posttoday
'โอลิมปิก'ที่เป็นมากกว่ากีฬา แบรนด์นี้มีมูลค่า1.5ล้านล้าน

'โอลิมปิก'ที่เป็นมากกว่ากีฬา แบรนด์นี้มีมูลค่า1.5ล้านล้าน

30 กรกฎาคม 2555

มหกรรมโอลิมปิกเกมส์ขึ้นท็อปแบรนด์ของโลก ทำเงินมหาศาลเป็นรองแค่แอปเปิล อิงก์ ยอดผู้ชมพุ่งขึ้นต่อเนื่องทุกปี

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

มหกรรมโอลิมปิกเกมส์ขึ้นท็อปแบรนด์ของโลก ทำเงินมหาศาลเป็นรองแค่แอปเปิล อิงก์ ยอดผู้ชมพุ่งขึ้นต่อเนื่องทุกปี

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า มหกรรมโอลิมปิกเกมส์นั้นไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของโลกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทว่ายังเป็นธุรกิจทำเงินมหาศาลที่มีจำนวนผู้ชมทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และยังถือเป็นหนึ่งใน “แบรนด์สินค้า” ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

รายงานของบริษัทวิจัยตราสินค้า แบรนด์ ไฟแนนซ์ ระบุว่า โอลิมปิกเกมส์ซึ่งถือเป็นมหกรรมกีฬาที่มีจำนวนผู้ชมทั่วโลกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองลงมาจากมหกรรมฟุตบอลโลกนั้น มีมูลค่าแบรนด์สินค้าสูงถึงราว 4.75 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นรองเพียงแอปเปิล อิงก์ ที่มีมูลค่า 7.06 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.23 ล้านล้านบาท) เท่านั้น

ตัวเลขดังกล่าวซึ่งมาจากตัวเลขทางการเงินของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ส่งผลให้การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์มีมูลค่าแบรนด์แซงหน้าบรรดาสปอนเซอร์รายใหญ่ของงาน อาทิ ซัมซุง ซึ่งมีมูลค่าที่ 3.82 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) เจนเนอรัล อิเล็กทริก 3.32 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.01 ล้านบ้านบาท) และโคคา โคลา 3.11 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.82 ล้านล้านบาท) นอกจากนี้ยังสูงกว่าธนาคารแห่งชาติกรีซ ซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิดของกีฬาดังกล่าวถึง 134 เท่า

'โอลิมปิก'ที่เป็นมากกว่ากีฬา แบรนด์นี้มีมูลค่า1.5ล้านล้าน

 

ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า นับตั้งแต่มหกรรมโอลิมปิกที่ประเทศจีน หรือปักกิ่งเกมส์ เมื่อปี 2008 รายได้ทั้งหมดจากการจัดโอลิมปิกได้เพิ่มขึ้นถึง 38% ไปอยู่ที่ 5,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.61 แสนล้านบาท) โดยเฉพาะรายได้จากการถ่ายทอดสดนั้นได้เพิ่มขึ้นถึง 51% ไปอยู่ที่ 3,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.24 แสนล้านบาท) ซึ่งสูงกว่า 3 เท่าตัว เมื่อเทียบกับรายได้เมื่อปี 1960 โดยมีการใช้จ่ายจากทวีปอเมริกาเหนือมากที่สุด 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.3 หมื่นล้านบาท)

แบรนด์ไฟแนนซ์ คาดว่ารายได้ดังกล่าวจะพุ่งสูงขึ้นอีกตั้งแต่ลอนดอนเกมส์ 2012 ไปจนถึงรีโอ 2016 ที่บราซิล โดยคาดว่าจะมีรายได้ทะลุ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.9 แสนล้านบาท) ขณะที่เว็บไซต์ด้านกีฬาชื่อดัง สปอร์ตคอล มองว่ารายได้อาจทะลุไปถึง 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.53 แสนล้านบาท) เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ไซมอน แชดวิก ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจกีฬาจากมหาวิทยาลัยโคเวนทรี ได้แย้งว่า ตัวเลขของมูลค่าทางเศรษฐกิจจากกีฬาโอลิมปิกนั้น ไม่ได้สะท้อนถึงภาพรวมทั้งหมด และย้ำว่าคุณค่าของยี่ห้อสินค้าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายผ่านตัวเลขได้หมด

“ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไอโอซีเป็นผู้ให้การสนับสนุนเงินทุนส่วนหนึ่ง ทว่าค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการจัดโอลิมปิกนั้น ต้องตกอยู่กับประเทศเจ้าภาพที่ต้องเป็นผู้แบกรับ ซึ่งอาจส่งผลให้เจ้าภาพต้องเบนเข็มจากโครงการพัฒนากีฬาบางส่วนที่กำลังดำเนินอยู่ ขณะเดียวกันมหกรรมกีฬาดังกล่าวยังมักทำให้เกิดภาระในด้านอื่นๆ แก่ประเทศเจ้าภาพด้วย อาทิ ปัญหาการจราจรและอาชญากรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ได้ถูกคำนวณรวมไปด้วย” แชดวิก กล่าว

นอกจากนี้ การสร้างมูลค่าของแบรนด์โอลิมปิกยังมาจากมาตรการปกป้องการแข่งขันด้วยการเป็นสปอนเซอร์ หรือเป็นผู้สนับสนุนโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้ได้สิทธิในการกระจายสินค้าและบริการระหว่างการแข่งขัน อาทิ แมคโดนัลด์ ซึ่งแทบจะได้สิทธิอย่างสิ้นเชิงในการเป็นผู้สนับสนุนด้านอาหารที่สนามกีฬาโอลิมปิก ปาร์ก

การบรรลุข้อตกลงเป็นสปอนเซอร์ในมหกรรมกีฬาโลกครั้งนี้ ยังหมายถึงการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า ซึ่งบริษัทชื่อดังหลายแห่งล้วนต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งด้วย อาทิ พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่ม 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.58 หมื่นล้านบาท) จากลอนดอนเกมส์ 2012 หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,160 ล้านบาท) จากกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ในปี 2010

'โอลิมปิก'ที่เป็นมากกว่ากีฬา แบรนด์นี้มีมูลค่า1.5ล้านล้าน

 

ทางด้านเจนเนอรัล อิเล็กทริก (จีอี) ก็ได้ยอมทุ่มไปแล้ว 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,300 ล้านบาท) เพื่อให้ได้สิทธิการเป็นผู้สนับสนุนโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปสู่ผลประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่จะตามมา โดยเฉพาะการทำสัญญาข้อตกลงต่างๆ กับประเทศเจ้าภาพ เช่น ในมหกรรมปักกิ่งเกมส์ในปี 2008 และโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 2014 ที่เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม แชดวิก เชื่อว่าการเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของโอลิมปิกนั้น เป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งของการวัดมูลค่าแบรนด์สินค้าเท่านั้น และเป็นมูลค่าต่อบรรดาสปอนเซอร์ มากกว่าจะเป็นมูลค่าต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ คุณค่าของแบรนด์โอลิมปิกในแง่ของการเอื้อประโยชน์ให้ภาคธุรกิจ ก็ยังแปรผันไปตามสภาพภูมิศาสตร์ด้วย เนื่องจากโอลิมปิกจะให้คุณค่าในเชิงเศรษฐกิจต่อภูมิภาคอเมริกาเหนือมากกว่าภูมิภาคแอฟริกา ซึ่งมีรายได้จากการถ่ายทอดสดเพียงแค่ 1% เท่านั้น

ทางด้านรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่องเป็นไตรมาส 3 โดยมีจีดีพีไตรมาส 2 หดตัวถึง 0.7% นั้น กำลังเตรียมที่จะใช้โอกาสเป็นเจ้าภาพลอนดอน 2012 ด้วยการเชื้อเชิญให้นักธุรกิจและผู้นำประเทศต่างๆ มาลงทุนกับอังกฤษมากขึ้น

เอพี รายงานว่า ก่อนหน้าพิธีเปิดการแข่งขันในวันที่ 27 ก.ค. เพียง 1 วัน รัฐบาลอังกฤษสามารถดึงดูดบรรดาผู้นำธุรกิจและผู้แทนรัฐบาลทั่วโลกให้เดินทางไปยังกรุงลอนดอนได้ถึงราว 4,000 คน ซึ่งนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน จะถือโอกาสนี้เชื้อเชิญให้มีการลงทุนกับอังกฤษมากขึ้น ทั้งลงทุนภายในประเทศ และการจับมือเป็นพันธมิตรกับอังกฤษ เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนให้ได้กว่า 1,000 ล้านปอนด์ (ราว 5 หมื่นล้านบาท) ในช่วงฤดูร้อนนี้

 

ข่าวล่าสุด

 พิชัยแนะรัฐบาลสานต่อเวที IMF–World Bank เร่งแก้ 4 โจทย์เศรษฐกิจ

 พิชัยแนะรัฐบาลสานต่อเวที IMF–World Bank เร่งแก้ 4 โจทย์เศรษฐกิจ