posttoday
เลือกตั้งมะกัน’55แพงสุด

เลือกตั้งมะกัน’55แพงสุด

02 พฤศจิกายน 2555

ทุ่มงบเดือดเกือบ2แสนล้านบาท คาดโอบามาเฉือนชนะแค่เสี้ยว

ทุ่มงบเดือดเกือบ2แสนล้านบาท คาดโอบามาเฉือนชนะแค่เสี้ยว

นักวิเคราะห์ระบุ ศึกประธานาธิบดีสหรัฐปีนี้ใช้เงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2 ฝ่ายขับเคี่ยวหายใจรดต้นคอ คาดโอบามาเฉือนชนะแทบสูสี

ศูนย์วิเคราะห์ทางการเมืองสหรัฐ ซึ่งได้คำนวณค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2555 นี้ ใช้เงินสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งผู้นำสหรัฐที่ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.86 แสนล้านบาท) ท่ามกลางการขับเคี่ยวที่สูสีกันมากที่สุดครั้งหนึ่งจากโพลเกือบทุกสำนัก ในขณะที่การเลือกตั้งกำลังงวดเข้ามาในอีก 4 วันข้างหน้า

แม้ในการรณรงค์หาเสียงระหว่างประธานาธิบดี บารัก โอบามา จากพรรคเดโมแครต และมิตต์ รอมนีย์ จากพรรครีพับลิกัน จะใช้เงินราว 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (8.06 หมื่นล้านบาท) ซึ่งน้อยกว่าเมื่อครั้งที่โอบามาแข่งเป็นตัวแทนพรรคกับฮิลลารี คลินตัน ที่ใช้เงินไปถึง 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ทว่าเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว จะถือว่าศึกเลือกตั้งในปีนี้เป็นครั้งที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสหรัฐ

รายงานระบุว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในปีนี้อาจสูงกว่าการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อนราว 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (2.17 หมื่นล้านบาท) โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะคำตัดสินของศาลฎีกาเมื่อปี 2553 ซึ่งเปิดทางให้มีการระดมทุนจากผู้บริจาคและใช้จ่ายเพิ่มเติมในการหาเสียงเลือกตั้งได้อีก 970 ล้านเหรียญสหรัฐ (3 หมื่นล้านบาท)

คำตัดสินดังกล่าว ส่งผลให้การใช้จ่ายของกลุ่มต่างๆ ของทั้งสองพรรคระหว่างการหาเสียง มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ละ 19 ล้านเหรียญสหรัฐ (589 ล้านบาท) เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. ไปอยู่ที่ 33 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,023 ล้านบาท) ในช่วงต้นเดือน ต.ค.

ทางด้านการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้ายที่กลับมาเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในหลายรัฐสำคัญหลังพายุเฮอริเคนแซนดีสงบลง ก็เป็นไปอย่างดุเดือด ซึ่งโพลหลายสำนักล้วนระบุว่า ศึกเลือกตั้งระหว่างโอบามาและรอมนีย์ อาจเป็นครั้งที่เชือดเฉือนกันมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเลยทีเดียว

บลูมเบิร์กรายงานอ้างโพลระดับชาติบางสำนักว่า แม้รอมนีย์จะเฉือนชนะเล็กน้อยในส่วนของคะแนนป๊อปปูลาร์โหวต ทว่าโอบามาจะมีชัยเหนือกว่าในรัฐสำคัญๆ หลายรัฐ ซึ่งจะช่วยให้มีคะแนนนำในส่วนของอิเล็กทอรัลโหวต และทำให้ได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในที่สุด ขณะที่โพลล่าสุดของวอชิงตันโพสต์ร่วมกับเอบีซีนิวส์ ให้ทั้งคู่มีคะแนนเท่ากันที่ 49%

ทั้งนี้ หลังเฮอริเคนแซนดีสงบลง โอบามาได้เริ่มการหาเสียงเต็มรูปแบบอีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ในรัฐวิสคอนซิน เนวาดา และโคโลราโด ขณะที่รอมนีย์มุ่งหาเสียงในรัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นรัฐที่มีคะแนนเสียงอิเล็กทอรัลโหวตสูงที่สุดในบรรดา 9 รัฐ ก่อนจะเดินทางไปหาเสียงในรัฐเวอร์จิเนียต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน