
พม่าวอนโลกเลิกคว่ำบาตร อ้างกระทบรัฐฟื้นเศรษฐกิจ
พม่าวอนนานาชาติยุติคว่ำบาตรทั้งหมด อ้างกระทบความพยายามของรัฐบาลฟื้นเศรษฐกิจประเทศ เล็งใช้แบงก์ใหม่หมื่นจ๊าดสัปดาห์หน้า
พม่าวอนนานาชาติยุติคว่ำบาตรทั้งหมด อ้างกระทบความพยายามของรัฐบาลฟื้นเศรษฐกิจประเทศ เล็งใช้แบงก์ใหม่หมื่นจ๊าดสัปดาห์หน้า
โกโกไหล่ หัวหน้าทีมที่ปรึกษาการเมืองของประธานาธิบดี เต็งเส่ง ของพม่า ออกโรงเรียกร้องเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ให้นานาชาติยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่าทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความพยายามของรัฐบาลที่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นกระบวนการสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการเปิดประเทศ
“หากปราศจากการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด พม่าก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศในระยะยาวได้” โกโกไหล่ กล่าว
ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าหลายชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐ ประกาศระงับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่าแล้ว เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดทางให้บริษัทพลังงาน เหมืองแร่ และสถาบันการเงินของสหรัฐเข้าไปลงทุนในพม่าได้
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นเพียงการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราวเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลพม่ายังคงต้องดำเนินการปฏิรูปประเทศอย่างเข้มงวดมากกว่านี้
ก่อนหน้านี้ วันเดียวกัน บ๊อบ คารร์ รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า รัฐบาลจะประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต่อพม่าที่เหลือทั้งหมด ซึ่งจะมีผลอย่างเป็นทางการภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ และพร้อมอัดฉีดเงินช่วยเหลือเป็นสองเท่า เพื่อสนับสนุนการดำเนินการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลพม่าอย่างเต็มที่ แต่ยังคงบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรการสนับสนุนในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ต่อพม่าเช่นเดิม
ขณะที่ โตตาล บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของฝรั่งเศส เผยว่า เตรียมกลับเข้าไปเปิดโครงการใหม่ในพม่าอีกครั้ง หลังมีการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่าอย่างต่อเนื่อง แต่ทางบริษัทเปิดเผยว่ายังไม่มีแผนการลงทุนเฉพาะหน้าในขณะนี้
ทั้งนี้ บริษัท โตตาล ถือเป็นหนึ่งในบริษัทชาติตะวันตกรายใหญ่ที่เข้าไปลงทุนในพม่าตั้งแต่ปี 2535 และเป็นผู้ดำเนินการโครงการแหล่งก๊าซยาดานาในพม่าที่ส่งพลังงานมายังไทย
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางพม่าประกาศเริ่มใช้ธนบัตรใหม่มูลค่าใบละ 1 หมื่นจ๊าดเป็นครั้งแรก ซึ่งจะถูกนำออกหมุนเวียนใช้จ่ายในท้องตลาดตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยมูลค่าแลกเปลี่ยนธนบัตรใหม่อยู่ที่ราวใบละ 12 เหรียญสหรัฐ (ราว 372 บาท)
ปัจจุบัน พม่ามีธนบัตรมูลค่าสูงสุดคือใบละ 5,000 จ๊าด ซึ่งเริ่มนำออกหมุนเวียนตั้งแต่ปี 2552 โดยคาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจพม่าที่มีระบบการซื้อขายสินค้าที่ต้องกระทำด้วยการใช้เงินสดเท่านั้น
ทั้งนี้ พม่า ภายใต้การนำของรัฐบาลประธานาธิบดี เต็งเส่ง สามารถปฏิรูปประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตยในหลายด้าน ทั้งการยุติความขัดแย้งกับชนกลุ่มน้อยในประเทศ โดยการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจก้าวสำคัญที่สุดคือ การประกาศใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวของค่าเงินจ๊าดตั้งแต่เดือน เม.ย. เนื่องจากก่อนหน้านี้พม่ากำหนดให้เงินจ๊าดมีมูลค่าสูงกว่าความเป็นจริง โดยเงินจ๊าดในตลาดมืดอยู่ที่ 800-880 จ๊าดต่อเหรียญสหรัฐ แต่อัตราแลกเปลี่ยนของทางการแข็งค่าอย่างมาก อยู่ที่เพียง 6 จ๊าดต่อเหรียญสหรัฐเท่านั้น







