
ยุโรปไฟเขียวอุ้มกรีซหนีวิกฤต
พร้อมอัดฉีดเงินหากระดมทุนไม่ไหวสเปนโปรตุเกสจ่อคิว
โพสต์ทูเดย์
— ยุโรปตัดใจร่วมมือไอเอ็มเอฟกู้วิกฤตการณ์ของกรีซ ก่อนลุกลามจนกระทบเงินยูโรไปมากกว่านี้วิกฤตการเงินของกรีซมีทางออกในที่สุด เมื่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร หรือยูโรโซน พร้อมด้วยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เห็นพ้องที่จะให้ความช่วยเหลือกรีซในการจัดการกับหนี้สินมหาศาลในกรณีที่กรีซไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้อีกต่อไป หลังจากที่กรีซเผชิญกับภาวะขาดดุลรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเสถียรภาพของเงินยูโร
ทั้งนี้ ยูโรโซนจะเป็นผู้ให้เงินช่วยเหลือกึ่งหนึ่ง ส่วนอีกกึ่งหนึ่งจะเป็นเงินจากไอเอ็มเอฟ นอกจากนี้ยังเปิดทางให้ช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับวิกฤตการเงินในรูปแบบเดียวกับกรีซ โดยเฉพาะสเปน และโปรตุเกส ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะขาดดุลที่กำลังทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หลังจากทั้งสองประเทศได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกจนเศรษฐกิจภายในของสเปนและโปรตุเกสต้องเข้าสู่ภาวะถดถอย
อย่างไรก็ตาม แผนการให้ความช่วยเหลือกรีซของกลุ่มยูโรโซนมีเงื่อนไขที่เข้มงวด โดยระบุว่ากรีซจะยังไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินในขณะนี้ แต่จะเข้าถึงเงินช่วยเหลือได้ก็ต่อเมื่อกรีซไม่สามารถระดมทุนในตลาดการเงินได้ นอกจากนี้ภายในกลุ่มยูโรโซนทั้ง 16 ประเทศจะต้องมีมติเป็นเอกฉันท์ หากจะปล่อยเงินกู้เพื่อพยุงฐานะการเงินของกรีซ
“
จุดประสงค์ของกลไกให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกยูโรโซนโดยทั่วไป แต่เป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเพื่อดึงให้สถานการณ์เป็นไปตามกลไกตลาดการเงินโดยเร็วที่สุด” แถลงการณ์ของยูโรโซน ระบุทั้งนี้ กลุ่มประเทศยูโรโซนยังเห็นพ้องที่จะเพิ่มระดับความเข้มงวดของระเบียบทางการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศสมาชิกต้องประสบกับปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวจนกลายเป็นภาวะขาดดุลรุนแรงดังเช่นกรณีของกรีซ นอกจากนี้ทางกลุ่มยังเห็นพ้องที่จะเพิ่มระดับการตรวจสอบวินัยทางการเงินของประเทศสมาชิกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำรอย
ด้านนายกรัฐมนตรี จอร์จ ปาปันเดรอู ของกรีซ แสดงความพอใจกับข้อตกลงของกลุ่มยูโรโซน และรัฐบาลกรีซจะชี้แจงให้รัฐบาลของทุกประเทศได้รับทราบถึงความน่าเชื่อถือของกรีซในการสะสางวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น นอกจากนี้ผู้นำกรีซยังแสดงความเชื่อมั่นว่า กรีซและยุโรปจะสามารถกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้งหลังผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้
ทั้งนี้ กรีซอาจต้องกู้เงินอีกถึง 5.4 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.5 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ และต้องรีไฟแนนซ์อีกถึง 2 หมื่นล้านยูโร (ราว 9.4 แสนล้านบาท) ระหว่างเดือน เม.ย. และ พ.ค. เพื่อแก้ปัญหาขาดดุลอย่างเป็นขั้นตอน และขณะนี้แม้ว่ากรีซจะยังคงขายพันธบัตรเพื่อระดมทุนได้ แต่ยอมรับว่าฐานะการเงินที่ง่อนแง่นทำให้ไม่สามารถคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงได้ตามที่นักลงทุนที่ซื้อพันธบัตรกรีซต้องการ







