
วิจัยมะกันชี้จีนไร้สุขสวนทางศก.เติบโต
ผลการศึกษาชี้ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาชาวจีนมีความสุขน้อยลง สวนทางกับเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ผลการศึกษาชี้ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาชาวจีนมีความสุขน้อยลง สวนทางกับเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
สำนักวิจัยพิว กัลแลนท์ และสำนักที่ปรึกษาทางการวิจัยฮอไรซอน ของสหรัฐ เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดพบว่า ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประชาชนจีนกลับมีความสุขน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประชาชนผู้มีฐานะยากจน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่การพัฒนาเศรษฐกิจจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมด้วย
ผลการศึกษาดังกล่าว ซึ่งวัดความสุขของชาวจีนนับตั้งแต่ปี 2533-2553 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ต่อประชากรเติบโตถึง 4 เท่า ระบุว่า เมื่อปี 2533 68% ของชาวจีนผู้มีฐานะร่ำรวย และ 65% ของชาวจีน ซึ่งมีฐานะยากจนนั้นมีค่าความสุขอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม จากการวัดค่าความสุขของชาวจีนเมื่อปี 2553 หรือ 20 ปีถัดมา พบว่ามีชาวจีนฐานะยากจนเพียงแค่ 42% เท่านั้นที่ยังคงมีค่าความสุขในระดับสูง ขณะที่ 71% ของชาวจีน ซึ่งมีฐานะร่ำรวย มีความสุข หรือเพิ่มขึ้นจากเมื่อ 20 ปีก่อนเล็กน้อย
“คนส่วนใหญ่เชื่อว่าหากเศรษฐกิจของประเทศเติบโต คุณภาพชีวิตของประชาชนก็จะดีขึ้นตาม และยิ่งเศรษฐกิจโตเร็วเท่าใด ผู้คนก็จะมีความสุขมากเท่านั้น” ริชาร์ด อีสเตอร์ลิน อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย กล่าว โดยย้ำว่า ในประเทศจีนไม่มีการค้นพบหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าชาวจีนมี ความพึงพอใจในชีวิตมากขึ้นตามเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังเอาไว้
ทั้งนี้ แม้ผลการศึกษาดังกล่าวไม่ได้เปิดเผยสาเหตุที่ชาวจีนมีความสุขน้อยลง ทว่าระบุว่าความมุ่งมั่นและความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่สูงขึ้นนั้นจะส่งผลให้ความพึงพอใจในชีวิตลดลง
นอกจากนี้ สาเหตุอื่นๆ อาจรวมถึงชีวิตครอบครัว ความต้องการในอาชีพมั่นคง เพื่อนฝูง และสุขภาพ
ทว่า รายงานได้กล่าวชื่นชมความพยายามของรัฐบาลจีนในการสร้างความมั่นคงทางสังคมให้กับประชาชนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะประชาชนผู้มีฐานะยากจน พร้อมเสนอแนะให้บรรดาผู้นำตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางสังคมควบคู่ไปกับความมั่นคงด้านการงาน







