต้องแนะนำหนังตลกฟอร์มเล็กที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ ทั้งความคมชัดของภาพ ดนตรีและเพลงประกอบภาพยนตร์ บทภาพยนตร์ที่สร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ชม ตลอดจนเทคนิคในการตัดต่อที่ผู้กำกับมือใหม่อย่าง สวีเจิง ลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญจากฮอลลีวูดมาโชว์ฝีไม้ลายมือกัน ผลงานใหม่แกะกล่องที่บรรจงสร้างชิ้นนี้ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง มีความลงตัวในทุกๆ เรื่อง เป็นม้ามืดของวงการภาพยนตร์จีนที่สร้างเสียงหัวเราะและรายได้อย่างถล่มทลาย จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนังดีมีคุณภาพที่ไม่ควรพลาดชม ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ สวีเจิง นักแสดงมากความสามารถที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับครั้งแรก และสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการภาพยนตร์จีน ด้วยการเป็นภาพยนตร์รายได้เหยียบพันล้านหยวนเรื่องแรกของจีน
เหตุที่ผู้กำกับมือทองเลือกถ่ายทำในประเทศไทย เพราะเคยผ่านประสบการณ์แปลกใหม่ด้วยตัวเองในดินแดนแห่งนี้ จึงมีฉากแปลกๆ ใหม่ๆ สำหรับคนจีนอย่างการเจอสาวประเภทสองในวัด หรือเข้าใจผิดคิดว่าสาวงามที่เคยเจอในลิฟต์เป็นสาวแท้ ที่จริงก็คือสาวประเภทสอง รวมถึงอาหารการกินแบบไทย และเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยนานาชนิด นับเป็นเรื่องดีที่ฉากธรรมดาในสายตาคนไทย กลับเป็นอะไรที่แปลกตาของคนต่างวัฒนธรรมที่ไม่มีประสบการณ์ทำนองนี้มาก่อน ทำให้ชาวจีนได้รู้ถึงสภาพสังคมและขนบธรรมเนียมไทยมากขึ้น สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างคนสองวัฒนธรรม
ความแตกต่างของภาพยนตร์แนวตลกเรื่องนี้กับเรื่องอื่นๆ อยู่ตรงที่ไม่ใช้มุขตลกแบบเดิมๆ หรือใช้คำพูดหยาบโลน ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการยกระดับหนังตลกจีนขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง หวังเป่าเฉียง ตัวละครนำที่สร้างเสียงหัวเราะได้เกือบทุกฉาก ก็แสดงได้อย่างสมจริง ส่วนพระเอกอย่าง สวีเจิง ผู้ที่มุมานะในเรื่องงานจนลืมให้ความสำคัญกับครอบครัว ก็เป็นกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตหนุ่มสาวจีนยุคใหม่ที่เห็นงานคือพระเจ้า มองไม่เห็นว่าชีวิตมีอะไรมากไปกว่านั้น จนท้ายสุดก็ค้นพบว่าครอบครัวมีความหมายต่อคนคนหนึ่งมากเพียงใด
แม้จะเป็นหนังแนวตลก แต่ก็มีการสอดแทรกความรักความอบอุ่นของครอบครัว ทำเอาผู้ชมซึ้งจนน้ำตาไหลพราก อย่างเช่นฉากที่ สวีเจิง เห็นไดอะรีที่ หวังเป่าเฉียง เขียนจดหมายหลายต่อหลายฉบับถึงแม่ที่ไม่สบาย ทำให้ตัวเขาเองถึงกับโทรศัพท์ไปหาภรรยา และพูดว่า “พวกเธอสำคัญมากจริงๆ...” ทั้งยังมีฉากสร้างความฮือฮาในตอนจบ ด้วยการปรากฏตัวของซูเปอร์สตาร์สาว ฟ่านปิงปิง ที่หลายคนคิดว่าคงไม่ได้เข้าฉาก แต่แล้วก็ได้เห็นเธอในภาพยนตร์จนได้
ความสำเร็จอย่างหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ อยู่ที่การสามารถนำเอาสาระบันเทิงผสานเข้ากับวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทยเราได้อย่างลงตัว ภาพของสนามบินสุวรรณภูมิที่มีเครื่องบินผลัดกันขึ้นและลงอย่าไม่ว่างเว้น สีสันของแท็กซี่จากหลากหลายบริษัทที่ช่วยเพิ่มความสดใสให้แก่เมืองหลวงแห่งนี้ มอเตอร์ไซค์ที่บิดคันเร่งกันจ้าละหวั่นบนท้องถนน รถไฟแบบหวานเย็นที่มีกลิ่นอายความเป็นไทย เรื่องราวของสาวประเภทสอง ..
สิ่งที่เอ่ยมาทั้งหมดนี้ อาจไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับคนไทยอย่างเราๆ ที่เติบโตมาในสภาพสังคมเช่นนี้ แต่กลับเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับชาวจีนที่ได้เห็นภาพของผู้คนต่างบ้านต่างเมืองผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวผจญภัยของตัวละครเอกในเรื่อง ที่สำคัญดึงดูดให้ผู้ชมชาวจีนเดินทางมาสัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้ด้วยตัวเอง
การที่สถานที่ถ่ายทำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของหนังเรื่องนี้อยู่ในประเทศไทย ย่อมส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนของตัวเลขนักท่องเที่ยว ทั้งในส่วนที่เคยมาเที่ยว และยังไม่เคยมาสัมผัสกับความเป็นไทยตามสถานที่ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะพีพี พระราชวังบางปะอิน ฯลฯ ล้วนกลายเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาแฟนหนังชาวจีน และดึงดูดให้อยากเดินทางไปชมสถานที่ถ่ายทำจริง โดยเฉพาะเชียงใหม่ที่มีตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 5 เท่า หลังจากที่ภาพยนตร์ดังกล่าวฉายเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทำให้ยอดรวมการจองโปรแกรมท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นในชั่วพริบตา
สถิติการท่องเที่ยวจีนระบุไว้ว่า เฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มาเยือนไทย มียอดสูงนับหมื่นคนในช่วงปลายเดือน ธ.ค. สูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3 เท่า การไปไหว้พระ การทำสปา การชมการแสดงของสาวประเภทสอง ซึ่งล้วนแต่เป็นฉากที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ล้วนเป็นโปรแกรมที่ถูกบรรจุอยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยวของคนที่ยังไม่เคยมาเมืองไทย ยอดจองโรงแรมระดับ 5 ดาวในเชียงใหม่ พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนเรียกว่าแทบหาห้องว่างไม่มี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ถือเป็นวันหยุดยาวของจีนในปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวจีนเฮโลกันมาไทยอย่างมืดฟ้ามัวดิน
คาดการณ์ว่าปี 2013 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะทะลุเป้า 30 ล้านคน กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบ้าง จากเดิมจะเป็นคนเมืองใหญ่ แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มว่าชาวจีนตามเมืองที่มีขนาดรองลงมาก็เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่ให้ความสนใจกับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่น่าสนใจก็คือ เอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยอย่างการนวดแผนไทย การทำสปา การแสดงช้าง การนั่งรถตุ๊กตุ๊ก การร่ายรำแบบไทย บ้านบนน้ำของไทยจะเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวจีนมากขึ้น และนับเป็นโอกาสดีที่ชาวไทยจะได้เผยแพร่ความเป็นไทย และสร้างรายได้จำนวนมหาศาลเข้าสู่ประเทศ
งานนี้นอกจากจะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้นแล้ว หากแผนการฉายภาพยนตร์ดังกล่าวในทวีปยุโรปและอเมริกาสำเร็จ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีแล้วละก็ ชาวไทยคงได้รับการกล่าวขานจากคนจำนวนมาก และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในดวงใจของนักท่องเที่ยวจากดินแดนหลายแห่งของโลก







