posttoday
ยุโรปเมินบทเรียนเอเชียทำวิกฤตหนัก

ยุโรปเมินบทเรียนเอเชียทำวิกฤตหนัก

28 พฤษภาคม 2555

กูรูชี้‘ต้มยำกุ้ง’พิสูจน์แล้วแผนรัดเข็มขัดไม่ใช่ทางแก้จะรอดต้องกล้าลงมือกระตุ้นเศรษฐกิจ

กูรูชี้‘ต้มยำกุ้ง’พิสูจน์แล้วแผนรัดเข็มขัดไม่ใช่ทางแก้จะรอดต้องกล้าลงมือกระตุ้นเศรษฐกิจ

กูรูชี้ ยุโรปไม่จำบทเรียนจากเอเชีย เลยทำให้วิกฤตยืดเยื้อเป็นหนัก ฉุดเงินยูโรทรุดฮวบต่ำสุดในรอบปี

บลูมเบิร์กเผยบทความของ วิลเลียม เปเซก ผู้สื่อข่าวและนักวิเคราะห์สายเศรษฐกิจการเงินที่แสดงความเห็นว่า วิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปขณะนี้ทำให้นึกถึงเหตุวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ที่เริ่มต้นขึ้นจากการทรุดฮวบของค่าเงินบาทที่ประเทศไทย ก่อนลุกลามแพร่กระจายไปสู่ประเทศใกล้เคียง ทั้งอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และมาเลเซีย กลายเป็นวิกฤตการณ์ทางการเงินของภูมิภาคเอเชียและของโลก ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่า แม้จะเป็นบทเรียนที่ดี แต่ยุโรปกลับละเลยที่จะศึกษาอย่างจริงจังถึงความผิดพลาดและทางเลือกที่ทำให้เอเชียฝ่าฟันอุปสรรคจนรอดมาได้

เปเซก กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เอเชียพิสูจน์ให้เห็นชัดไปแล้วก็คือว่า ท่ามกลางวิกฤตการเงินและปัญหาหนี้สาธารณะ การแก้ปัญหาด้วยแผนรัดเข็มขัด คงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อไม่ให้ค่าเงินลดต่ำ พร้อมบีบให้รัฐลดค่าใช้จ่ายเพื่อตัดลดยอดหนี้ตามคำแนะนำของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกอย่างสหรัฐและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ล้วนไม่ประสบผลแม้แต่น้อย และเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เอเชียเลือกใช้ต่างหากที่ทำให้ภูมิภาคนี้ฟื้นกลับขึ้นมาได้

แต่จนแล้วจนรอดยุโรปก็ยังเลือกที่จะเดินตามรอยความผิดพลาดนั้น โดยเปเซก กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเพราะยุโรปยังคงยึดหลักแนวทางการเมืองนำเศรษฐกิจ และไม่ยอมรับข้อเท็จจริง 2 ประการที่ว่า ธรรมชาติของระบบการเงินโลกขณะนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันกำลังขาดแคลนตัวขับเคลื่อนที่จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต

“ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ยุโรปมัวแต่ประชุมพูดคุยปราศจากการลงมือทำ โดยหลงลืมไปว่า ยิ่งลงมือแก้ปัญหาเร็วเท่าไร แม้จะเจ็บหนักแต่ก็จะสามารถฟื้นได้เร็วเท่านั้น” เปเซก กล่าว พร้อมอธิบายเพิ่มเติมถึงข้อเท็จจริงประการที่ 2 ว่า วิกฤตการเงินของเอเชียฟื้นขึ้นมาได้ส่วนหนึ่งเพราะแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ ตรงกันข้ามกับปัจจุบัน ที่ไม่ว่าสหรัฐหรือแม้กระทั่งจีนไม่อยู่ในสภาพที่จะฉุดเศรษฐกิจโลกขึ้นมาได้ และการที่ยุโรปยังคงถกเถียง เชื่องช้า และมัวแต่ยึดกับหลักการที่คร่ำครึโดยไม่ยอมเหลียวมองบทเรียนในอดีตจากเอเชีย ทำให้ไม่สามารถหวังบทสรุปในแง่ดีได้อีกต่อไป

ขณะเดียวกันผลโพลที่ระบุว่าพรรคต่อต้านแผนรัดเข็มขัดกำลังมาแรงในกรีซและกระแสข่าววิกฤตหนี้ที่เริ่มรุกรานภาคการเงินสเปนอย่างหนัก ส่งผลให้ค่าเงินยูโรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับสกุลเงินเยน

อรูป แชตเตอร์จี นักกลยุทธ์ด้านการเงินจากบาร์เคลย์สในนิวยอร์ก กล่าวว่า ตราบใดสถานการณ์ที่ตลาดผันผวนสูง การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำ และแนวโน้มที่กรีซจะออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มยูโรโซนมีมาก ตราบนั้นสกุลเงินยูโรก็มีสิทธิปรับตัวอ่อนค่าลงไปได้อีกเรื่อยๆ

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินยูโรปรับตัวลดลงเฉลี่ย 2.1% มาอยู่ที่ 1.2517 เหรียญสหรัฐต่อยูโร (ราว 37.5 บาท) โดยระดับต่ำสุดอยู่ทึ่ 1.2496 เหรียญสหรัฐต่อยูโร (ราว 37.48 บาท)

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน