
ญี่ปุ่นลุยซื้อบอนด์กองทุนแก้หนี้อียู
ญี่ปุ่นลุยซื้อพันธบัตรกองทุนแก้หนี้ยุโรป หวังกดเงินเยนอ่อนค่า ภาคธุรกิจเตือนอาจกระทบนำเข้าเชื้อเพลิงแพงขึ้น และทำเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติหด
ญี่ปุ่นลุยซื้อพันธบัตรกองทุนแก้หนี้ยุโรป หวังกดเงินเยนอ่อนค่า ภาคธุรกิจเตือนอาจกระทบนำเข้าเชื้อเพลิงแพงขึ้น และทำเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติหด
ทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมเดินหน้าซื้อพันธบัตรจากกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (อีเอสเอ็ม) ซึ่งเป็นกองทุนแก้หนี้ของภูมิภาคยุโรป หวังแก้ไขปัญหาเงินเยนแข็งค่า ที่กำลังส่งผลกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของภาคส่งออกของประเทศอย่างหนัก ตามแผนการของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ
ภายใต้แผนการดังกล่าว ญี่ปุ่นจะนำเงินจากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมาใช้ซื้อพันธบัตรดังกล่าว โดยรัฐบาลจะเริ่มพิจารณาเงื่อนไขและดำเนินการเข้าซื้อพันธบัตรโดยเร็วที่สุด เมื่อกองทุนอีเอสเอ็มเริ่มเปิดการซื้อขายเป็นวันแรกในวันที่ 8 ม.ค. แต่ทว่ายังไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินที่ใช้ในการเข้าซื้ออย่างเป็นทางการ
ภายหลังการประกาศดังกล่าว บรรดานักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า เป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลญี่ปุ่นในการกดค่าเงินเยนให้อ่อนลง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัทญี่ปุ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจ และสามารถหลีกเลี่ยงการถูกสหรัฐและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญกล่าวโจมตีได้
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราโดยฝ่ายเดียว ด้วยการเทขายสกุลเงินเยน และทุ่มซื้อเงินเหรียญสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้สกุลเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น และกระทบต่อศักยภาพการส่งออกของประเทศคู่ค้ากับญี่ปุ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“แผนซื้อบอนด์อีเอสเอ็ม นอกจากเป็นข่าวดีต่อยุโรปแล้ว ยังส่งผลดีต่อญี่ปุ่น ที่สามารถดำเนินการลดค่าเงินเยนให้อ่อนค่าตามแผนการที่วางไว้ โดยไม่ถูกประเทศคู่ค้าวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นการแทรกแซงค่าเงินได้” มาซากิ คันโนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำ เจพี มอร์แกน ญี่ปุ่น กล่าว
ทั้งนี้ ภายหลังการประกาศแผนข้างต้น ค่าเงินเยนได้ปรับตัวอ่อนค่าลงทันทีอยู่ที่ 87.83 เยนต่อเหรียญสหรัฐ จาก 87.65 เยนต่อเหรียญสหรัฐ โดยเงินเยนเคยทำสถิติแข็งค่าสูงสุดที่ 75 เยนต่อเหรียญสหรัฐ เมื่อปลายปี 2554
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นได้จุดกระแสความกังวลต่อภาคเอกชนในประเทศที่ออกโรงเตือนว่า มาตรการกดค่าเงินเยนให้อ่อนค่าลงของรัฐบาล อาจทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงและไร้เสถียรภาพ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ประเทศต้องรับภาระต้นทุนนำเข้าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น และจะกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นโดยรวม แต่ทว่าอาจกระทบต่อการนำเข้าเชื้อเพลิงในอนาคต” โนริโอะ ซาซากิ ประธานบริษัท โตชิบา คอร์ป ระบุ
นอกจากนี้ ภาคเอกชนญี่ปุ่นยังระบุอีกว่า หากเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงอยู่ในภาวะซบเซา และรัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมภาคการเงินให้มีเสถียรภาพได้โดยเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ที่จะยิ่งผลักดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย







