posttoday
บึ้มพลีชีพดับ38ศพสนั่นกรุงมอสโก

บึ้มพลีชีพดับ38ศพสนั่นกรุงมอสโก

30 มีนาคม 2553

 

2มือระเบิดพลีชีพหญิงถล่มรถไฟใต้ดินเย้ยอำนาจรัฐเมดเวเดฟลั่นสั่งปราบไม่ต้องปรานี

โพสต์ทูเดย์ — รัสเซียเผชิญวินาศกรรมครั้งใหญ่สุดกลางเมืองหลวงในรอบ 6 ปี 2 มือระเบิดหญิงก่อเหตุถล่มรถไฟใต้ดิน รัฐบาลยกระดับความปลอดภัยทั่วประเทศ

รอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ว่า เกิดเหตุมือระเบิดพลีชีพหญิง 2 คน ก่อเหตุถล่มรถไฟใต้ดินกลางกรุงมอสโก ถึง 2 ระลอกในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยถึง 38 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 65 คน ทางการต้องยกระดับการรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศโดยเฉพาะสนามบิน ขณะที่ประธานาธิบดี ดิมิทรี เมดเวเดฟ ประกาศจะถอนรากถอนโคนกลุ่มก่อการร้ายแบบไม่มีการประนีประนอมใดๆ ทั้งสิ้น

โฆษกกระทรวงรับมือเหตุฉุกเฉิน กล่าวว่า เหตุระเบิดรอบแรกเกิดขึ้นก่อนเวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่สถานีรถไฟลุบยันกา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติรัสเซีย (เอฟเอสบี) โดยคาดว่ามือระเบิดหญิงแฝงตัวเป็นผู้โดยสารบนตู้รถไฟ แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 23 คน ท่ามกลางความตื่นตระหนกของประชาชน พื้นที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยฝุ่นควันจากแรงระเบิดและกลิ่นคาวเลือด

“ตอนที่เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นที่ราวๆ ตู้ที่ 1 หรือ 2 ผมกำลังอยู่บนรถไฟช่วงกลางขบวนพอดี ระเบิดรุนแรงมาก ทำให้ผมตัวสั่นไปทั้งตัว ผู้คนกรีดร้องกันอย่างบ้าคลั่ง ฝุ่นควันพวยพุ่งสถานีเต็มไปหมด เพียงแค่ 2 นาที ทั้งสถานีก็เต็มไปด้วยควันจากแรงระเบิด” ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเปิดเผยนาทีระทึกกับสำนักข่าวอาร์ไอเอ

ทั้งนี้ อีกราว 40 นาทีต่อมา ก็ได้เกิดเหตุระเบิดรอบที่ 2 ตามมากับขบวนรถไฟที่กำลังจอดเทียบท่าที่สถานีรถไฟใต้ดินพาร์ก คุลตูรี ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสวนสาธารณะกอร์กี พาร์ก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอีกราว 1214 คน

ประธานาธิบดี เมดเวเดฟ ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ “กวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายโดยไม่ต้องลังเล” เพื่อนำไปสู่บทสรุป ซึ่งนับเป็นการย้ำข้อกล่าวหาที่มีต่อรัสเซียมาตลอดว่า ใช้กำลังสยบประชาชนในเชชเนียอย่างโหดร้ายทารุณ ทั้งที่ผู้นำรัสเซียก็เคยระบุให้มีการเคารพสิทธิมนุษยชนระหว่างปฏิบัติการด้วย

แม้จะยังไม่มีกลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบต่อวินาศกรรมเมืองหลวงครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 6 ปี ทว่า อเล็กซานเดอร์ บอร์ตนิคอฟ หัวหน้าเอฟเอสบี เชื่อว่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มกบฏติดอาวุธในแถบคอร์เคซัสเหนือ ซึ่งรัสเซียเผชิญการต่อต้านจากกลุ่มมุสลิมติดอาวุธในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งไม่ยอมรับอำนาจของรัสเซีย อาทิ ในสาธารณรัฐเชชเนีย สาธารณรัฐดาเกสถาน และสาธารณรัฐอินกูเชเตีย

รอยเตอร์ส ระบุว่า ก่อนหน้านี้บรรดาผู้นำรัสเซียได้ประกาศชัยชนะเหนือกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนเชเชนไปแล้ว หลังจากที่เปิดศึกใหญ่รบกัน 2 ครั้ง โดยรัสเซียเกรงว่าการสูญเสียอำนาจในแถบคอร์เคซัสเหนือ จะส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานไปยังยุโรปและพื้นที่อื่นๆ

สำหรับความรุนแรงที่ฝังรากลึกในเชชเนียนั้น ก็ได้ขยายวงไปยังรับเพื่อนบ้านอย่างอินกูเชเตียและดาเกสถาน ซึ่งมีกลุ่มมุสลิมติดอาวุธและบรรดาแก๊งต่างๆ คืออาชญากรรมที่มีสายสัมพันธ์กันอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม เหตุวินาศกรรมกลางเมืองหลวงยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และฉุดให้ค่าเงินรูเบิลของรัสเซียดิ่งลงทันทีมาอยู่ที่ 34.25 รูเบิลต่อเหรียญสหรัฐอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน