
2 บิ๊กอียูเสียงแตกหักแก้หนี้ เตือนหาแผนฉุกเฉินรับมือกรีซไขก๊อก
รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสเยอรมนี ถกกู้วิกฤตหนี้เครียด เสียงแตกใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ เตือนอียูเตรียมรับมือกรีซออกจากยูโรโซน
รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสเยอรมนี ถกกู้วิกฤตหนี้เครียด เสียงแตกใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ เตือนอียูเตรียมรับมือกรีซออกจากยูโรโซน
โวล์ฟกัง ชูเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี เข้าหารือนัดพิเศษกับ ปิแอร์ มอสโกวิซี รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 21 พ.ค. เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางแก้วิกฤตหนี้สาธารณะที่กำลังทวีความรุนแรงในขณะนี้ หลังสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในยุโรปยังขัดแย้งกันอย่างหนักเรื่องความเป็นไปได้ในการใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับมาตรการรัดเข็มขัดลดหนี้ด้วย โดยการหารือดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป ในวันที่ 23 พ.ค.นี้
ทั้งนี้ บรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ในยุโรปเริ่มเบนเข็มความสนใจแผนการแก้วิกฤตหนี้สาธารณะจากการใช้มาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังเพียงอย่างเดียวไปสู่การใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ และหาแนวทางลดอุปสรรคการกู้ยืมระหว่างประเทศเพื่อกระตุ้นการลงทุนมากขึ้นด้วย
ฝรั่งเศสนั้นถือเป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันให้มีการแก้ไขรายละเอียดของนโยบายสหภาพการคลัง (ฟิสคัลแพกต์) เพื่อให้มีการใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการใช้มาตรการรัดเข็มขัดเพื่อกระตุ้นการเติบโต หลังแนวทางการใช้มาตรการรัดเข็มขัดแต่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ยุโรปที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 2 ปีได้
ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศส ยังเสนอให้มีการหารือถึงการใช้วิธีระดมทุนผ่านทางพันธบัตรยูโรโซน (ยูโรบอนด์) อีกครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศที่มีปัญหาหนี้ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินฉุกเฉิน โดยให้เหตุผลว่า วิธีการดังกล่าวเป็นวิธีการเดียวในการแก้ปัญหาหนี้ยุโรปและช่วยฟื้นความมั่นใจของนักลงทุนได้
อย่างไรก็ตาม เยอรมนีซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของยุโรปปฏิเสธแนวทางดังกล่าวมาโดยตลอด เนื่องจากมองว่าการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดนโยบายสหภาพการคลัง เพื่อใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจเท่ากับเป็นแผนการที่ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะเพิ่มเติมขึ้นอีก
นอกจากนี้ ยังให้เหตุผลว่า การออกยูโรบอนด์ไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ยูโรโซนที่ต้นตอ เพราะเป็นวิธีการที่สามารถลดแรงกดดันที่มีต่อประเทศสมาชิกในการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะของตัวเองเท่านั้น
นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี กล่าวย้ำอย่างต่อเนื่องว่า เยอรมนีไม่ได้ต่อต้านการออกยูโรบอนด์ แต่เชื่อว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะใช้วิธีการดังกล่าว
สตีเฟน แคมปีเตอร์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนี กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นการเติบโตที่บรรดาผู้นำยุโรปเสนอ นอกจากจะถือเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดที่ผิดเวลาแล้ว ยังเป็นแผนที่ก่อให้เกิดผลในทางลบอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า สาเหตุที่เยอรมนีคัดค้านการออกยูโรบอนด์ เนื่องจากมองว่าหากมีการออกยูโรบอนด์แล้วต้นทุนการกู้ยืมของประเทศจะพุ่งสูง และส่งผลให้เยอรมนีต้องเข้าไปร่วมความเสี่ยงกับประเทศที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังมากขึ้นอีกด้วย
ความขัดแย้งในการกอบกู้วิกฤตหนี้ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้วิกฤตเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประเทศสมาชิกอื่นๆ ในยูโรโซน เช่น สเปน ซึ่งเศรษฐกิจได้เข้าสู่สภาวะถดถอย โดยมีอัตราว่างงานพุ่งทุบสถิติเป็นประวัติการณ์และสูงที่สุดในยุโรป
ฮัลเจอร์ ชมัลดิง นักวิเคราะห์ประจำธนาคารบาเรนเบิร์ก ออกโรงเตือนว่า นายกรัฐมนตรีแมร์เกิลและประธานาธิบดีออลลองด์ ควรจะตระหนักได้แล้วว่า ทั้งสองไม่สามารถขัดแย้งกันได้อีกต่อไป เพราะขณะนี้วิกฤตกำลังแผ่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ
ทางด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดว่า ปัจจุบันกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจมากขึ้น ดังนั้นผลกระทบจากภูมิภาคหนึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอย่างรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายมากกว่าวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2551
รายงานระบุว่า ห่วงโซ่อุปทานโลกในปัจจุบัน เปิดทางให้บริษัทต่างๆ สามารถเข้าถึงสินค้าจากโรงงานผลิตราคาถูกทั่วโลก แต่กระบวนการดังกล่าวก็มีจุดอ่อน ดังที่เห็นได้จากเหตุอุทกภัยในไทยและเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2554 ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตของภาคอุตสาหกรรมรถยนต์และเทคโนโลยีไปทั่วโลก
ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ได้ออกโรงเตือนระหว่างการประชุมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า บรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ในยุโรปควรเตรียมแผนฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพอย่างที่สุด เพื่อรับมือกรณีกรีซต้องออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซนอย่างเร่งด่วน โดยให้เหตุผลว่า การเลือกตั้งรอบใหม่ของกรีซในวันที่ 17 มิ.ย. ถือเป็นการตัดสินชะตาว่ากรีซจะอยู่หรือไป ซึ่งยูโรโซนจำเป็นต้องรับมือกับทั้งสองเหตุการณ์
“ชาวกรีซสามารถเลือกลงคะแนนเสียงที่จะอยู่ในยูโรโซนและดำเนินแผนรัดเข็มขัดตามเงื่อนไขต่อไป หรืออาจโหวตที่จะออกจากยูโรโซนในที่สุด โดยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยูโรโซนจำเป็นต้องวางกลยุทธ์อย่างดีเพื่อรับมือกับทั้งสองเหตุการณ์ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที” คาเมรอน กล่าว







