ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง(10)
ตอนที่แล้วไปปิดต้นฉบับที่เชียงใหม่ก็เลยพาดพิงคนเชียงใหม่ไปเล็กน้อย สัปดาห์นี้หนีฝนกรุงเทพฯ มาปิดต้นฉบับที่ฮ่องกง
ตอนที่แล้วไปปิดต้นฉบับที่เชียงใหม่ก็เลยพาดพิงคนเชียงใหม่ไปเล็กน้อย สัปดาห์นี้หนีฝนกรุงเทพฯ มาปิดต้นฉบับที่ฮ่องกง
ก็คงอดพาดพิงไม่ได้เช่นกัน เพราะในอดีต ฮ่องกงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมติดอันดับต้นๆ ของคนไทย ใครไปเมืองนอกครั้งแรกก็มักจะเลือกไปฮ่องกงกัน เพราะเดินทางไม่ไกล ใช้เงินไม่มาก มีที่เที่ยวที่แตกต่างจากไทย มีสินค้าดีราคาถูก (กว่าเมืองไทย) ที่สำคัญคืออาหารอร่อยถูกปาก โดยเฉพาะ เป็ดย่าง หมูแดง ติ่มซำ และโจ๊ก และเป็นจุดหมายปลายทางที่คนไทยเที่ยวเองกันเยอะ สาเหตุสำคัญคือ ฮ่องกงไม่ใหญ่เท่าไหร่ การเดินทางไปไหนมาไหนไม่ไกลและสะดวก เพราะมีระบบขนส่งมวลชนที่ดี ถึงแม้จะอ่านภาษาจีนไม่ออกพูดไม่ได้ แต่ก็ยังมีภาษาอังกฤษมากพอที่จะเข้าใจได้ ซึ่งผิดกับญี่ปุ่นเมื่อหลายสิบปีก่อนที่ใครไปเที่ยวเองนี่ถือว่าแน่มาก ขนาดที่มีเพื่อนผมคนหนึ่งซึ่งพูดญี่ปุ่นไม่ได้อ่านญี่ปุ่นไม่ออก แต่กล้าไปเที่ยวญี่ปุ่นเอง พอกลับมาก็เล่าให้ผมฟังว่า มันรู้สึกทระนงมาก เมื่อเอาตัวรอดได้ในญี่ปุ่นตลอด 2 อาทิตย์ที่ไปเที่ยวเอง ซึ่งก็จริงอย่างที่เขาว่า เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ผมซึ่งได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากเพื่อนคนนี้ ก็หนีไปตะลุยโตเกียว 2 อาทิตย์แบบไปเองช่วยตัวเองทุกอย่างเหมือนกัน บอกได้เลยว่าอิจฉาคนเที่ยวเองยุคนี้มาก เพราะสมัยนั้นเครื่องมืออย่างเดียวที่จะช่วยให้ผมเอาตัวรอดมาได้ก็คือ เอกสารประกอบการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ผิดกับสมัยนี้ที่มีทั้งนิตยสาร หนังสือ คู่มือท่องเที่ยว และนายรอบรู้อย่างกูเกิล เลยทำให้การเที่ยวญี่ปุ่นเองนั้นง่ายขึ้นมากอีกเป็นกอง
แต่ไม่ว่าท่านจะมีข้อมูลชั้นเยี่ยมและละเอียดขนาดไหน ถ้าขาดความสะดวกในเรื่องการเดินทาง ผมคิดว่าการไปเที่ยวเองนั้นจะไม่ได้รับความนิยมอย่างแน่นอน ดูง่ายๆ จากประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยวเองสิครับ สิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น ล้วนแล้วแต่มีระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพทั้งสิ้น แต่ถ้ามาดูกันจริงๆ แล้ว ญี่ปุ่นนี่กินขาดเลยครับ เพราะขนาดของพื้นที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นใหญ่กว่ามาก แต่มีระบบขนส่งมวลชนที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันหมด เอาแค่จากสนามบินเข้าเมืองอย่างเดียวก็มีทางเลือกให้นักท่องเที่ยวมากมาย ยิ่งถ้าเป็นสนามบินหลักๆ อย่างโตเกียวหรือโอซากานั้น ลำพังแค่รถไฟก็มีมากกว่าหนึ่งสาย คือมีทางเลือกในทางเลือก สายหนึ่งแน่ๆ ก็ต้องเป็นของ JR เพราะรางเดิมสมัยยังเป็นการรถไฟแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNR) ยังอยู่ อีกสายก็เลยเป็นสายเอกชน อย่างเช่นที่สนามบินนาริตะ สมัยก่อนถ้าจะเข้ามาโตเกียวนี่ที่ฮิตมากคือ สาย Keisei เรียกว่า Skyliner ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าสาย JR แม้จะต้องจ่ายแพงกว่าแต่ก็มีผู้นิยมใช้ไม่น้อย ตอนหลัง JR นำเอา NEX (Narita Express) เข้ามาแข่ง Keisei ก็เลยเป๋ไปพักใหญ่ เพราะ JR ได้เปรียบตรงที่เส้นทางของรางเยอะกว่า ไปได้ถึงสถานีใหญ่ๆ อย่างโตเกียว อิเคะบุขุโระ ชินจูกุ ชิบุยะ และเลยไปถึงโยโกฮามะโน่น สะดวกกว่าสาย Keisei ที่มาสุดทางแค่สถานีอุเอโนะเท่านั้น และไม่ใช่มีแต่รถไฟสายด่วนเท่านั้นนะครับ ใครที่ไปแบบงบประมาณจำกัดก็สามารถเลือกใช้บริการรถไฟธรรมดาก็ได้ เพียงแต่ใช้เวลานานกว่าเพราะจอดรับผู้โดยสารเยอะป้ายและไม่มีที่วางสัมภาระกับห้องน้ำห้องท่าให้เข้า แล้วยังที่นั่งที่ไม่สบายเท่า แต่รถไฟก็มีข้อจำกัดคือตรงไหนไม่มีรางก็ไปไม่ได้ เสียเปรียบให้กับคู่แข่งที่สำคัญอย่างรถบัสไป รถบัสรับส่งสนามบินหลายแห่งในญี่ปุ่นนี่เรียกซะโก้เลยว่า Limousine Bus ถึงจะไม่ได้โก้หรูอย่างรถลิมูซีนจริงๆ แต่ก็มีความสะดวกสบายสมราคา เจ้ารถบัสหรือลิมูซีนบัสนี่เครือข่ายยุ่บยั่บไปหมดเหมือนกัน เพราะต้องแข่งขันกับรถไฟที่ได้เปรียบในเรื่องความเร็ว แต่รถบัสก็มีจุดเด่นตรงที่ส่งถึงหน้าโรงแรมเลย ไม่ต้องหิ้วกระเป๋าขึ้นลงชานชาลา ยิ่งถ้ามีการเปลี่ยนขบวนด้วยแล้วละก็ ใครที่มีสัมภาระมากกว่าหนึ่งชิ้นก็ต้องพิจารณาให้ดี หรือมีลูกเล็กทั้งกระเป๋าทั้งรถเข็น ผมขอแนะนำให้ใช้รถบัสดีกว่าครับ เพราะเราแค่ลากกระเป๋ามายังจุดรับส่ง ซึ่งโดยปกติจะอยู่ชั้นเดียวกันกับชั้นขาเข้าระหว่างประเทศ (International Arrival) ไม่ต้องขึ้นลงให้เสียเวลา และรถบัสส่วนใหญ่ก็จะจอดที่หน้าโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป จะมี 3 ดาวบ้างแต่ไม่มากนัก เพราะฉะนั้นใครรู้ตัวว่ากระเป๋าเยอะชิ้นและใหญ่เต็มพิกัด ลองเลือกใช้บริการ Limousine Bus ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่ารถไฟ เพียงแค่ค่าใช้จ่ายอาจจะดูเหมือนว่าแพงกว่า แต่ถ้าพิจารณาให้ละเอียดแล้ว บางท่านไปจองโรงแรมราคาประหยัด และเลือกนั่งรถไฟธรรมดา แต่มาจ่ายหนักเอาตอนที่ต้องนั่งรถแท็กซี่จากสถานีรถไฟไปยังที่พัก คิดไปคิดมาราคาต่างจากนั่งรถบัสนิดเดียว แต่สบายกว่ากันเยอะ อันนี้ก็สุดแล้วแต่ท่านจะเลือกกัน
ในบางสนามบินยังมีตัวเลือกที่สามอีกครับ โดยเฉพาะสนามบินยุคใหม่ที่ถมทะเลสร้างอยู่กลางน้ำ ก็จะมีเรือเร็วบริการ อย่างสนามบินคันไซใกล้ๆ โอซากา และสนามบินเซนแทรแถวนาโกยา เป็นต้น ทางเลือกสุดท้ายคือแท็กซี่นั่นเอง บางท่านอาจจะคิดว่ามันแพงและสิ้นเปลือง อันนี้แล้วแต่กรณีครับ เช่น ถ้าท่านนั่งแท็กซี่จากสนามบินไปโรงแรมแถวสนามบินอย่างนาริตะหรือคันไซและไปกันหลายคน ราคาอาจจะสูงกว่านั่งรถไฟเล็กน้อยเท่านั้น ใครสะดวกแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของแต่ละท่านไม่มีผิดไม่มีถูก แต่สิ่งที่ท่านจะได้รับจากทุกระบบขนส่งมวลชนญี่ปุ่นเหมือนๆ กันก็คือ ความปลอดภัย สะอาด และตรงต่อเวลา หมดความกังวลใจไม่ว่าท่านจะเดินทางไปที่ไหนๆ ในญี่ปุ่นก็ตาม
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์กันหน่อยครับ 16-19 ส.ค.นี้ มีงาน “เที่ยวทั่วไทย...ไปทั่วโลก” กันอีกแล้ว จัดกันที่เดิมคือที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใครกำลังมองหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก ที่พักราคาดี แวะเวียนไปกันได้ จะแค่ไปเก็บข้อมูลก็เรียนเชิญเช่นกันครับ หรือจะแวะมาทักทายกันก็ที่บูธของ JPlan Holiday ใน Plenary Hall ก็ได้ ผมอยู่ทุกวันตอนบ่ายๆ ครับ


