posttoday
ลุ้นเลือกตั้ง "ฝรั่งเศษ" "กรีซ" ชี้ชะตายูโรโซน

ลุ้นเลือกตั้ง "ฝรั่งเศษ" "กรีซ" ชี้ชะตายูโรโซน

07 พฤษภาคม 2555

โลกลุ้นผลเลือกตั้งฝรั่งเศสกรีซ “ออลองด์” ตัวเก็งคว้าชัยประธานาธิบดีฝรั่งเศส ด้านกรีซคาดพรรคประชาธิปไตยใหม่จะได้รับชัยชนะ นักวิเคราะห์ชี้ผลการเลือกตั้งสองชาติชี้ชะตายูโรโซน

โลกลุ้นผลเลือกตั้งฝรั่งเศสกรีซ “ออลองด์” ตัวเก็งคว้าชัยประธานาธิบดีฝรั่งเศส ด้านกรีซคาดพรรคประชาธิปไตยใหม่จะได้รับชัยชนะ นักวิเคราะห์ชี้ผลการเลือกตั้งสองชาติชี้ชะตายูโรโซน

ทั่วโลกจับตาการเลือกตั้งครั้งสำคัญในฝรั่งเศสและกรีซอย่างใกล้ชิด โดยที่ฝรั่งเศสผลสำรวจส่วนใหญ่ยังคงยกให้ ฟรองซัวส์ ออลองด์ ผู้สมัครจากพรรคสังคมนิยม เป็นตัวเก็งคว้าชัยแซงหน้าประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี ขณะที่กรีซมีการคาดการณ์ว่าพรรคประชาธิปไตยใหม่จะได้รับชัยชนะ ทว่าอาจต้องหันไปจับมือกับพรรคปาสอกเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม เนื่องจากอาจได้รับคะแนนเสียงไม่มากพอ โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างยกให้ศึกเลือกตั้งในสองชาติยูโรโซนนี้เป็นตัวชี้ชะตาอนาคตของยูโรโซน

เอพีรายงานว่า ที่ฝรั่งเศส 80% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 46 ล้านคน ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างหนาแน่นทั่วประเทศ หลังมีการเปิดหีบเลือกตั้งเมื่อเวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ผลสำรวจส่วนใหญ่ยังคงยกให้ ออลองด์ เป็นตัวเก็งที่จะคว้าชัย แม้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซาร์โกซี จะสามารถทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาก็ตาม โดย ออลองด์ มีคะแนน 52.5% มากกว่า ซาร์โกซี ซึ่งมีคะแนน 47.5% เล็กน้อย โดยหาก ออลองด์ สามารถคว้าชัยได้ก็จะกลายเป็นประธานาธิบดีสังกัดพรรคสังคมนิยมคนแรกในรอบ 13 ปีของฝรั่งเศส

นักวิเคราะห์มองว่า ออลองด์ ได้เปรียบจากกระแสความไม่พึงพอใจของชาวฝรั่งเศสต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาของ ซาร์โกซี จนส่งผลให้ปัจจุบันอัตราการว่างงานของฝรั่งเศสนั้นอยู่ที่ 10% ซึ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี ขณะเดียวกันเศรษฐกิจของประเทศก็ชะลอตัวท่ามกลางการออกมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล

“พอแล้วสำหรับซาร์โกซี เขามักจะตัดสินใจโดยไม่ปรึกษาหรือสนใจคนในประเทศเลย” สเตฟาน โทมัส ชาวฝรั่งเศสผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนหนึ่ง กล่าว

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ เวอร์โรนีก ชิโลว์ นักแสดงวัย 47 ปี ซึ่งมองว่าควรมีการแปลงโฉมการเมืองฝรั่งเศสครั้งใหม่ เนื่องจากเกิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากขึ้นในสังคม

ทั้งนี้ หากซาร์โกซีพ่ายการเลือกตั้ง ก็จะกลายเป็นผู้นำชาติยุโรปรายที่ 10 ที่ต้องก้าวลงจากตำแหน่งนับตั้งแต่เกิดวิกฤตหนี้ยุโรป โดยก่อนหน้านี้ผู้นำทุกประเทศที่ประสบวิกฤตหนี้ ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี กรีซ สเปน โปรตุเกส หรือไอร์แลนด์ ต่างต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งทั้งสิ้น เนื่องจากประชาชนไม่พอใจในนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการรัดเข็มขัดที่ส่งผลให้อัตราการว่างงานพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย

ในส่วนของการเลือกตั้งที่กรีซ ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตหนี้ หีบเลือกตั้งนั้นเปิดตั้งแต่เวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยก่อนหน้านี้ผลสำรวจส่วนใหญ่บ่งชี้ว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่จากทั้งหมดราว 10 ล้านคน ยังคงไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครรายใด ส่งผลให้การคาดการณ์ผู้ชนะนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก

ชาวกรีซส่วนใหญ่เช่นเดียวกับชาวฝรั่งเศส ไม่พอใจนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐบาลผสมระหว่างพรรคปาสอก ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย และพรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองอนุรักษนิยม

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าพรรคประชาธิปไตยใหม่จะคว้าชัยในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ตามมาด้วยพรรคปาสอก ทว่าทั้งสองพรรคจะได้รับคะแนนเสียงน้อยมาก โดยมีการคาดการณ์ว่าจะได้คะแนนเสียงเพียง 25% และ 17% ตามลำดับ

ส่วนคะแนนที่เหลือนั้น คาดว่าชาวกรีซจะเทให้กับพรรคเล็ก ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 30 พรรค

“ฉันจะโหวตให้พรรคเล็ก เพราะรู้สึกเบื่อหน่ายพรรคปาสอกและประชาธิปไตยใหม่เหลือเกิน” มาเรีย นักศึกษาชาวกรีซ กล่าว

ด้านพรรคปาสอกและพรรคประชาธิปไตยใหม่ ยังคงยืนหยัดในข้อตกลงเดิมของกรีซในเรื่องการได้รับเงินช่วยเหลือจากยุโรป ทว่าบรรดาพรรคเล็กยืนยันว่าหากได้รับชัยชนะก็จะฉีกสัญญาดังกล่าวทิ้งทันที

“2 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นความป่าเถื่อนอย่างแท้จริง ได้เวลาแล้วที่ประชาธิปไตยจะกลับคืนสู่กรีซ” อเล็กซิส ซีปราส หัวหน้าพรรคซีรีซา ซึ่งเป็นพรรคซ้ายจัด กล่าว

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ต่างมองว่าการเลือกตั้งครั้งสำคัญในฝรั่งเศสและกรีซ ถือเป็นตัวชี้ชะตาอนาคตของยูโรโซนเลยทีเดียว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมืองนั้น ย่อมหมายถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านเศรษฐกิจ

ยกตัวอย่างเช่นที่ฝรั่งเศส นักวิเคราะห์มองว่าหาก ออลองด์ ได้รับชัยชนะในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนี ซึ่งเป็นสองเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของยุโรปในการแก้วิกฤตหนี้ยุโรป ก็อาจไม่ราบรื่นเหมือนกับสมัยซาร์โกซี

ขณะเดียวกัน ออลองด์ ยังเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อตกลงวินัยการคลังของยุโรป เพื่อให้มุ่งเน้นการสร้างความเติบโตมากขึ้น

ในส่วนของกรีซนั้น หลายฝ่ายกังวลว่าการขึ้นสู่อำนาจของพรรคเล็กอาจส่งผลให้แผนกอบกู้วิกฤตหนี้ของกรีซต้องหยุดชะงักลง หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดก็คือ ล้มเหลว เพราะเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงดังกล่าว คือ กรีซจะต้องเดินหน้ารัดเข็มขัดเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ

ดังนั้น การเลิกรัดเข็มขัดซึ่งถือเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคเล็กหลายพรรค ก็อาจส่งผลให้กรีซไม่ได้รับเงินช่วยเหลือและผิดชำระหนี้ในที่สุด

“ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวชี้ว่า เรา (กรีซ) จะยังคงเป็นสมาชิกของยูโรโซนต่อไป หรือจะต้องเดินถอยหลังสู่การผิดชำระหนี้” นายกรัฐมนตรี เวนิเซลอส กล่าวระหว่างการหาเสียงช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว