posttoday
จาก'กังนัม'ถึง'ชู้รักซีไอเอ' ที่สุดของเรื่องZสะท้านปี2012

จาก'กังนัม'ถึง'ชู้รักซีไอเอ' ที่สุดของเรื่องZสะท้านปี2012

29 ธันวาคม 2555

ท่ามกลางสารพัดปัญหาปากท้องที่รุมเร้าคนทั่วโลกในปี 2012 วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปไปจนถึงหน้าผาการคลังในสหรัฐ

ท่ามกลางสารพัดปัญหาปากท้องที่รุมเร้าคนทั่วโลกในปี 2012 วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปไปจนถึงหน้าผาการคลังในสหรัฐ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ท่ามกลางสารพัดปัญหาปากท้องที่รุมเร้าคนทั่วโลกในปี 2012 วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปไปจนถึงหน้าผาการคลังในสหรัฐ จนหลายคนอยากลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นและต้อนรับปีใหม่ 2013 กับเรื่องใหม่ๆ ที่สดใสกว่าเดิม ทว่าหลากหลายข่าวสารในปีมะโรงนี้กลับเต็มไปด้วยความ “แซบเว่อร์” ทั้งในแง่ของความขำ ความฉาว และที่สุดของเสียงฮือฮาจนเราขอยกพื้นที่วันนี้ให้กับ “Z แห่งปี 2012”

ไม่มีใครไม่เต้น ‘กังนัม สไตล์’

หากไม่มีใครไม่รู้จัก ไมเคิล แจ๊กสัน ในยุค 70-90 ในปี 2555 นี้ก็คงไม่มีใครไม่รู้จักท่าเต้นควบม้า “กังนัม สไตล์” ของ ปาร์กแจซัง หรือไซ (PSY) ศิลปินเกาหลีร่างตุ้ยนุ้ยที่ควบม้าดังไปทั่วโลก จนมีผู้เข้าชมวิดีโอเพลงนี้ในเว็บไซต์ยูทูบทะลุหลัก “พันล้าน” คนไปเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าอาจจะยังแรงต่อได้อีกไปจนถึงปี 2556

จาก'กังนัม'ถึง'ชู้รักซีไอเอ' ที่สุดของเรื่องZสะท้านปี2012

 

ความแรงของท่าเต้นควบม้านั้นดังไปจนถึงทำเนียบขาว เมื่อประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐยังยอมรับว่าชอบเต้นท่านี้ให้ลูกๆ ดู ขณะที่นักเทนนิสคนดัง โนวัก โจโควิช ก็ยังควบม้าในสนามไชนา โอเพน มาแล้วเช่นกัน ท่าม กลางการไต่ขึ้นชาร์ตเพลงฮิตใน 30 ประเทศทั่วโลกมาแล้ว

แม้ว่าผู้คนทั่วโลกจะติดใจในท่าควบม้าสุดกวนที่มาพร้อมจังหวะสุดมันส์ จนทำให้เกิดการเต้นเลียนแบบในทุกมุมเมืองมาแล้ว แต่นักวิเคราะห์ยังมองว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้เพลงนี้ดังระเบิดยังเป็นเพราะความหมายของเพลงที่ “เสียดสี” ด้านมืดของสังคมเกาหลียุคใหม่ ต่างจากเพลงป๊อปในวงการเพลงเกาหลีทั่วไป และไม่ทำให้กังนัม สไตล์ เป็นแค่เพลงแดนซ์ดาดๆ

ท่อนฮุกติดหูที่ว่า “โอปปะ กังนัม สไตล์” หรือที่แปลได้อย่างง่ายๆ ว่า “พี่เป็นคนย่านกังนัม” ถือเป็นการเสียดสีกลุ่มเศรษฐีใหม่ที่อาศัยอยู่นย่านกังนัม ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ 25 เขตของกรุงโซล ซึ่งย่านนี้ได้ดิบได้ดีมาจากผลพวงของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดในช่วงยุค 1970 ที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังบูมสุดขีด ทำให้หลายคนเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน และเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

เพลงยังเสียดสีไปถึงคนทั่วไปที่กระเสือกกระสนอยากมีชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าเหมือนคนกังนัม จนทำให้พฤติกรรมของคนเกาหลีรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ “มีแต่เปลือก” โดยมักจะขี้เหนียวเสียเงินในสิ่งที่จำเป็น แต่จะยอมควักกระเป๋าซื้อของสุรุ่ยสุร่ายเพื่อโอ้อวดว่าตัวเองเป็นผู้มีอันจะกิน ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดเกาหลีใต้จึงมีประชากรติดหนี้บัตรเครดิตสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมียอดหนี้บัตรเครดิตแต่ละครัวเรือนโดยเฉลี่ยสูงถึง 155% ต่อรายได้ที่หาได้ในปี 2553

ทั้งท่าเต้นสุดมันส์และเสียดสีได้อย่างแสบสันเช่นนี้ จึงคว้าใจคนทั่วโลกไปโดยปริยาย

รักต้องห้ามสะท้านโลก

คนจะมีคู่ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าเป็นคนดังระดับผู้นำหมาดๆ ของเกาหลีเหนือ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มี “ความลับ” มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก งานนี้จึงน่าค้นหายิ่งกว่าเรื่องของซุป’ตาร์ฮอลลีวูดเสียอีก

คู่รักทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ที่สุดคู่หนึ่งของโลกในปีนี้ จึงหนีไม่พ้นคู่ของ “คิมจองอึน” ผู้นำเผด็จการหนุ่มคนใหม่ของเกาหลีเหนือวัย 25 ปี และสาวผมสั้นหน้าตาจิ้มลิ้ม “ฮยอนซองวอล” ซึ่งจู่ๆ ก็มาปรากฏกายออกสู่สายตาสาธารณชนคู่กับคิมจองอึนตามสถานที่ต่างๆ อยู่บ่อยครั้งเมื่อช่วงกลางปีนี้ หรือเรียกได้ว่าควงคู่กันแทบจะทันทีหลังจากที่อดีตประธานาธิบดี คิมจองอิล เพิ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปลายปีที่แล้ว

จาก'กังนัม'ถึง'ชู้รักซีไอเอ' ที่สุดของเรื่องZสะท้านปี2012

 

สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของเกาหลีเหนือ มีดีกรีเป็นอดีตนักร้องนำวงดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ และเคยรักกับท่านผู้นำมาก่อนในช่วงวัย 18-19 ปี ทว่ากลับเป็นรักต้องห้ามเมื่ออดีตผู้นำมีประกาศิตสั่งห้ามมิให้คบหากันโดยเด็ดขาด จึงทำให้ทั้งคู่ต้องแยกไปคนละทาง โดยฝ่ายหญิงได้แต่งงานไปมีครอบครัวของตัวเอง

แต่ทันทีที่ฟ้าแห่งรักเป็นใจ เมื่ออดีตผู้นำถึงแก่อสัญกรรมลง ผู้นำคนใหม่จึงไม่รีรอที่จะกลับไปสปาร์กรักถ่านไฟเก่าที่ยังคงคุกรุ่น ด้วยการเปิดตัวคนรักตามมาทันที ท่ามกลางการจับตาไปทั่วโลกและความคาดหวังว่ารักครั้งนี้จะสามารถหลอมหัวใจเหล็กของผู้นำเกาหลีเหนือที่เป็นเหมือนเด็กเจ้าปัญหาแห่งคาบสมุทรเกาหลี ให้กลายเป็นเด็กดีกับเขาได้บ้าง

แต่จากท่าทียิงจรวดป่วนน่านน้ำในช่วงปลายปีนี้ เห็นทีรักครั้งนี้คงช่วยกู้โลกไม่ได้เสียแล้ว

ลัทธิคลั่งชนวนรักร้าว ‘ทอมแคท’

ยิ่งเป็นคู่รักที่ออกข่าวดังเท่าไร เมื่อถึงเวลาต้องเลิกกันก็ยิ่งเป็นจุดสนใจของโลกมากขึ้นไปอีก สำหรับคู่ขวัญแถวหน้าของฮอลลีวูด ทอมแคท หรือพระเอกคนดัง ทอม ครูซ กับนางเอกสาว เคธี โฮล์มส์ ที่ประกาศหย่าร้างกันในปีนี้หลังจากอยู่กินกันมานานถึง 5 ปี

ประเด็นที่ทั่วโลกสนใจนั้นไม่ใช่ที่เรื่องรักร้าวเหมือนคู่รักอื่นๆ ทั่วไป แต่เป็นเรื่องของลัทธิ “ไซแอนโทโลจี” ของทอม ที่ทำให้สาวเคธีเริ่มทนไม่ได้ เมื่อลัทธินี้กำลังรุกคืบสู่ชีวิตของลูกสาววัย 6 ขวบ “ซูริ” เข้าไปทุกที และทำให้โลกได้รู้ว่าคนดังของโลกก็มีพฤติกรรมแปลกๆ อย่างคาดไม่ถึง!

แม้ไซแอนโทโลจีจะก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2495 และมีสาวกถึงกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก แต่ความเชื่อแปลกๆ ก็ทำให้เคธีไม่อาจทนเห็นลูกสาวต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ โดยลัทธินี้เชื่อว่าร่างกายมนุษย์ทุกคนแท้จริงแล้วมีวิญญาณของ “มนุษย์ต่างดาว” ติดแหง็กอยู่ภายในร่างกาย ซึ่งต้อง “ปลดแอก” ร่างวิญญาณนี้ให้ได้จึงจะทำให้มนุษย์ สามารถดึงศักยภาพที่แท้จริงออกมาใช้ได้

การปลดแอกนั้นไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ แต่ต้องทำผ่านการอดกลั้นต่อความเจ็บปวดและโศกเศร้า เช่น การห้ามร้องระหว่างคลอดบุตร ทั้งที่เรื่องนี้ถือเป็นความเจ็บปวดแสนสาหัสในชีวิตลูกผู้หญิง และยังห้ามสมาชิกคบหากับพวกนอกรีตที่ไม่ได้อยู่ในลัทธิเดียวกัน แม้กระทั่งคนในครอบครัว โดยมีรายงานว่าทอมนั้นเป็นสาวกลำดับต้นๆ เบอร์ 2 หรือ 3 ของลัทธินี้เสียด้วย และกำลังเริ่มให้ลูกสาวเรียนรู้ลัทธินี้อย่างเต็มตัว

เจอแบบนี้เข้าไป จึงไม่น่าแปลกใจที่ต้องโบกมือลากันทั้งแม่ทั้งลูก

จาก'กังนัม'ถึง'ชู้รักซีไอเอ' ที่สุดของเรื่องZสะท้านปี2012

 

เหล้า-ยา จุดจบซุป’ตาร์ฮอลลีวูด

โลกต้องพบกับข่าวเศร้าที่น่าตกใจกับการจากไปอย่างกะทันหันของ วิตนีย์ ฮูสตัน อดีตดีวาสาวคนดังที่ไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าของบทเลง I will always love you ที่เสียชีวิตคาอ่างน้ำในห้องพักโรงแรมที่เบฟเวอร์ลี ฮิลตัน ในแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ด้วยวัยเพียง 48 ปีเท่านั้น และนับเป็นอีกครั้งที่จุดจบของคนดังเกี่ยวพันกับยา

แม้สาเหตุการเสียชีวิตของวิตนีย์ก่อนหน้าการประกาศรางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส์ เพียงหนึ่งวัน จะถูกสันนิษฐานไปต่างๆ นานา แต่เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพได้เปิดเผยตามมาในภายหลังว่า วิตนีย์เสียชีวิตจากการจมน้ำในอ่างอาบน้ำ เนื่องจากเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวจากการเสพโคเคนเกินขนาด ซึ่งดีว่าสาวรายนี้มีประวัติติดยาเสพติดและแอลกอฮอล์อย่างหนักมานานกว่า 10 ปีแล้ว

วิตนีย์ถูกพบในสภาพเปลือยคว่ำหน้าในอ่างอาบน้ำของห้องพัก ซึ่งบนเคาน์เตอร์ห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ยังพบขวดยาขนาดต่างๆ ทั้งหมด 12 ชนิด และยังพบผงสีขาวลักษณะคล้ายคริสตัลหลายจุด ทั้งในช้อนเล็กๆ และที่อยู่ในห่อกระดาษสีขาว ซึ่งแม้เจ้าหน้าที่จะไม่เปิดเผยว่าคือสารอะไร แต่มีการคาดการณ์กันว่าเป็นโคเคน เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พบโคเคนและกัญชาในร่างกายของวิตนีย์

ชู้รักสะท้าน CIA

ใครจะคิดว่าผู้ที่เล่นงานคนระดับผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ได้อยู่หมัด กลับไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายระดับโลกอย่างอัลกออิดะห์ หรือสมรภูมิเดือดในอิรัก แต่เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ธรรมดา เพราะพ่วงตำแหน่ง “ชู้รัก” เข้าไปด้วย

เรื่องชู้สาวที่ทำให้ผู้นำทั่วโลกต้องพังกันมานักต่อนัก เกิดขึ้นอีกครั้งกับ เดวิด เพเทรอัส ผู้อำนวยการซีไอเอ กับ พอลลา บรอดเวลล์ นักเขียนและอดีตเจ้าหน้าที่ทางทหาร วัย 40 ปี ซึ่งพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนซี้ต่างวัย ขยับไปเป็นคนรู้ใจ หลังฝ่ายหญิงผู้มีหุ่นสะท้านทรวงพร้อมดวงตากลมโตและผิวสีน้ำผึ้ง ได้ขอติดตาม ผอ. ที่เธอให้ชื่อเล่นสุดน่ารักว่า “พีชเชส” ไปยังอัฟกานิสถานเพื่อนำข้อมูลไปเขียนหนังสือ

ไม่รู้ว่าเขียนอีท่าไหน ทั้งคู่เลยขยับความสัมพันธ์ไปเป็นคนรู้ใจกัน ทั้งที่ฝ่ายเพเทรอัสและบรอดเวลล์ ต่างก็มีภรรยา สามี และลูกๆ กันหมดแล้ว แถมฝ่ายชายยังได้ชื่อว่าเป็นแฟมิลีแมนตัวอย่างของกองทัพอีกด้วย

เรื่องดีแตกสุดฉาวครั้งนี้มาถูกเปิดเผยเอาในที่สุดจากปากของ “มือที่ 4” เมื่อแม่บ้านไฮโซอารมณ์เปลี่ยวผู้มีสัมพันธ์อันดีกับกองทัพ จิล เคลลี ถูกมือที่ 3 ส่งอีเมลขู่ให้เลิกยุ่งกับชู้รักของเธอซะ

งานนี้จึงไปลงเอยที่เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของรัฐบาลกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) และกลายเป็นข่าวคาวสุดฉาวโฉ่ที่สุดครั้งหนึ่งในฝ่ายความมั่นคงสหรัฐ จนเพเทรอัสต้องประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกสอบว่าหัวเรือใหญ่ของซีไอเออาจคายความลับให้ชู้สาว

เรื่องบนเตียงจึงกลายเป็นภัยคุกคามความมั่นคงระดับชาติไปโดยปริยาย

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรกจาก 19 ประเทศ ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI

Microsoft เลือกไทยประเทศแรกจาก 19 ประเทศ ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI