
รู้จัก คาร์ลอส สลิม เศรษฐีผู้คว่ำ บิล เกตส์
...ทีมข่าวต่างประเทศ
มหาเศรษฐีธุรกิจโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่แห่งเม็กซิโก
“คาร์ลอส สลิม” สามารถเบียดอดีตเบอร์ 1 อย่าง บิล เกตส์ และ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ขึ้นสู่อันดับ 1 มหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่สุดในโลกปีนี้ จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ ปี 2010 ได้เป็นผลสำเร็จทว่านี่น่าสนใจไปกว่าตัวเลขสินทรัพย์มหาศาลถึง 5.35 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.76 ล้านล้านบาท) นี่เป็นครั้งแรกของโลกที่บุคคลจาก
“ประเทศกำลังพัฒนา” สามารถเบียดและแซงหน้าเหล่าเศรษฐีจากสหรัฐและยุโรป ขึ้นสู่ความเป็นผู้มั่งคั่งที่สุดของโลกได้ และเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีที่เศรษฐีเบอร์ 1 ในโผของฟอร์บส์ ไม่ใช่คนอเมริกันคาเรน แบลงเฟลด์ ผู้สื่อข่าวของฟอร์บส์ เปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า การผงาดขึ้นมาของสลิม ลูกชายของชาวเลบานอนอพยพผู้กลายมาเป็นมหาเศรษฐีโทรคมนาคม จนสามารถเข้าถือหุ้นใหญ่ในนิวยอร์กไทมส์ได้นั้น เป็นส่วนหนึ่งของกระแสที่มหาเศรษฐีจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนากำลังเข้ามาสู่กลุ่มคนแถวหน้าผู้ร่ำรวยที่สุดในโลกมากขึ้น
เพราะนอกจากสลิมแล้ว ในกลุ่มท็อปเทนของมหาเศรษฐีฟอร์บส์ ก็ยังประกอบไปด้วยเศรษฐีจากอินเดีย 2 คน และจากบราซิลอีก 1 คน ทำให้โผท็อปเทนของฟอร์บส์ครั้งนี้ มีเศรษฐีจากชาติกำลังพัฒนาถึง 4 คน
“
เห็นได้ชัดว่าความมั่งคั่งกำลังแผ่ขยายออกไป เป็นการขยายตัวที่ไม่เลวเลยทีเดียว” แบลงเฟลด์ กล่าวถึงโผของฟอร์บส์ ซึ่งที่ผ่านมามักถูกครอบงำด้วยชาวอเมริกันและยุโรปทว่าในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับด้วยว่าความมั่นคั่งของสลิมนั้น มาในจังหวะที่เกตส์และบัฟเฟตต์หันไปทุ่มเทให้กับงานการกุศลด้วยพอดี กับการบริจาคเงินมหาศาลให้กับมูลนิธิของตนเองและอื่นๆ
สลิมในวัย 70 ปีนั้น เป็นที่รู้จักกันดีว่าไม่ใช่คนอวดร่ำอวดรวย โดยมักนิยมใส่สูทดูดีแบบไม่จำเป็นต้องแพงหูฉี่ และแทบไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์ที่บริษัทตัวเองขาย แต่กลับเลือกที่จะใช้สมุดโน้ตธรรมดา เป็นแฟนกีฬาเบสบอล และสิ่งที่ชื่นชอบเป็นพิเศษก็ดูจะมีเพียงแค่ซิการ์กับน้ำอัดลมไดเอต รวมไปถึงผลงานศิลปะโดยเฉพาะของ ออกุสต์ โรแดง เท่านั้น
อาร์ทูโร เอเลียส อายุบ หนึ่งในทีมผู้บริหารของบริษัทโทรคมนาคมเทลเม็กซ์ และยังเป็นลูกเขยของสลิม กล่าวกับเอพีว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้สลิมก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าในวันนี้ เป็นเพราะเขาไม่เคยหยุดนิ่งในการลงทุน แม้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการ
“ซื้อมาขายไป” กับการกว้านซื้อกิจการต่างๆ ของภาครัฐที่มีปัญหา นำมาแก้ไขและปรับโครงสร้างให้ดีขึ้น ก่อนจะขายไปบนกำไมหาศาลและปัจจุบันกิจการในจักรวรรดิ ของสลิม ก็กว้างขวางเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง
ทุกวันนี้ชาวเม็กซิกันใช้โทรศัพท์มือถือของสลิม เดินช็อปปิ้งในห้างของสลิม เพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอจ่ายค่าสินค้าหรือบริการสักอย่างของบริษัทสลิม ที่ธนาคารแห่งหนึ่งซึ่งสลิมเป็นเจ้าของ แต่หากคิวยาวเกินไป ชาวเม็กซิกันก็อาจไปหากาแฟดื่มรอไปพลางๆ ก่อนที่คาเฟ่ของสลิม...!!!
บริษัท เทลเม็กซ์ ซึ่งเป็นกิจการขึ้นชื่อของสลิมนั้น ครองส่วนแบ่งการตลาดโทรศัพท์ในเม็กซิโกถึง 83% นอกจากนี้ยังเป็นผู้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดในประเทศด้วย และยังเตรียมที่จะเข้าสู่ธุรกิจโทรทัศน์และสื่ออินเทอร์แอ็กทีฟด้วย
ชีวิตที่ตกอยู่ในเงาของจักรวรรดิสลิมมานานกว่า 2 ทศวรรษ ทำให้ชาวเม็กซิกันจำนวนไม่น้อยเข้าใจถึงความมั่งคั่งของสลิม และยังอาจเชื่อถึงขั้นว่าอาณาจักรของสลิมนั้น โตเกินกว่าระบอบเศรษฐกิจของเม็กซิโกทั้งประเทศที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน (Dog eat dog economy system) และเต็มไปด้วยช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย
อย่างไรก็ดี ใช่ว่าคนทั้งหมดจะเข้าใจถึงความมั่งคั่งที่น่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะในเม็กซิโก ที่คนกว่า 50 ล้านจากทั้งหมด 107 ล้านคนทั่วประเทศยังยากจน
“
มันเป็นเรื่องน่าอาย นี่คือส่วนหนึ่งของความผิดพลาดในระบอบการเมืองเม็กซิโก เป็นการคอร์รัป ชันในวังวนแห่งอำนาจ ซึ่งเปิดช่องให้มีคนรวยแค่หยิบมือท่ามกลางคนยากนับล้านทั่วประเทศ” เออร์เนสโต วิลลานูเอวา ชาวกรุงเม็กซิโก ซิตี วัย 45 ปี กล่าว






