
สื่อต่างชาติประโคมข่าว....แดงเริ่มแผ่ว
โพสต์ทูเดย์
— สื่อนานาประเทศเริ่มเห็นแววส่อเค้าคว้าน้ำเหลว กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงบางตา แต่ทว่าสถานการณ์ไม่มั่นคงในประเทศที่ยืดเยื้อ ทำต่างชาติเริ่มเตือนถึงความรุนแรง“
การชุมนุมโดยกลุ่มให้การสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบไม่กี่ปี เริ่มมีจำนวนของผู้ร่วมชุมนุมลดน้อยลงเรื่อยๆ” ราเชล ฮาร์เวย์ ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซี ซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ภายในกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงระบุในรายงานข่าวเมื่อวันที่ 16 มี.ค.เช่นเดียวกับอีกหลายสำนักข่าวต่างประเทศอีกหลายแห่ง ซึ่งเริ่มมีการส่งสัญญาณแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวและการอ่อนกำลังของเหล่ากลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งจำนวนของผู้เข้าร่วมชุมนุมเริ่มลดลงแล้ว เมื่อเทียบกับในช่วงวันแรกๆ ซึ่งถือว่าเป็นการส่งสัญญาณดีที่ทำให้ทางรัฐบาลไทยและชาวกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในครั้งนี้โดยตรงรู้สึกใจชื้นขึ้น
ในรายงานเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ของทางไทม์ แมกกาซีน ระบุว่า ผู้ประท้วงซึ่งส่วนมากจะเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยจากภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเคยมีจำนวนสูงสุดถึงราว 1 แสนคน เข้ายึดท้องถนนราชดำเนินเพื่อกดดันนายกรัฐมนตรี แต่ทว่าในช่วงเช้าวันอังคาร จำนวนกลับบางตาลงไปมากเหลือไม่ถึงเพียง 2 หมื่นคน
“
คนจำนวนมากจำเป็นต้องกลับไปยังบ้าน และเรือกสวนไร่นาของตนเอง เพื่อกลับไปสร้างรายได้และทำมาหากินตามปกติ” ข้อความในรายงานของไทม์ แมกกาซีน ระบุเดอะนิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า ไม่มี ความแน่นอนว่าการประท้วงในครั้งนี้จะยืดเยื้อและยาวนานได้เพียงใด เนื่องจากจำนวนของผู้ประท้วงที่เริ่มเบาบางลงไปมาก เพราะประชาชนที่มาประท้วงเป็นประชากรหาเช้ากินค่ำกำลังหมดเงิน และครอบครัวก็จะไม่สามารถอยู่รอดหากไม่มีรายได้ ดังนั้นผู้ประท้วงก็ต้องทยอยกลับไปทำงานหาเลี้ยงชีพตามปกติ
ในเวลาเดียวกันกับที่เหล่าชาวอินเทอร์ เน็ต เริ่มมีหยิบยกประเด็นของการสลายและลดจำนวนลงของผู้ประท้วง เมื่อคนจำนวนไม่น้อยเห็นว่าเป้าหมายของการชุมนุมไม่มีทีท่าว่าจะบรรลุผล
การรวบรวมข้อความจากเหล่าชาวทวิตเตอร์ของเว็บไซต์ โกลบอล วอยซ์ ระบุผู้ที่ใช้ชื่อว่า Bangkok Dan ก็เชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงกำลังล้มเหลวกับการชุมนุมเรียกร้องในครั้งนี้แล้ว
“
กองกำลังจำนวนมากที่ผุดขึ้นในวันอาทิตย์ ที่พร้อมด้วยผู้ชมและเหล่าฝูงชนที่มาสมทบด้วยความอยากรู้อยากเห็น และต้องการเฝ้าติดตามสถานการณ์ ดูเหมือนจะเป็นภาพของชัยชนะที่หวานหอม แต่ทว่าเมื่อการเดินขบวนประท้วงที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น ผู้คนจำนวนมากต่างก็รู้ว่าการเดินทางประท้วงในครั้งนี้แท้ที่จริงแล้วก็ไม่มีจุดหมายปลายทางหรือเป้าหมาย ทุกคนเดินทางมาถึงยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ด้วยความยากลำบาก และการยื่นคำขาดของผู้ประท้วงที่มีต่อรัฐบาลก็ผ่านพ้นไปโดยไม่เกิดผล และในที่สุดก็ต้องมีการขอบริจาคเลือดเริ่มขึ้น ในขณะเดียวกันเหล่าผู้ประท้วงก็เริ่มเก็บข้าวของเพื่อที่จะเดินทางกลับบ้านแล้ว” ข้อความในเว็บไซต์ดังกล่าว ระบุในขณะที่บางส่วนก็ไม่เชื่อว่าการประท้วงในครั้งนี้จะเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการเลือกตั้งครั้งใหม่ได้สำเร็จ โดยข้อความหนึ่งจากล็อกอินชื่อว่า Nirmal Ghosh ที่รวบรวมโดยเว็บไซต์ โกลบอล วอยซ์ ระบุว่า แถลงการณ์และประกาศของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้สร้างแรงกดดันและแรงผลักดันที่มากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐบาลยังถือไพ่เหนือกว่าและไม่ได้เริ่มต้นความรุนแรง และไม่มีใครระบุได้ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะกระจายอยู่ตามท้องถนนเช่นนี้ได้อีกนานเพียงใด
ส่วนในประเด็นของกิจกรรมการบริจาคโลหิตของเหล่าผู้ชุมนุมประท้วงเมื่อวันที่ 16 มี.ค. และการประกอบพิธีกรรมบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลนั้น สำนักข่าวเอเอฟพีมองว่า เป็นการประท้วงในเชิงสัญลักษณ์
เอเอฟพีพาดหัวข่าวว่า สำหรับกลุ่มผู้ประท้วงแล้วมองว่าเลือดคือชีวิต และพร้อมที่จะมอบให้กับความเป็นประชาธิปไตย
เช่นเดียวกับทางสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ที่รายงานออกมาในทำนองเดียวกันว่า การกระทำดังกล่าวเป็นแนวทางที่ต้องการจะสื่อสารระหว่างผู้ประท้วงกับทางรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังคงมีรายงานการประกาศเตือนของต่างชาติ เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์เดอะซิดนีย์ มอร์นิง เฮอรัลด์ ของออสเตรเลีย รายงานโดยอ้างแถลงการณ์ของ สตีเฟน สมิธ รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลีย ได้ประกาศย้ำเตือนชาวออสเตรเลียที่อยู่ในประเทศไทยอีกครั้งให้หลีกเลี่ยงกลุ่มผู้ชุมนุม หรือห่างไกลจากพื้นที่ที่มีการรวมตัวของผู้ชุมนุมประท้วง เนื่องจากการประท้วงของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลยังคงยืดเยื้อต่อเนื่องภายในกรุงเทพฯ
“
เราแนะนำให้ชาวออสเตรเลียปฏิบัติตามคำเตือนและระมัดระวังในขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้อยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีการรวมตัวของผู้คนเป็นกลุ่มใหญ่” สมิธ ให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวสกายนิวส์ ของออสเตรเลียอีกทั้งในรายงานอ้างคำพูดของรัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลีย ซึ่งระบุว่า ออสเตรเลียอยากให้ปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศไทยถูกแก้ไข และคลี่คลายลงอย่างสงบและเป็นที่เรียบร้อย
รายงานระบุด้วยว่า ออสเตรเลียมีความยินดีว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ใช้กองทัพในการปราบกลุ่มผู้ประท้วง







