
ประท้วงญี่ปุ่นจีนเดือด กระแสต้านหนังหมิ่นมะกันลามทั่วโลก
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นการชุมนุมประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นของชาวจีน ในประเด็นข้อพิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นการชุมนุมประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นของชาวจีน ในประเด็นข้อพิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งทั้งจีนและญี่ปุ่นต่างอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะพิพาท โดยสถานการณ์ได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลให้ร้านค้าและโรงงานของบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งในจีน ต้องปิดทำการชั่วคราวหลังได้รับความเสียหายและตกเป็นเป้าการโจมตี ล่าสุดสถานการณ์ความตึงเครียดในหลายเมืองได้บรรเทาลงแล้ว ทว่า นักวิเคราะห์มองว่า การประท้วงครั้งนี้เสี่ยงสั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจ
รอยเตอร์ส เปิดเผยผลการสำรวจเอกชนญี่ปุ่นกว่า 400 บริษัท ปรากฏว่า 41% เห็นว่าสถานการณ์ต่อต้านญี่ปุ่นในจีนนั้น ส่งผลต่อแผนการลงทุนทางธุรกิจในจีน โดยบางบริษัทถึงกับพิจารณาที่จะถอนตัวออกจากแดนมังกรและย้ายการผลิตไปยังประเทศอื่น
นอกจากนี้ ความรุนแรงยังได้ลุกลามไปยังสหรัฐ ซึ่งถือเป็นชาติพันธมิตรของญี่ปุ่น โดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า ผู้ชุมนุมประท้วงชาวจีนราว 50 คน ได้วิ่งกรูเข้าล้อมรถยนต์ประจำตำแหน่งของ แกรี ล็อค เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงปักกิ่ง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเล็กน้อย ทว่า ทูตสหรัฐไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ในส่วนของรัฐบาลญี่ปุ่นนั้น เตรียมเรียกร้องค่าความเสียหายจากรัฐบาลจีน ในกรณีบุคลากรและสำนักงานการทูตญี่ปุ่นในแดนมังกรถูกก่อกวน และได้รับความเสียหายโดยกลุ่มผู้ประท้วงชาวจีน
ขณะเดียวกัน ด้านลีออน เพเนตตา รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวระหว่างการเยือนญี่ปุ่นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐจะปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านความมั่นคงที่ได้ลงนามกับญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมถึงหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกหากจำเป็น ทว่า เพเนตตายืนยันว่า สหรัฐจะไม่เลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในข้อพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่นอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ นอกจากกระแสต่อต้านญี่ปุ่นในจีนแล้ว ยังเกิดกระแสต่อต้านสหรัฐของชาวมุสลิมในหลายประเทศทั่วโลก โดยล่าสุด สถานการณ์ส่อทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นภายหลังนิตยสารล้อเลียนชื่อดังของฝรั่งเศสอย่าง “ชาร์ลี เฮ็บโด” ตัดสินใจตีพิมพ์ภาพล้อเลียนพระศาสดาของศาสนาอิสลาม
เช่นเดียวกับนิตยสารไททานิค ซึ่งเป็นนิตยสารเสียดสีชื่อดังของเยอรมนี ที่ประกาศตีพิมพ์ภาพล้อเลียนศาสนาอิสลามในฉบับที่วางจำหน่ายวันที่ 28 ก.ย.นี้ โดยอ้างว่าเป็นการเกาะติดกระแสการประท้วงต่อต้านภาพยนตร์หมิ่นศาสนาอิสลาม
ด้านทำเนียบขาวออกมายอมรับครั้งแรกว่า เหตุโจมตีสถานกงสุลสหรัฐในลิเบีย ซึ่งส่งผลให้ คริสโตเฟอร์ สตีเวนส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐและเจ้าหน้าที่อีก 3 คน เสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น เข้าข่ายการก่อการร้าย และมีความเป็นไปได้ที่เหตุรุนแรงดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับขบวนการก่อการร้ายอัลกออิดะห์
แบงก์ชาติญี่ปุ่นเดินตามรอยเฟด-อีซีบี อัดฉัดเงิน 3.8 ล้านล. กระตุ้นศก.
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้ประกาศมาตรการผ่อนปรนทางการเงินระลอกใหม่ โดยเตรียมเดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 80 ล้านล้านเยน (ราว 30.4 ล้านล้านบาท) ท่ามกลางสัญญาณบ่งชี้ถึงแนวโน้มการชะลอตัวจากภาคส่งออกที่ซบเซาจากวิกฤตหนี้ยุโรป และกรณีพื้นที่พิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกกับจีน ที่ส่งผลกระทบต่อแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ
โครงการดังกล่าว ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโครงการซื้อพันธบัตรเดิมของรัฐบาล 10 ล้านล้านเยน มีขึ้นภายหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ต่างเดินหน้าผ่อนนโยบายการเงินลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังญี่ปุ่น รายงานว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 7.541 แสนล้านเยน ในเดือน ส.ค. เนื่องจากยอดการส่งออกไปยังยุโรป และจีนชะลอตัวลง อันเป็นผลมาจากวิกฤตหนี้สาธารณะในยูโรโซน นับเป็นการขาดดุลเดือนที่ 2 ติดต่อกัน
WTO หั่นจีดีพีโลกเตือนวิกฤตหนี้ยุโรปยังวิกฤต
องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ประกาศลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ลงมาอยู่ที่ 2.5% จากเดิมที่ 3.7% โดยอ้างความเสี่ยงจากวิกฤตการณ์หนี้สาธารณะในยูโรโซน ขณะที่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้าในสหรัฐ และการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ซบเซาลง ก็เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะฉุดให้การค้าทั่วโลกดิ่งลงด้วย
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับองค์การการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดย โฮอีกอร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ไอเอ็มเอฟสาขาเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า ไอเอ็มเอฟจะปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกอีกครั้งในวันที่ 9 ต.ค.นี้ โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาเริ่มฟื้นตัวได้อย่างช้าๆ ในปีหน้านี้
ก่อนหน้านี้ ไอเอ็มเอฟได้ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวที่ระดับ 3.5% ในปีนี้ และ 3.9% ในปีหน้า







