posttoday
‘พอล ไรอัน’ ตัวตลก หรือ หมากพลิกเกมเลือกตั้ง2012

‘พอล ไรอัน’ ตัวตลก หรือ หมากพลิกเกมเลือกตั้ง2012

18 สิงหาคม 2555

“พี่น้องชาวอเมริกัน ขอเสียงตบมือต้อนรับว่าที่รองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาด้วยครับ”

โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์

“พี่น้องชาวอเมริกัน ขอเสียงตบมือต้อนรับว่าที่รองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาด้วยครับ”

นี่คือคำประกาศของมิตต์ รอมนีย์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เพื่อแนะนำตัว “พอล ไรอัน” คู่หูชิงรองประธานาธิบดี

และทันทีที่เสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วบริเวณฐานทัพเรือนอร์ฟอล์ก ในรัฐเวอร์จิเนีย ชายรูปงามวัย 42 ปี เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มและนัยน์ตาสีฟ้าชวนฝันภายใต้ชุดสูทสุดเนี๊ยบก็ก้าวออกมาจากเรือรบลำใหญ่ที่จอดเทียบท่าอยู่ พร้อมเดินโบกมือทักทายชาวอเมริกันสองข้างทางที่ตะโกนคำว่า “รอมนีย์ไรอัน” อย่างไม่ขาดสาย

เรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวอย่างสมบูรณ์แบบ และนับเป็นก้าวแรกของเส้นทางการเมืองอันสดใสของอดีต สส.รัฐวิสคอนซิน วัย 42 ปี ผู้นี้

ทว่าความประทับใจแรกพบยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะด้วยน้ำเสียงมาดมั่น และลีลาการพูดจากที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งผลให้เพียงแค่ก้าวขึ้นกล่าวปราศรัยครั้งแรก ไรอันก็สามารถคว้าใจบรรดาแม่ยกพ่อยกของรอมนีย์ไปเต็มๆ สมศักดิ์ศรีกับตำแหน่ง “มือขวา” หรือว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐที่รอมนีย์คัดสรรมากับมือ

กระนั้น แม้จะสามารถพิชิตใจกลุ่มผู้สนับสนุนรอมนีย์ได้เป็นอย่างดี แต่บรรดากูรูการเมืองรวมทั้งสื่อมะกันบางส่วนกลับออกอาการไม่ปลื้ม “ไรอัน” มากนัก

‘พอล ไรอัน’ ตัวตลก หรือ หมากพลิกเกมเลือกตั้ง2012

 

ถึงขนาดออกโรงเตือนว่า การเลือกไรอันถือเป็นก้าวที่ผิดพลาดของรอมนีย์ และจะทำให้เจ้าตัวพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งจะมีขึ้นในเดือน พ.ย.นี้อย่างย่อยยับ!

เหตุผลหลักที่บรรดานักวิเคราะห์เลือกโจมตีไรอันก็คงหนีไม่พ้นนโยบาย “สุดโต่ง” ของนักการเมืองหนุ่มไฟแรงผู้นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศคัดค้านสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล “เมดิแคร์” ของประธานาธิบดีโอบามาอย่างหัวชนฝา เพื่อตัดลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ จนทำให้เจ้าตัวได้รับนิกเนมน่ารักๆ จากทางพรรคเดโมแครตว่าเป็น “ศัตรูของชนชั้นกลาง”

“แทนที่รอมนีย์จะเลือกนักการเมืองอาวุโสที่เป็นที่รักของประชาชน ซึ่งจะช่วยให้เขาได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งนี้ เขากลับเลือกคนๆ เดียว ที่จะไม่ช่วยให้คะแนนนิยมของเขา (รอมนีย์) ดีขึ้นเลย แถมอาจเป็นการฉุดเขาด้วยซ้ำ” บิล เบอร์ตัน อดีตโฆษกทำเนียบขาว กล่าว

เพราะต้องไม่ลืมว่า ก่อนหน้านี้ไรอันเคยเรียกร้องให้มีการตัดลดสวัสดิการของสตรีและทหารผ่านศึกเช่นกัน

หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ เจ้าตัวได้ “สร้างศัตรูไว้รอบด้าน” นั่นเอง

แต่สิ่งที่ไรอันโดนโจมตีหนักมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นการถูกเปรียบเทียบกับ “ซาร่าห์ พาลิน” อดีตคู่หูของจอห์น แม็คเคน ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อครั้งปี 2008 โดยบรรดาสื่อชื่อดังเมืองลุงแซมต่างยกให้ไรอันเป็น “เดอะ นิว ซาร่าห์ พาลิน” หรือพาลินคนใหม่ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้

แน่นอนว่าการถูกเปรียบเทียบกับสาวพาลินนั้น ไม่ได้ถือเป็น “คำชมเชย” แม้แต่น้อย แต่กลับเป็นการ “ดูถูก” ความสามารถและศักยภาพของไรอันอย่างจัง จนบรรดาทีมหาเสียงของรอมนีย์ต้องออกมาย้ำชัดว่า “ไรอันไม่ใช่พาลินคนใหม่” พร้อมอ้อนวอนสื่อให้เลิกเปรียบเทียบทั้งสอง เพราะเกรงว่าจะฉุดคะแนนนิยมของรอมนีย์

‘พอล ไรอัน’ ตัวตลก หรือ หมากพลิกเกมเลือกตั้ง2012

 

ทั้งนี้ เพราะต้องไม่ลืมว่า แม้พาลินจะหน้าตาดีและมีบุคลิกโดดเด่นกว่านักการเมืองรายอื่นๆ ทว่าความ “ด้อยประสบการณ์” ก็ส่งผลให้สาวเจ้ากลายเป็น “ตัวตลกหรือตัวโจ๊ก” ที่มักตกเป็นเป้าของการล้อเลียนและการดูถูก จากสังคมอเมริกันอย่างหนักในศึกเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน

หากใครได้ติดตามการเลือกตั้งครั้งนั้นก็คงจะพอจำ “วลีเด็ด” จากปากพาลินได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ไล่เรียงตั้งแต่การเข้าใจผิดว่า “เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้” เป็นประเทศเดียวกัน หรือจะเป็นบทบาทของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ในฐานะ “หัวหน้าฝ่ายบริหาร” ของประเทศ

หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ไรอันกำลังถูกมองว่าเป็นเพียงตัว “โจ๊ก” ที่มีไว้สร้างสีสันให้กับรอมนีย์นั่นเอง!

“รอมนีย์ไม่ใช่คนที่มีเสน่ห์ดึงดูดเหมือนโอบามา หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นคนที่น่าเบื่อเลยทีเดียว ดังนั้นบางทีบทบาทของไรอันก็คือการช่วยเพิ่มเสน่ห์ และพลังให้กับแคมเปญหาเสียงของรอมนีย์” กูรูผู้คร่ำหวอดในวงการการเมืองของสหรัฐ กล่าว

เพราะแน่นอนว่าก่อนหน้าที่จะเลือกม้ามืดอย่างไรอันนั้น รอมนีย์มี “ตัวเลือก” มากมายสำหรับตำแหน่งรองประธานาธิบดี ไม่ว่าจะเป็นร็อบ พอร์ตแมน สว. รัฐโอไฮโอ หรือมาร์โก รูบิโอ สว. รัฐฟลอริดา ซึ่งล้วนแต่เป็นนักการเมืองชื่อดังทั้งสิ้น รวมทั้งเป็นตัวแทนของรัฐใหญ่ ต่างจากไรอันซึ่งเป็นเพียงนักการเมืองอายุน้อย ที่แม้จะมีประสบการณ์มากกว่าพาลิน แต่ขณะเดียวกันก็ขึ้นชื่อเรื่องนโยบายและอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมสุดโต่ง จนใครๆ ก็มองว่าไม่ใช่คนที่เหมาะสม หรือมีความพร้อมที่จะนั่งเป็นมือขวาของประธานาธิบดีสหรัฐอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ แม้แต่ “ความหล่อ” ของไรอัน ซึ่งถูกยกให้มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับ โนวัก ยอโควิช ยอดนักเทนนิสรูปหล่อชาวเซอร์เบีย ก็กำลังทำร้ายเจ้าตัวอย่างหนัก

ยกตัวอย่างเช่น มีการตัดต่อภาพจนออกมาเป็นภาพไรอันหาเสียงขณะเปลือยครึ่งท่อน พร้อมข้อความว่า “ว่าไงสาวๆ” หรือจะเป็นการตั้งชื่อเล่นให้ว่า “หล่อสมองกลวง”

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะถูกล้อเลียน ดูถูก หรือโจมตีมากเพียงใด สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็น “จุดแข็ง” ของไรอันมาโดยตลอดก็คือ “ความฉลาด” นั่นเอง โดยแม้แต่ โจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน ก็ยังเคยเอ่ยปากชมไรอันว่า เป็นนักการเมืองที่ฉลาดและเก่งกาจ

‘พอล ไรอัน’ ตัวตลก หรือ หมากพลิกเกมเลือกตั้ง2012

 

เช่นเดียวกับบรรดานักวิเคราะห์การเมืองที่ต่างยอมรับในความรู้และความสามารถของไรอัน

“เมื่อ 4 ปีก่อน หลายคนถามว่า ซาร่าห์ พาลิน เคยอ่านหนังสือหรือไม่ แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังถามว่า พอล ไรอัน อ่านหนังสือเล่มไหนบ้าง” เจเรอมี เมเยอร์ นักข่าวจากคริสเตียน ไซเอินซ์ มอนิเตอร์ ระบุ

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่า การเป็น “ตัวโจ๊ก” ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ “ไม่ดี” เสมอไป เพราะบางทีการมีคู่หูที่รูปร่างหน้าตาดี บุคลิกโดดเด่นและมีเสน่ห์ส่วนตัว รวมทั้งมีภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย เข้ากับคนรุ่นใหม่ได้ ก็อาจเป็น “ยาวิเศษ” ที่รอมนีย์ต้องการ เพื่อเติมเต็มจุดอ่อนก็เป็นได้

หรือหากนึกภาพไม่ออกก็ลองนึกภาพดูว่า ทีมรีพับลิกันจะน่าเบื่อเพียงใด หากรอมนีย์ยืนคู่นักการเมืองอาวุโสที่อาจไม่มีจุดเด่น หรือดึงดูดสายตาได้เลย

และที่สำคัญก็คือ ยิ่งสังคมมีการพูดถึงไรอันมากเพียงใด ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อแคมเปญของรอมนีย์ เพราะถือเป็นการหาเสียงทางอ้อมนั่นเอง

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า การเลือก “พอล ไรอัน” เป็นมือขวานั้นจะช่วยให้รอมนีย์คว้าชัยในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ได้หรือไม่ หรือจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ ต้องพบกับความปราชัย

อีกไม่กี่เดือนก็จะได้รู้กัน

เปิดประวัติ “พอล ไรอัน”

เกิดเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 1970 ที่รัฐวิสคอนซิน

สมัยเรียนมัธยมปลาย เพื่อนๆ โหวตให้เป็นคนที่ “ขี้ประจบ” มากที่สุด รวมทั้งได้รับเลือกให้เป็น “พรอม คิง”

จบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์และการเมืองจากมหาวิทยาลัยไมอามีในรัฐโอไฮโอ

ชื่นชอบการล่าสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล่ากวาง

ได้รับเลือกตั้งครั้งแรกในวัยเพียง 28 ปี และกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาคองเกรสที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น

เมื่อปี 2550 ไรอันได้เข้าเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณแผ่นดินของสภาคองเกรส ซึ่งทำให้เจ้าตัวกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะนักการเมือง “สายเหยี่ยว” ที่สนับสนุนการตัดลดงบประมาณภาครัฐ

ปัจจุบันไรอัน และแจนนา ลิตเติล ภรรยา มีบุตร 3 คน ได้แก่ อลิซาเบธ (9 ขวบ) ชาร์ลส์ (8 ขวบ) และซามูเอล (7 ขวบ)

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว