
เปาเยอรมนีชี้ชะตายุโรป
ตัดสินวันนี้เงินหนุน‘อีเอสเอ็ม’ นักวิเคราะห์มั่นใจไม่น่ามีปัญหา
ตัดสินวันนี้เงินหนุน‘อีเอสเอ็ม’ นักวิเคราะห์มั่นใจไม่น่ามีปัญหา
ทั่วโลกลุ้นผลตัดสินศาลเยอรมนีเรื่องการอุดหนุนเงินกองทุนอีเอสเอ็ม
นักลงทุนทั่วโลกจับตาผลการตัดสินเบื้องต้นของศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนี เกี่ยวกับการอนุญาตให้รัฐสภามีอำนาจในการให้สัตยาบันต่อกรณีการนำงบประมาณของประเทศเข้าไปอุดหนุนในกองทุนรักษาเสถียรภาพถาวรของยุโรป (อีเอสเอ็ม) กับข้อตกลงวินัยการคลัง (ฟิสคัลแพค) หรือไม่ ซึ่งการตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ 12 ก.ย. เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นเยอรมนี หรือ 16.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย
ผลการตัดสินมีความสำคัญต่อเสถียรภาพและความอยู่รอดของกลุ่มยูโรโซน เนื่องจากกองทุนอีเอสเอ็มซึ่งมีมูลค่าราว 5 แสนล้านยูโร (ราว 20 ล้านล้านบาท) ได้รับการจัดตั้งเพื่อใช้รับมือกับวิกฤตหนี้ ซึ่งล่าสุดยูโรโซนเตรียมนำเงินจากกองทุนดังกล่าวไปใช้ซื้อพันธบัตรของประเทศที่ประสบปัญหา โดยมีเยอรมนีเป็นผู้อุดหนุนเงินหลัก หรือคิดเป็น 27% ของกองทุนทั้งหมด
ถ้าศาลเยอรมนีมีคำตัดสินคัดค้านก็จะส่งผลให้เยอรมนีไม่สามารถสมทบเงินให้กับกองทุนอีเอสเอ็มได้ และจะทำให้กลไกต่างๆ ของยูโรโซนเพื่อสู้กับวิกฤตหนี้ต้องหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด
นักวิเคราะห์มองว่า สเปนและอิตาลีจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากทั้งสองประเทศกำลังรอเงินจากกองทุนดังกล่าวเพื่อเข้าไปพยุงซื้อพันธบัตรของตัวเอง หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงจนอยู่ในระดับอันตราย
อย่างไรก็ตาม แม้บรรดาผู้นำและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ศาลจะไม่ตัดสินคัดค้าน ทว่าก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่ศาลอาจจะคัดค้าน หรือถ้าหากไม่คัดค้านก็อาจจะมีเงื่อนไขตามมาด้วย เช่น สั่งให้จำกัดเพดานวงเงินที่รัฐบาลเยอรมนีจะสามารถนำไปสมทบในกองทุนดังกล่าว
“มีโอกาสถึง 60% ที่ศาลจะให้ไฟเขียวกับการให้นำเงินของประเทศไปอุดหนุนกองทุนอีเอสเอ็ม” เฮนนิง เบอเยอร์ นักกฎหมายจากบริษัท กฎหมายระหว่างประเทศ ไวท์แอนด์เคส กล่าว พร้อมเสริมว่ามีความเป็นไปได้อีก 40% ที่ศาลจะคัดค้านหรือให้อนุญาตโดยมีเงื่อนไขผูกมัด
ถึงกระนั้นคำตัดสินในวันนี้จะถือเป็นคำพิพากษาเบื้องต้นเท่านั้น และยังไม่เป็นที่สิ้นสุด เนื่องจากการตัดสินคดีดังกล่าวจะมีขึ้นอีกครั้งและสิ้นสุดในปลายปีนี้ เพียงแต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่ศาลจะกลับคำพิพากษาจากที่ตัดสินไปแล้วในขั้นต้น
ทั้งนี้ ในส่วนของความเคลื่อนไหวจากสเปนล่าสุด นายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราจอย ประกาศกร้าวไม่รับเงื่อนไขเงินกู้จากสหภาพยุโรป (อียู) แม้ในขณะนี้ประเทศเสี่ยงที่จะต้องขอความช่วยเหลือก็ตาม ถ้าหากสเปนจะต้องใช้นโยบายรัดเข็มขัดเพิ่มเติมตามเงื่อนไขเงินกู้จากอียู







