posttoday
3 ยอดขุนพลแผ่นดินเดือด (10)

3 ยอดขุนพลแผ่นดินเดือด (10)

13 พฤษภาคม 2555

ในปีเทนโชที่ 4 เดือน 1 กิจกรรมต่อต้านโนบุนากะครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ อาชิคางะ โยชิอากิ โชกุนไร้อำนาจได้ออกจดหมายลับถึงเหล่าบรรดาผู้ที่ต่อต้านโนบุนากะ ชักชวนให้เข้าร่วมทำศึกแตกหักกับโนบุนากะอีกครั้ง แล้วเรื่องที่โนบุนากะเกลียดที่สุดก็ได้เกิดขึ้นกับเขาอีกครั้ง เมื่อโนบุนากะได้ถูก ฮาตะโน ฮิเดะฮารุ แห่งแคว้นทัมบะ คนที่ไว้วางใจ ได้ย้ายข้างไปชูธงต่อต้านโนบุนากะ และได้ทำให้ศึกโอบล้อมโนบุนากะในครั้งนี้ได้ปิดกั้นทางหนีทีไล่ของโนบุนากะไว้ได้โดยสมบูรณ์

ในปีเทนโชที่ 4 เดือน 1 กิจกรรมต่อต้านโนบุนากะครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ อาชิคางะ โยชิอากิ โชกุนไร้อำนาจได้ออกจดหมายลับถึงเหล่าบรรดาผู้ที่ต่อต้านโนบุนากะ ชักชวนให้เข้าร่วมทำศึกแตกหักกับโนบุนากะอีกครั้ง แล้วเรื่องที่โนบุนากะเกลียดที่สุดก็ได้เกิดขึ้นกับเขาอีกครั้ง เมื่อโนบุนากะได้ถูก ฮาตะโน ฮิเดะฮารุ แห่งแคว้นทัมบะ คนที่ไว้วางใจ ได้ย้ายข้างไปชูธงต่อต้านโนบุนากะ และได้ทำให้ศึกโอบล้อมโนบุนากะในครั้งนี้ได้ปิดกั้นทางหนีทีไล่ของโนบุนากะไว้ได้โดยสมบูรณ์

โนบุนากะจึงได้วางแผนรับศึกไว้ดังนี้ ในศึกด้านวัดอิชิยามาฮงกัน ให้ อาเคจิ มิทซึฮิเดะ กับ อารากิ มุระชิเกะ และบัง นาโอมาสะ นำพล 3 หมื่นนายออกไปรับศึก แล้วในด้านพวกกลุ่มสาวกลัทธิอิกโคที่เอจิเซ็นให้ ชิบาตะ คัตสึอิเอะ เป็นผู้นำทัพปราบปราม และในขณะเดียวกันก็ให้คอยดักสกัดกลุ่มสาวกคลั่งลัทธิจากฮกกุริกกุอีกด้วย

การต่อสู้กับด้านวัดอิชิยามาฮงกันนั้น อะเคจิ มิทซึฮิเดะ ใช้แผนตั้งค่ายตรึงกำลังกดดันไม่ให้กลุ่มกำลังจากพวกวัดฮงกันเคลื่อนไหวได้ง่าย จนกระทั่งกลางเดือน 4 ปีนั้น โนบุนากะตัดสินใจบีบกระชับพื้นที่ของพวกวัดฮงกัน โดยให้ อะเคจิ มิทซึฮิเดะ รุกยึดชิงพื้นที่ตั้งค่ายได้ 2 แห่ง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของวัดฮงกัน ส่วน อารากิ มุระชิเกะ ให้โจมตีทางทะเลแล้วยกพลขึ้นบกยึดชิงพื้นที่ตั้งค่ายทางฝั่งคิตะโนดะ ในได้ 3 แห่ง แล้วทางวัดเทนโอ ให้ บัง นาโอมาสะ ตั้งค่ายกดดันในพื้นที่ได้ 1 แห่ง แต่ทว่าในส่วนนี้ ค่ายของนาโอมาสะได้ถูกซุ่มโจมตีต้องสูญเสียทหารไปถึง 1,000 นาย กลายเป็นจุดที่ทางวัดฮงกันใช้พลิกสถานการณ์กลับ ทางโนบุนากะจึงต้องเร่งรุดลงสนามศึกเพื่อแก้ไขสถานการณ์ เดือน 5 วันที่ 5 โนบุนากะพร้อมด้วยกองกำลังคุ้มกัน 100 นาย ได้เข้าถึงปราสาทวากาเอะ ที่คาวาจิ แล้วในวันถัดมาได้สั่งในรวบรวมกำลังพล 3,000 นาย พร้อมเตรียมเสบียงอาหารพร้อมเมื่อไหร่ให้เคลื่อนที่ทันที

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลังจากที่กองทัพถึงความพรักพร้อมแล้ว โนบุนากะก็นำทัพออกตีค่าย 1.5 หมื่นนาย ที่ปิดล้อมวัดเทนโอในทันที ในยุทธการนี้โนบุนากะตั้งกระบวนทัพเป็น 3 ชั้น โดยมีโนบุนากะอยู่กับทหารม้าคุ้มกันอยู่ชั้นในสุด แต่ด้วยความที่เป็นห่วงว่าจะเสียชัยภูมิจนทำให้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โนบุนากะจึงเร่งม้าออกหน้าทัพหมายจะพิชิตศึกให้ได้โดยไว แต่ทว่าพลปืนที่เป็นแนวปะทะของข้าศึกได้ยิงสกัดการบุกของทัพโนบุนากะ ให้บังเอิญว่ากระสุนนัดหนึ่งจากปืนของแนวหน้าได้พุ่งผ่านกลุ่มทหารคุ้มกันของโนบุนากะเข้าฝังที่บริเวณขาของโนบุนากะได้รับบาดเจ็บ ทหารม้าคุ้มกันเห็นบาดแผลของโนบุนากะถึงกับชะงัก แต่โนบุนากะได้ร้องบอกทหารเหล่านั้นว่า บาดแผลนี้เล็กน้อยนัก การเร่งยึดชัยภูมินี้สำคัญกว่ามาก แล้วทหารอีก 2 กองที่เดิมเป็นแนวหน้าตามโนบุนากะเข้ามาได้ทัน เมื่อได้เห็นเจ้านายไม่ยี่หระต่อความบาดเจ็บจากกระสุนนั้น ทำให้เกิดความฮึกเหิมหาญบุกฝ่าจนเข้ายึดชิงพื้นที่ได้สำเร็จ

3 ยอดขุนพลแผ่นดินเดือด (10)

ในขณะที่โนบุนากะยังติดพันอยู่กับศึกทางวัดอิชิยามาฮงกันอยู่นั้น ทางตระกูลโมริ กลุ่มอำนาจใหญ่จากภูมิภาคชูโกกุ ได้รับคำสั่งให้นำเสบียงและกองกำลังขึ้นไปสมทบกับพวกวัดฮงกันที่โอซากา ที่บริเวณปากแม่น้ำคิซึ ที่นั่นพวกกองเรือของโนบุนากะที่ได้ชื่อว่ามีเรือรบหุ้มเกราะ ที่แข็งแรงที่สุดในสมัยนั้นต้องเผชิญกับกองทัพเรือที่ได้ชื่อว่าเก่งกาจที่สุดเข้าโจมตี กองเรือของโนบุนากะนำด้วย คุกิ โยชิทากะ มีกำลังเรือหุ้มเกราะ 300 ลำ แต่ทัพเรือของโมริที่ประกอบไปด้วยกองเรือโจรสลัดที่เชี่ยวชาญการรบทางน้ำดีเยี่ยมของมุราคามิและโคบายากาวะ แล้วยังมีกองเรือพิฆาตของโมริร่วมอีกรวมทั้งหมดเป็น 800 ลำ ยุทธการทางทะเลครั้งนี้ โมริให้กองเรือเล็กเร็วของโคบายากาวะเข้าโฉบเรือหุ้มเกราะของคุกิ และก่อกวนด้วยธนูเพลิงจนเมื่อเรือหุ้มเกราะเริ่มยิงตอบโต้ ก็ให้เรือเล็กเร็วแล่นหลบหลีกออก แล้วอาศัยช่วงจังหวะที่เรือหุ้มเกราะต้องบรรจุกระสุน ก็ให้เรือของมุราคามิเข้ากระหนาบแล้วถล่มด้วยระเบิดเพลิง ก่อนจะให้เรือพิฆาตของโมริกระหน่ำยิงจนเรือของคุกิจมหายลงในท้องทะเลไปทั้งกอง ในสมรภูมิทางทะเลนี้ โนบุนากะต้องเสียกองเรือหุ้มเกราะชั้นดีไปในพริบตา ในที่สุดกองกำลังของโมริก็สามารถยกพลขึ้นบกและสามารถส่งเสบียง ดินปืน และกำลังสมทบร่วมกับพวกวัดฮงกันได้สำเร็จ

และด้วยในระยะหลังนี้ความผูกพันระหว่าง อุเอะซึกิ เคนชิง กับโนบุนากะเป็นไปอย่างไม่ค่อยจะดีนัก จึงทำให้เคนชิงยอมร่วมมือกับกลุ่มสาวกอิกโคที่จะร่วมกันไล่ตียึดพื้นที่ในอำนาจโนบุนากะในภูมิภาคฮกกุริกกุ ตั้งแต่แคว้นเอทจู ขึ้นไปจนถึงโนโต จนกระทั่งในราวเดือน 11 เคนชิงได้นำทัพขึ้นถึงพื้นที่ของตระกูลฮาตะเกะยามะ ที่แคว้นโนโต แต่ด้วยที่ปราสาทนานาโอนี้อยู่ในชัยภูมิที่ดีเยี่ยม ไม่สามารถขึ้นบุกเต็มกำลังได้ เคนชิงจึงได้แต่ทำการปิดล้อมปราสาท แต่ในที่สุดในราวเดือน 3 ของปีเทนโชที่ 5 พวกตระกูลโกะโฮโจเห็นโอกาสที่เคนชิงติดพันกับศึกทางโนโตอยู่ จึงถือโอกาสเข้าบุกเอจิโงะ ทำให้เคนชิงต้องถอนกำลังปิดล้อมเพื่อไปรับมือกับศึกที่เข้าบุกแผ่นดินแม่

แล้วในช่วงนั้น โนบุนากะได้เปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ คือ กระจายกองกำลังออกไปบุกตีแผ่นดินบ้านเกิดของเหล่าทัพหนุน เริ่มจากเข้าบุกที่คิชู แผ่นดินบ้านเกิดของพลแม่นปืนชาวไซกะ ด้วยยุทธวิธีนี้ ทำให้ ซุซูกิ มาโงะอิชิ หัวหน้าของชาวไซกะขอยอมจำนน วางอาวุธและถอนตัวจากการสนับสนุนพวกวัดฮงกัน ส่วนในด้านสมรภูมิฮกกุริกกุ ที่ไร้ซึ่งกำลังทหารของเคนชิง เลยทำให้ ชิบะตะ คัตสึอิเอะ สามารถบุกข้ามเทะโดริ ไปยึดแคว้นคางะ ได้สำเร็จ

ส่วนทางแคว้นยามาโตะ ที่ มัตสึนางะ ฮิซาฮิเดะ เห็นว่าโนบุนากะที่ถูกกระหน่ำตีจากรอบด้านนั้นกำลังเพลี่ยงพล้ำเลยเอาใจออกห่าง โนบุนากะจึงได้มีคำสั่งตั้งให้โนบุทาดะ เป็นแม่ทัพใหญ่นำพลไปประจำการที่ปราสาทชิกิซัน มีคำสั่งให้ต้องสู้จนกว่าจะตีแคว้นยามาโตะแตก แล้วในเดือน 10 มัตสึนางะก็ถูกจับตัวมาสำเร็จโทษ แล้วโนบุนากะช่วงชิงโอกาสที่ ไนโต ซาดะมาสะ ขุนพิทักษ์แคว้นทัมบะ ที่ชอบทำตัวกระด้างกระเดื่อง ป่วยตายกะทันหัน ยังไม่ทันที่จะจัดการอำนาจเข้าที่ ให้โนบุทาดะเข้าบุกตีปราสาทคาเมะยามา ปราสาทโมมิอิ และปราสาทคาซายามา จนสามารถยึดแคว้นทัมบะได้ในที่สุด

แต่ในเดือน 11 ปีนั้น หลังจากที่เคนชิงจัดการปัญหาความวุ่นวายที่แคว้นเอจิโงะเรียบร้อยแล้ว ได้ยกทัพขึ้นมาทวงพื้นที่แคว้นโนโตคืน คราวนี้โนบุนากะยอมถอนกำลังคืนพื้นที่ในเขตคางะให้กับเคนชิงไป

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก