ทำไมเกาหลี ทำไมอาเซียน...
โดย...เพียงออ วิไลย
โดย...เพียงออ วิไลย
หลายท่านคงเคยสงสัยว่าทำไม จีน เกาหลี ญี่ปุ่น จึงอยากจะเข้ามาอยู่ในวงประชาคมอาเซียนนัก คำตอบจะเป็นอะไรไม่ได้เลยนอกจาก “ผลประโยชน์” หาก 10 ประเทศอาเซียนแยกกันอยู่ ขนาดเศรษฐกิจเดี่ยวๆ ไม่น่าเป็นเหตุทำให้ 3 ยักษ์เศรษฐกิจในเอเชียต้องแข่งกันขึ้นรถไฟขบวนอาเซียนนี้ แต่เมื่อเรารวมกันเป็น 10 = 1 อาเซียนแล้ว ทั้ง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น มิอาจไม่กระโดดขึ้นรถขบวนยาวถึง 10 ประเทศนี้ เพราะประชาคมอาเซียนหมายถึง พื้นที่ 4,510.6 ตร.กม. (3% ของพื้นที่โลก) หมายถึง คน 600 ล้านคน (9% ของประชากรโลก) หมายถึง GDP (2008) ประมาณ 1,462 พันล้านเหรียญสหรัฐ (2.5% ของ GDP โลก) หมายถึง มูลค่าการส่งออก (2009) 1,087 พันล้านเหรียญสหรัฐ (6.8% ของการส่งออกโลก) หมายถึง มูลค่าการนำเข้า 881 พันล้านเหรียญสหรัฐ (5.5% ของการนำเข้าโลก)
จากตัวเลขเศรษฐกิจ สมาชิกในอาเซียนของเราแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม ASEAN6 : (More advanced members) ได้แก่ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ ASEAN4 : (Less developed members) ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม แม้มีความแตกต่างในขนาดเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่สูงสุด (อินโดนีเซีย GDP 514 พันล้านเหรียญสหรัฐ) กับประเทศที่ต่ำสุด (กัมพูชา GDP 5.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ถึง 100 เท่า แต่เป้าหมายของอาเซียนคือ ความร่วมมือทางด้านการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์ของพลเมืองอาเซียน และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและสุขภาพกายและใจ ให้ได้มาตรฐานใกล้เคียงกันตามนโยบาย “Healthy ASEAN 2020”
แล้วสายตาของเกาหลีมองอาเซียนอย่างไร... Samsung Economic Research Institute ในฐานะกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี และเป็นบรรษัทข้ามชาติที่ไปลงทุนในต่างประเทศมากที่สุด ได้นำเสนอข้อสรุปที่สำคัญอาเซียนต่อเกาหลีไว้ว่า “อาเซียนเป็นคู่ที่สำคัญของเกาหลี ปัจจุบันเกาหลีส่งออกสินค้าไปอาเซียนถึง 11% ของการส่งออกของเกาหลีทั้งหมด เกาหลีต้องพึ่งพาสินค้าจำเป็นจำนวนมากจากอาเซียน เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ผลผลิตทางการเกษตร และที่สำคัญประชาคมอาเซียนมีบทบาทที่สำคัญต่อเสถียรภาพของเอเชียตะวันออกในฐานะที่เป็นภูมิภาคที่ถ่วงดุลอำนาจ
ในด้านการลงทุนและเป็นฐานการผลิตสินค้าของเกาหลี สำหรับการย้ายฐานการผลิตจากท้องถิ่นหนึ่งไปอีกถิ่นหนึ่งเพื่อลดต้นทุน แม้ว่าจีนกับอินเดียจะเป็นทางเลือกสำหรับการผลิตด้วยค่าแรงต่ำ ... สำหรับจีนในช่วง 3 ปีหลัง มีการปรับค่าแรงขึ้นอย่างหนัก แม้ว่าค่าแรงที่จ่ายให้คนงานโดยตรงยังคงมีราคาถูกแต่ค่าใช้จ่ายแฝง เช่น สวัสดิการสังคมที่ต้องจ่ายให้รัฐทำให้ค่าแรงรวมแพงเกินหน้าไทยไปแล้ว (ยังไม่ได้คำนวณเทียบกับค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ ในวันที่ 1 ม.ค. 2556) จากประสบการณ์จริงของบริษัทข้ามชาติเกาหลีในเครือที่ไปตั้งโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ในนิคมอุตสาหกรรมอู๋ซีเมื่อ 12 ปีก่อน ปัจจุบันผู้บริหารกำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่าจะถอนการผลิตออกมาแล้วทุ่มการผลิตลงที่เมืองไทยดีหรือไม่ เพราะนอกจากค่าแรงแฝงที่ทำให้ต้นทุนสูงเกินไปแล้ว ทัศนคติต่อการทำงานของแรงงานจีนทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการทำงาน ที่แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่เป็นตัวฉุดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของบริษัท...
ส่วนอินเดีย เกาหลียังไม่คุ้นเคยกับไลฟ์สไตล์ของชาวอินเดียมากนัก ประกอบกับโครงสร้างสาธารณูปโภคยังไม่พร้อมในระยะเวลาอันใกล้จึงอาจไม่ใช่คู่แข่งของอาเซียน แต่อาเซียนจะได้แรงงานจากอินเดียเข้ามาหลังจากที่อาเซียนบวก 6 สำเร็จ (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) ดังนั้น อาเซียนยังคงเป็นเป้าหมายการลงทุนที่สำคัญของเกาหลีต่อไป โดยแบ่งกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะตามระดับเศรษฐกิจของประเทศ เช่น กลุ่ม ASEAN6 : (สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์) จะมุ่งเน้นการลงทุนในด้านอุตสาหกรรมเบาที่มีเทคโนโลยีสูง ใช้แรงงานน้อย ใช้สมองเยอะ ส่วน ASEAN4 : (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ยังคงสามารถลงทุนทางด้านอุตสาหกรรมหนัก และอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพิงแรงงานมาก...
อย่าลืม พบกันที่งานเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “ภาษากับประชาคมอาเซียน” ในวันที่ 19 ก.ค. 2555 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ห้อง QS2103 เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องของภาษากับประชาคม และความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนและอาเซียนบวก 3 (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น)..


