
เฟดเล็งต่ออายุ "โอเปอเรชัน ทวิสต์" หุ้นทั่วโลกพุ่งแรงขานรับข่าวดี
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
หุ้นทั่วโลกพุ่งแรงหลังเฟดส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ด้าน “เบจ บุ๊ก” ของเฟดชี้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวปานกลาง เอกชนมะกันหวั่นวิกฤตหนี้ยุโรป
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการยืดระยะเวลาโครงการ “โอเปอเรชัน ทวิสต์” หรือการปล่อยขายพันธบัตรระยะสั้น เพื่อซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว เพื่อกดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น
เอพีรายงานว่า คณะกรรมการ 3 คน ของเฟด ได้แก่ เจเน็ต เยลเลน รองประธานเฟด เดนนิส ล็อกฮาร์ต ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา และจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ต่างแสดงความเห็นว่า จะสนับสนุนให้เฟดกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหากเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอลง
เยลเลน ระบุว่า เฟดสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ด้วยหลากหลายวิธี เช่น การยืดโครงการโอเปอเรชัน ทวิสต์ เพื่อกดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ และเพื่อกระตุ้นให้เกิดการกู้เงินและปล่อยกู้มากขึ้น และการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 00.25% จนถึงปลายปี 2557 โดยแม้รองประธานเฟดจะยอมรับว่า ทั้งสองวิธีจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่า การใช้มาตรการด้านการเงินในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
“แม้จะฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง แต่ภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ยังคงฉุดรั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน” เยลเลน กล่าว
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของล็อกฮาร์ต ซึ่งมองว่าตัวเลขการจ้างงานที่น่าผิดหวังในเดือน เม.ย. และ พ.ค. สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศ ทว่าเจ้าตัวไม่ได้ชี้แจงว่าเฟดควรใช้มาตรการใดกระตุ้นเศรษฐกิจ
ขณะที่วิลเลียมส์แสดงความเห็นว่า เฟดควรยืดอายุมาตรการ “โอเปอเรชัน ทวิสต์” ซึ่งจะสิ้นสุดสิ้นเดือนนี้ หากแนวโน้มเศรษฐกิจและอัตราว่างงานย่ำแย่ลง หรือหากอัตราเงินเฟ้อดิ่งลงอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ เบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด เคยกล่าวไว้ว่า เฟดพร้อมที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจหากมีความจำเป็น โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า ประธานเฟดจะหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมผู้กำหนดนโยบายเฟด ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 มิ.ย.นี้
ความเห็นดังกล่าวส่งผลให้เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก เพิ่มขึ้น 287 จุด หรือ 2.4% ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พีเพิ่มขึ้น 30 จุด หรือ 2.3% นับเป็นการปรับตัวสูงสุดของดัชนีหุ้นดาว โจนส์และเอสแอนด์พีในปีนี้ ขณะที่ดัชนีหุ้นแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 67 จุด หรือ 2.4%
“ตลาดกำลังขานรับข่าวลือว่า เฟดจะกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้” ไรอัน ดีทริก นักวางแผนกลยุทธ์อาวุโสจากบริษัทวิจัยการลงทุนเชฟเฟอร์ กล่าว
ในส่วนของตลาดหุ้นเอเชีย ดัชนีหุ้นนิกเกอิที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.2% ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง พุ่ง 0.9% และดัชนีหุ้นคอมโพสิต ที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 2.6%
ด้านตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นลอนดอน เพิ่มขึ้น 0.7% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นแฟรงก์เฟิร์ต พุ่ง 0.5%
นอกจากนี้ เฟดยังได้เปิดเผยผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาค (เบจ บุ๊ก) ล่าสุด พบว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังขยายตัวในระดับปานกลาง แต่ภาคธุรกิจยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐและวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป
ธนาคารกลางสหรัฐส่วนใหญ่จาก 12 เขตทั่วประเทศ รายงานภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค.ที่ผ่านมา โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมขยายตัวในระดับปานกลาง ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการขยายตัวในระดับที่ดีกว่าในรายงานฉบับก่อนหน้าที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือน เม.ย.
อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจยังไม่แข็งแกร่ง โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี เศรษฐกิจเติบโตเพียง 1.9%
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า รายงานเบจ บุ๊ก ซึ่งเฟดจะนำมาใช้เป็นกรอบในการหารือในที่ประชุมกำหนดนโยบายครั้งต่อไปในเดือนนี้ ไม่ได้ให้ภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีกว่ารายงานฉบับที่แล้วมากนัก







