posttoday
'ชูซ่อก'

'ชูซ่อก'

30 กันยายน 2555

วิถีชีวิตอันยุ่งเหยิงของชาวเมืองในเกาหลีจะมีเวลาหยุดพักบ้างก็อยู่ในสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. ถึงวันที่ 3 ต.ค. ค่ะ

วิถีชีวิตอันยุ่งเหยิงของชาวเมืองในเกาหลีจะมีเวลาหยุดพักบ้างก็อยู่ในสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. ถึงวันที่ 3 ต.ค. ค่ะ

นักช็อปทั้งหลายไปเกาหลีในช่วงนี้อาจผิดหวัง เพราะร้านค้าที่ถูกใจหลายร้านปิดเงียบ เนื่องจากชาวเกาหลีทั่วแดนกำลังจะเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อไปทำความเคารพบิดามารดา และท่านบรรพบุรุษที่นอนสงบอยู่ในสุสานบนภูเขา พบกับญาติพี่น้องที่กลับมารวมตัวกันจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาล “ชูซอก” ซึ่งมีชื่อเรียกในภาษาโบราณว่า “ฮันคาวี ”

ตำนานกล่าวไว้ว่า “ยูรี” กษัตริย์องค์ที่สามของราชวงศ์ชิลล่า (พ.ศ. 567-600) ได้มีพระราชโองการให้จัดแข่งขันทอผ้าให้ได้มากที่สุดใน 1 เดือน ฝ่ายชนะจะได้รับเลี้ยงอาหารมื้อที่ยิ่งใหญ่จากฝ่ายแพ้ คำว่ายิ่งใหญ่ในภาษาเกาหลีเรียกว่า “ฮัน” งานเลี้ยงจัดขึ้นในวันกลางเดือน 8 ตามจันทรคติของเกาหลีที่ช้ากว่าเราเกือบ 2 เดือน เป็นคืนที่พระจันทร์ส่องสว่างดวงโตที่สุดในรอบปี และเป็นกึ่งกลางของฤดูใบไม้ร่วง ที่เรียกว่า “คาแบ หรือ คาวี” ดังนั้น “ฮันคาวี” จึงหมายถึง เทศกาลเลี้ยงฉลองที่ยิ่งใหญ่กลางฤดูใบไม้ร่วง

'ชูซ่อก'

ในความหมายหนึ่ง คือ การฉลองการเก็บเกี่ยวพืชผลหลังจากที่ได้เริ่มเพาะปลูกกันมาในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ สังคมเกาหลีโบราณเป็นสังคมเกษตรกรรมที่มีวงรอบของการเกษตรขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ เพราะอยู่ในเขตหนาว มีฤดูกาลที่แตกต่างกันชัดเจน 4 ฤดู ดังนั้นการเพาะปลูกต้องเริ่มทันทีในฤดูใบไม้ผลิ ประคบประหงมบำรุงพืชพันธุ์ที่ออกดอกผลในฤดูร้อน และเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง พอเข้าฤดูหนาวก็สงบนิ่งพักตัว

ชาวเกาหลีหลายคนมักจะถาม “เชกา” ว่า เมืองไทยปลูกข้าวได้ปีละกี่ครั้ง พอบอกไปว่า พื้นที่น้ำน้อยปลูกได้ปีละครั้ง โดยทั่วไป 2 ครั้ง แต่บางท้องถิ่นอาจปลูกได้ 3-4 ครั้ง ขึ้นอยู่กับน้ำและการบริหารจัดการ คนเกาหลีที่เป็นนักธุรกิจก็บอกว่า เมืองไทยยอดเยี่ยมจริงๆ สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่คนเกาหลีที่เป็นเกษตรกรบอกว่า “โอ๊ย อย่างนี้ดินก็ตายสิ ...เอ่อ...แต่เมืองไทยคงทำได้นะ เพราะได้ยินว่าใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยออร์แกนิกบำรุงดิน แต่ที่เกาหลีทำแบบนี้ไม่ได้หรอก เพราะเราใช้แต่ปุ๋ยเคมี” ...อ่า อย่างนี้ก็จบเลยค่ะ ท่านผู้ชม...เขาบอกว่าที่ไม่มีใครใช้ปุ๋ยออร์แกนิก เพราะมันมีราคาแพงมาก ตอนนี้วัวควายก็เลิกเลี้ยง เลิกใช้งานไปแล้ว จะให้ใช้ปุ๋ยหมักหรือก็ไม่มีใครยอมทำ ค่าแรงแพง...(อ้าว...วนมาถึงเหตุว่าทำไมเกาหลีต้องใช้แรงงานต่างด้าวจำนวนมากอีกแล้ว) ...

กลับมาที่เทศกาลชูซ่อก... ประเพณีนี้ได้สืบทอดและพัฒนาในเชิงจิตวิญญาณเชื่อมโยงกับการบูชาพระคุณบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว ด้วยอาหารที่ทำจากพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เก็บเกี่ยวใหม่ อาหารบนโต๊ะไหว้มีทั้งของคาว ผลไม้ และของหวาน แต่ที่เป็นของสำคัญในวันนี้ คือ “ซงพยอน” ขนมรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวใส้ธัญพืช เช่น ถั่ว ถั่วแดง เกาลัด พุทรา งา น้ำผึ้ง แล้วนำไปนึ่งโดยมีใบสนรองก้น หรือบดผสมลงในแป้งทำให้มีกลิ่นหอมใบสนอ่อนๆ อวลในปาก

ก่อนวันชูซ่อก ครอบครัวจะพากันไปทำความสะอาดหลุมศพบรรพบุรุษ และเช้าตรู่ในวัน “ชูซ่อก” ก็จะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ “ฮันบก” พร้อมทั้งจัดอาหารไปเซ่นไหว้เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็จะมีการละเล่นพื้นบ้าน เช่น “ซีรึม” มวยปล้ำแบบเกาหลี “นงอัก” ดนตรีชาวนาที่เคาะลงบนเครื่องดนตรีที่เรียกว่า แกวงการี ในขณะที่ผู้เต้นจะต้องแกว่งศีรษะตลอดเวลาเพื่อให้สายริบบิ้นที่หมวกพลิ้วไสว และ “กังกังโซลแร” ระบำหมู่ของหญิงสาวใต้แสงจันทร์วันเพ็ญที่สุกสว่างและดูมีมนต์ขลัง

ความวุ่นวายของกิจกรรมทั้งหลายในชีวิตที่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ไม่ว่าจะเป็น ลูกสาวบ้านอาจารย์คิมที่กำลังสาละวนเตรียมตัว เตรียมเอกสารที่จะไปแต่งงานกับหนุ่มไทยที่เมืองไทย หรือคุณซงที่กำลังหาวันนัดพาคุณแม่ที่เป็นอัลไซเมอร์ไปหาหมอที่ดีที่สุด... ทุกคนผ่อนลมหายใจ และหยุดพักชั่วคราวในช่วงสามสี่วันนี้....เพราะเป็น “เทศกาลแห่งวันกลับบ้าน” ที่ทุกคนรอคอยให้ญาติพี่น้องพาลูกหลานกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด...

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน