
6ปีเศรษฐกิจจีนแซงมะกัน
จีนเชื่อเศรษฐกิจประเทศใหญ่ แซงสหรัฐในอีก 6 ปี อ้างพื้นฐานประเทศแข็งแกร่งกว่า
จีนเชื่อเศรษฐกิจประเทศใหญ่ แซงสหรัฐในอีก 6 ปี อ้างพื้นฐานประเทศแข็งแกร่งกว่า
หนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ ในจีน รายงานอ้างบัณฑิตยสถานวิทยาศาสตร์จีน ซึ่งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจแดนมังกรจะมีขนาดใหญ่แซงหน้าเศรษฐกิจสหรัฐภายในอีก 6 ปีข้างหน้า หรือปี 2562 รวมทั้งจะผงาดเป็นชาติที่มีความสำคัญที่สุดในโลกแทนที่สหรัฐภายในอีก 30 ปีข้างหน้านี้อีกด้วย
การคาดการณ์ดังกล่าวนับเป็นส่วนหนึ่งของ “รายงานประเมินความแข็งแกร่งของประเทศ” ซึ่งเป็นการจัดอันดับประเทศที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุด 100 ประเทศทั่วโลกของจีน โดยอาศัยเกณฑ์ต่างๆ เช่น การกระจายรายได้และประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของประเทศ โดยทางบัณฑิตยสถานวิทยาศาสตร์จีนนั้น ยกแดนมังกรเป็นชาติที่แข็งแกร่งสุดเป็นอันดับ 11 ของโลก ขณะที่สวีเดนครองอันดับ 1 และสหรัฐ ญี่ปุ่น และอังกฤษ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มไม่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม โกลบอล ไทมส์ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเห็นว่า เป็นรายงานที่อยู่บนพื้นฐานของแนวคิดชาตินิยม
“รายงานฉบับดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นถึงกระแสต่อต้านสหรัฐในสังคมจีน” ฟางโจวจื่อ บล็อกเกอร์ชื่อดัง กล่าว
วันเดียวกัน ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานอ้างองค์การสารสนเทศพลังงานสหรัฐ ซึ่งคาดว่าในปี 2557 สหรัฐจะนำเข้าน้ำมันต่ำสุดในรอบ 25 ปี เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่ลดลง ประกอบกับปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐที่สูงขึ้น
“การบริโภคน้ำมันภายในประเทศกำลังลดลงจากเดิมที่เคยอยู่ที่ระดับ 20.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือเพียง 18.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อปีก่อน สวนทางกับการผลิตน้ำมันที่สูงขึ้นสู่ระดับ 6.43 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปีก่อน จากระดับ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อช่วงปี 2551”
ไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุ พร้อมย้ำว่า การผลิตน้ำมันในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นจะกระทบราคาน้ำมันโลกอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาห กรรมพลังงานของสหรัฐขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภายหลังมีการพัฒนาน้ำมันหินเชล โดยเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) คาดการณ์ว่าในอีก 8 ปีข้างหน้า สหรัฐ|อาจแซงหน้าซาอุดีอาระเบียขึ้นแท่นเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันได้มากที่สุดในโลก
ในส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในสหรัฐนั้น ล่าสุดธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า ชาวอเมริกันกู้เงินมากขึ้นในช่วงเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค. มากถึง 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.96 แสนล้านบาท) โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ชาวอเมริกันซื้อรถยนต์ รวมทั้งจ่ายค่าเล่าเรียนมากขึ้น
ด้านผู้เชี่ยวชาญ ชี้ว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นของชาวอเมริกันที่มีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่ดีขึ้น และขณะเดียวกันยังสะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินปล่อยกู้มากขึ้นอีกด้วย







