posttoday
โอบามา-เวินเจียเป่า-ฮุนเซน ผู้นำเจ้าบทบาทบนเวทีอาเซียน

โอบามา-เวินเจียเป่า-ฮุนเซน ผู้นำเจ้าบทบาทบนเวทีอาเซียน

24 พฤศจิกายน 2555

นับเป็นสัปดาห์ที่ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะไทย พม่า และกัมพูชา เนื้อหอมเป็นที่สุด

โดย...ลภัสรดา ภูศรี

นับเป็นสัปดาห์ที่ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะไทย พม่า และกัมพูชา เนื้อหอมเป็นที่สุด ภายหลังทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านต้อนรับการมาเยือนของผู้นำคนสำคัญระดับโลกนับสิบคน ที่ตบเท้าเข้ามาแวะเวียนเยี่ยมเยียนก่อนเดินทางไปเข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติอย่าง การประชุมเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) ที่กรุงพนมเปญ กันอย่างพร้อมเพรียง

เพราะเป็นภารกิจการเยือนเอเชีย เพื่อเข้าร่วมประชุมเพียงระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน ทำให้ผู้นำแต่ละชาติงัด “กลยุทธ์เด็ด” ประจำตัวออกมา เพื่อช่วงชิงแสงสปอตไลต์จากสื่อมวลชนกันอย่างเต็มที่

และผู้นำที่สวมบทบาทได้โดดเด่นที่สุดบนเวทีอาเซียนในครั้งนี้ คงหนีไม่พ้น 3 ท่านผู้นำระดับโลกต่อไปนี้ ที่เรียกได้ว่า “แอ็กติง” ขั้นเทพจนนักแสดงตัวจริงยังต้องอายเลยทีเดียว

...ผู้นำเจ้าเสน่ห์

ไล่เรียงกันตั้งแต่ผู้นำระดับโลกคนแรกอย่าง ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ที่ในครั้งนี้นอกจาก โอบามา จะเดินทางมาในฐานะผู้นำชาติมหาอำนาจที่กำลังจะแผ่อิทธิพลมายังเอเชียแล้ว ผู้นำมะกันยังไม่ลืมสวมบทบาทเป็น “ผู้นำเจ้าเสน่ห์” เพื่อมาเอาชนะใจเพื่อนใหม่ในเอเชียอีกด้วย

โอบามา-เวินเจียเป่า-ฮุนเซน ผู้นำเจ้าบทบาทบนเวทีอาเซียน

 

เพราะงานนี้ไม่เพียงแต่ผู้นำผิวสีผู้นี้จะทำหน้าที่เชิงการเมืองและเศรษฐกิจในฐานะผู้นำพญาอินทรีอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว โอบามา ยังไม่ลืมบริหารเสน่ห์อันแพรวพราวเสียจนสื่อขาเมาท์แดนผู้ดีอย่างเว็บไซต์เดลี เมล์ จุดประเด็นนำมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างเอิกเกริกว่า ผู้นำมะกันกำลังใช้วิธีการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบใหม่ด้วยการหว่านเสน่ห์ผ่านการพูดคุย หยอกล้อ ส่งสายตา และปฏิสัมพันธ์แบบถึงเนื้อถึงตัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

หลักฐานที่ยืนยันความเจ้าเสน่ห์ของ โอบามา ได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นบรรดาภาพถ่ายในระหว่างการเยือนไทยของ โอบามา โดยมี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงของไทย ให้การต้อนรับอย่างใกล้ชิดตลอดทริป

ตั้งแต่การเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศที่บริเวณสนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้าคู่กับการแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนร่วมกัน ไปจนถึงการดินเนอร์มื้อพิเศษข้างกัน ซึ่งทำให้บรรดาสื่อนอกหลายสำนักรายงานให้เห็นถึง “เคมี” ระหว่างผู้นำทั้งสองที่สปาร์กกันสุดๆ

ไม่เพียงแต่กับผู้นำไทยเท่านั้น โอบามา ยังเดินหน้าใช้เทคนิคทางการทูตแบบถึงเนื้อถึงตัวกับ อองซานซูจี นักเคลื่อนไหวต่อสู้ประชาธิปไตยคนสำคัญของพม่าเช่นเดียวกัน

เห็นได้จากภายหลังการแถลงข่าวร่วมกันที่บ้านพักของซูจี โอบามาก็ได้สวมกอดพร้อมประทับจูบลงบนแก้มของซูจีฟอดใหญ่ ที่เรียกเสียงฮือฮาจากชาวพม่าได้อย่างมาก เพราะแม้จะเริ่มต้นเปิดประเทศอีกครั้ง แต่ชาวพม่าส่วนใหญ่ก็ยังคงมีแนวคิดอนุรักษนิยมอยู่

“หากมองผ่านสายตาชาวพม่า อาจรู้สึกตะขิด ตะขวงใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า แต่ผมเชื่อว่าจูบนั้นได้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและ อบอุ่นระหว่างพม่าและสหรัฐได้เป็นอย่างดี” ติห์ตินห์ตันห์ สาวกไซเบอร์ชาวพม่ารายหนึ่งคอมเมนต์

แม้ฟีดแบ็กจากประชาชนในครั้งนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกมาเป็นเชิงลบมากนัก แต่ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียศึกษาหลายสำนักกลับเห็นต่างออกไป โดยต่างกล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า โอบามา บริหารเสน่ห์ไม่ถูกที่ถูกทาง เพราะการส่งมอบหมัดจูบพิฆาต แสดงให้เห็นว่าท่านประธานาธิบดียังทำการบ้านมาไม่ดีเพียงพอต่อภารกิจสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศในครั้งนี้

เหตุเพราะนอกจากผู้นำมะกันจะมองข้ามวัฒนธรรมการทักทายของพม่าแล้ว มิหนำซ้ำตลอดการแถลงข่าวร่วมกัน โอบามา พูดชื่อของซูจีผิดๆ ถูกๆ อีกด้วย

โอบามา-เวินเจียเป่า-ฮุนเซน ผู้นำเจ้าบทบาทบนเวทีอาเซียน

 

“การจูบแก้มในที่สาธารณะไม่ใช่ธรรมเนียมการทักทายในพม่าเลยแม้แต่น้อย และท่าทีของซูจีที่รู้สึกตกใจและถอยห่างในทันทีที่ถูกสวมกอด ก็ถือเป็นสัญชาตญาณของหญิงสาวชาวพม่าเกือบทุกคน แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะโตหรืออาศัยอยู่ในต่างประเทศและซึมซับวัฒนธรรมของชาวตะวันตกมาเป็นเวลานานแค่ไหนก็ตาม” ไมเคิล ออง ทวิน อาจารย์ด้านเอเชียศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาวาย ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชันแนล บิซิเนส ไทมส์

...ผู้นำดรามา

ภารกิจเยือนอาเซียนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้มีเพียงแต่ประธานาธิบดี โอบามา เท่านั้นที่กลายเป็นผู้นำที่ได้รับความสนใจในการมาเยือนเอเชียครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เพราะ เวินเจียเป่า นายกรัฐมนตรีแดนมังกร ก็ตกเป็นเป้าสปอตไลต์ไปสดๆ ร้อนๆ เช่นเดียวกัน ภายหลังจากประกาศลั่นต่อหน้าชุมชนชาวจีนในไทยให้ลืมว่าเคยมีผู้นำที่ชื่อ เวินเจียเป่า ออกจากสมองให้หมดสิ้นด้วยวลีสั้นๆ แต่บาดลึกว่า “ลืมผมซะ” ในระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก

“พูดตามตรง ต่อให้ผมตายถึง 9 ครั้ง ผมก็ไม่เสียใจ แต่ถ้าผมจะต้องตายจริงๆ ผมอยากตายอย่างมีศักดิ์ศรีและมีเกียรติ ผมจึงหวังว่าทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่หรือที่อยู่ต่างประเทศก็ตาม จงลืมผมซะ” เวิน กล่าวอำลา โดยอ้างถึงบทกวีสุดคลาสสิกของจีนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ผมต้องการให้พวกคุณรู้ว่า ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าผมจะเกษียณและหายไปอย่างเงียบๆ แต่ผมก็ยังคิดมาโดยตลอดว่ายังคงมีภารกิจอีกมากที่ผมยังทำไม่สำเร็จ และมีอีกหลายสิ่งที่ยังทำได้ไม่ดีพอ” เวิน กล่าวเสริม

แถลงการณ์อำลาครั้งล่าสุดต่อชาวจีนในไทยของนายกฯ เวิน จุดกระแสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจีนออกมาวิเคราะห์กันอย่างกว้างขวางว่า เป็นการกล่าวอำลาที่แตกต่างไปจากการประกาศอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง เพราะในครั้งนั้น เวิน ไม่ได้กล่าวอะไรที่ลึกซึ้งหรือกระชากอารมณ์เท่านี้มาก่อน

โอบามา-เวินเจียเป่า-ฮุนเซน ผู้นำเจ้าบทบาทบนเวทีอาเซียน

 

“เวินเจียเป่า เป็นผู้นำจีนที่ผ่าเหล่า เขาไม่เหมือนใคร เพราะเขามักพูดสิ่งที่ผู้นำระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์ไม่แม้แต่กล้าที่จะคิด ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดมักจะทำให้คนในพรรคหวาดเกรงอยู่เสมอ” เซียเซียวเฉียง นักวิจารณ์การเมืองชาวจีน กล่าว

อย่างไรก็ตาม หยูเซีย อดีตนักเขียนชาวจีน ซึ่งถูกเนรเทศออกจากประเทศหลังเขียนหนังสือเสียดสีรัฐบาล มองว่าคำพูดสุดแสนดรามาของ เวิน ครั้งนี้ อาจเป็นเพียงหนึ่งในเกมสงครามจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ต้องการดึงดูดความสนใจของประชาชนมากขึ้นเท่านั้น

“นายกฯ เวิน เปรียบได้ดังนักแสดงชั้นครูที่กำลังเล่นเกมจิตวิทยาแบบย้อนกลับ เพราะเป็นธรรมชาติของคนอยู่แล้วที่เมื่อถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำอะไร ก็จะยิ่งรู้สึกอยากทำสิ่งนั้นขึ้นไปอีก คำสั่งที่ว่า ‘ลืมผมซะ’ ก็เท่ากับว่า ‘จงจดจำผมในฐานะบุคคลที่ต้องการถูกลืม’” หยูเซีย กล่าว

...ผู้นำเจ้าน้ำตา

นอกเหนือจากบรรดาผู้นำระดับโลกที่เข้ามาแวะเวียนอาเซียนพร้อมกับเสน่ห์และความดรามามาเต็มกระเป๋าแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ก็เป็นอีกหนึ่งผู้นำที่ฝากวีรกรรมไว้ในการประชุมอาเซียนครั้งนี้ได้เด็ดดวงไม่แพ้กันกับบทบาท “ผู้นำเจ้าน้ำตา”

เรียกได้ว่าเล่นเอาสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในห้องแถลงข่าวภายหลังการปิดประชุมซัมมิต ต้องอึ้งไปตามๆ กันกับภาพของ ฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้นำที่มีความแข็งกร้าวดุดัน และเป็นผู้กุมบังเหียนปกครองประเทศ โดยไม่ไหวติงต่อเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยและไร้สิทธิมนุษยชนมายาวนานกว่า 27 ปี จะกล้าหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาต่อหน้าคนนับร้อยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“ผมต้องขอโทษด้วย ผมไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องไห้ออกมาได้” ฮุนเซน กล่าว ขณะปาดน้ำตาอย่างช้าๆ พร้อมกล่าวเหตุผลของการร่ำไห้ในครั้งนี้ว่าเป็นเพราะรู้สึกปลาบปลื้มใจและตื้นตันที่กัมพูชาสามารถจัดงานประชุมระดับโลก โดยมีบรรดาผู้นำระดับโลกมาเข้าร่วมได้ประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่

“เป็นที่น่าเสียดายที่สมเด็จพระนโรดม สีหนุ ไม่ได้อยู่เห็นความสำเร็จของกัมพูชาในวันนี้” ฮุนเซน กล่าวเสริมถึงสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ซึ่งเสด็จสวรรคตด้วยโรคชราที่กรุงปักกิ่งของจีน เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา

โอบามา-เวินเจียเป่า-ฮุนเซน ผู้นำเจ้าบทบาทบนเวทีอาเซียน

 

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการสวมบทบาทผู้นำเจ้าน้ำตาของ ฮุนเซน ในครั้งนี้จะได้ผลเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์อันแข็งแกร่งในกัมพูชาแล้ว ยังเป็นข้อแก้ตัวอย่างดีต่อบรรดานักข่าวจากทั่วโลกที่ต้องการซักฟอกท่านผู้นำ เกี่ยวกับท่าทีของกัมพูชาที่ดูจะตัดญาติขาดมิตรกับเพื่อนสมาชิกอาเซียนและโอนเอียงเข้าข้างมหาอำนาจอันดับ 2 ของโลกอย่างจีนอย่างชัดเจน เมื่อพูดถึงประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้

“อย่างที่พวกคุณรู้กันดีว่า ผมเป็นคนพูดตรงๆ อยู่แล้ว และผมไม่กลัวที่จะตอบคำถามอะไรก็แล้วแต่ และผมก็กล้าพูดอีกว่าผมสามารถพูดให้พวกคุณฟังติดต่อกัน 5 ชั่วโมงก็ยังได้ ทว่าตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าที่จะตอบคำถาม ต้องขอโทษด้วย” ฮุนเซน กล่าวทิ้งท้าย ท่ามกลางความผิดหวังและมึนงงของสื่อมวลชนที่รอทำข่าวนานนับชั่วโมง

เรียกได้ว่าเป็นการประชุมสุดยอดผู้นำที่เต็มไปด้วยดารา “เจ้าบทบาท” อย่างแท้จริง ซึ่งมีวี่แววว่าหากในอนาคตเส้นทางการเมืองไปไม่รอด อาจไปเอาดีทางด้านการแสดงได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียว

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท