
ลุ้นประธานเวิลด์แบงก์คนใหม่ คนจากสหรัฐเต็งจ๋า
ธนาคารโลกเลือกประธานคนใหม่วันนี้ ผู้แทนจากสหรัฐยังเต็งจ๋า คาดวอชิงตันเกาะไม่ปล่อยเก้าอี้ธนาคารโลก
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ธนาคารโลกเลือกประธานคนใหม่วันนี้ ผู้แทนจากสหรัฐยังเต็งจ๋า คาดวอชิงตันเกาะไม่ปล่อยเก้าอี้ธนาคารโลก
ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ จะทำการเลือกประธานคนใหม่ในวันนี้ โดย จิมยองคิม ผู้แทนลูกครึ่งเกาหลีใต้สหรัฐ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐเสนอชื่อขึ้นนั้น ยังคงเป็นเต็งจ๋าในบรรดาผู้สมัครที่เหลือ โดยคู่แข่งสำคัญเหลืออยู่เพียง 1 เดียว คือ เอ็นโกซี โอคอนโจไอเวียลา รัฐมนตรีคลังหญิงแห่งไนจีเรีย
นักวิเคราะห์จากหลากหลายสาขาเห็นตรงกันว่า โอคอนโจ จะไม่สามารถก้าวผ่าน จิมยองคิมได้อย่างแน่นอน เพราะทั้งสหรัฐและสหภาพยุโรปได้ให้การสนับสนุนจิมอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอย่างแข็งขัน ให้ธนาคารโลกล้มเลิกประเพณีเดิมๆ ที่ปฏิบัติต่อกันมา ตั้งแต่ก่อตั้งที่ผู้แทน ที่ตำแหน่งนายแบงก์ใหญ่ตำแหน่งนี้จะต้องเป็นของคนจากสหรัฐเท่านั้นก็ตาม
ในการหารือกันอย่างเป็นทางการในวันนี้ บรรดาผู้อำนวยการของธนาคารโลกจะหารือจนได้มติเอกฉันท์ว่า ใครจะก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานเวิลด์แบงก์ แทน โรเบิร์ต โซลลิค ที่จะก้าวลงจากตำแหน่งในเดือน มิ.ย.นี้ หลังสิ้นสุดวาระ 5 ปีในตำแหน่ง
ทั้งนี้ ตำแหน่งประธานธนาคารโลกถือว่าเป็นเก้าอี้ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกการเงิน นอกเหนือจากจะมีนักเศรษฐศาสตร์ในความดูแลกว่า 9,000 ชีวิต รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา และผู้กำหนดนโยบายต่างๆ ธนาคารโลกยังเป็นผู้ปล่อยกู้รายใหญ่ของโลก โดยเมื่อปีที่แล้ว เวิลด์แบงก์ปล่อยเงินกู้ออกไปมากถึง 2.58 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนั้น ธนาคารโลกยังจะให้คำมั่นที่จะปล่อยกู้อีก 4.3 หมื่นล้านเหรียญให้กับประเทศต่างๆ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภค การจัดการ และภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจในหลายประเทศในปีนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านธนาคารโลกต่างให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมา โซลลิค ได้ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในกระบวนการสร้างความเป็นหนึ่งของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคาร และยังมีบทบาทสำคัญในช่วงวิกฤตการเงินโลกเมื่อระหว่างปี 2008-2009
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญก็ยังเห็นว่า เวิลด์แบงก์ยังจำเป็นต้องการทิศทางการพัฒนาใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมของเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ในช่วงแรกนั้น สหรัฐดูเหมือนว่าจะไม่สามารถหาผู้แทนที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ได้ ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาเริ่มเสนอชื่อผู้สมัครขึ้นมาท้าทาย ไม่ว่าจะเป็น โอคอนโจไอเวียลา รัฐมนตรีคลังของไนจีเรีย ที่มีประสบการณ์ในภาคธนาคารนานถึง 25 ปี และ โฮเซ อันโตนิโอ โอคัมโป ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงนักเศรษศาสตร์ และอดีตรัฐมนตรีคลังของโคลัมเบียทีเดียว ซึ่งทั้งสองต่างได้รับการจับตาว่ามีคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
ทว่าในที่สุด รัฐบาลสหรัฐก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับคนทั่วโลกด้วยการส่ง นพ.จิมยองคิม ลูกครึ่งเกาหลีสหรัฐ ขึ้นในตำแหน่งนี้แทน ทั้งๆ ที่จิม ไม่ใช่ทั้งนายธนาคาร หรือเป็นเจ้าหน้าที่ทูตเหมือนกับประธานธนาคารโลกคนก่อนๆ แต่ทว่าจิมกลับมีประสบการณ์ในองค์การอนามัยโลก โดยเฉพาะในการรณรงค์เพื่อต่อสู้กับโรคเอดส์ในประเทศกำลังพัฒนา
“ถึงเวลาสำหรับมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำธนาคารโลก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีการพัฒนามากที่สุดในโลก” ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แถลง
อย่างไรก็ตาม ก็ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงภาวะการขาดประสบการณ์ด้านการธนาคารของจิม
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มผู้อำนวยการของธนาคารโลก ซึ่งเป็นผู้คัดสรรผู้สมัครได้เปิดการสัมภาษณ์ผู้สมัครทั้ง 3 ในหัวข้อเดียวกัน คือ มีเป้าหมายการบริหารธนาคารโลกอย่างไร ซึ่งหลังจากนั้น โอคัมโป ผู้แทนจากโคลัมเบียได้ถอนตัวออกไปแล้ว ขณะที่รายงานข่าวได้คาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศบริค อันประกอบไปด้วย บราซิล รัสเซีย จีน อินเดีย และแอฟริกาใต้ จะให้การสนับสนุนโอคอนโจ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทางด้านรัสเซียกลับให้การสนับสนุนจิมยองคิมอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งแทบจะเป็นการการันตีได้ว่า จิม ซึ่งเป็นผู้แทนที่สหรัฐเสนอชื่อนั้น จะได้นั่งตำแหน่งนี้จากโรเบิร์ต โซลลิค แน่นอน และจะทำให้ประเพณีของการแบ่งสรรอำนาจกันระหว่างยุโรปและสหรัฐ ในสององค์กรการเงินสำคัญของโลกอย่างธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ก็จะดำเนินต่อไป
“เหลืออยู่หนทางเดียวที่คนอื่นจะชนะก็คือประเทศในยุโรปจะต้องปฏิเสธไม่ให้การสนับสนุนผู้แทนจากสหรัฐ แต่ทว่าหากพิจารณาในบริบทปัจจุบัน ต้องบอกว่าหนทางนี้ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน” แดเนียล แบรดโลว์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยอเมริกัน ในรัฐวอชิงตัน กล่าว
กระนั้น ทางด้าน ยูริ ดาดุช อดีตนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกให้ความเห็นว่า การปรากฏขึ้นของผู้แข่งขันในครั้งนี้ เริ่มส่งสัญญาณความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเช่นกัน
“เมื่อก่อนจะมีผู้สมัครเพียงคนเดียว และมีโอกาสชนะถึง 99% แต่ตอนนี้ มีผู้สมัครมากขึ้น มีเสียงมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรนัก” ดาดุช กล่าว
ทางด้านปีเตอร์ โชว์ลา ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มเบรตตัน วูดส์ โปรเจ็ค ซึ่งเป็นกลุ่มที่จับตาพฤติกรรมของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ มองว่ากระบวนการคัดสรรของธนาคารโลก และไอเอ็มเอฟนั้น ก็ยังไม่เปิดกว้างมากนัก ซึ่งประเทศกำลังพัฒนาก็ยังไม่มีพลังเสียงโหวตในเวิลด์แบงก์มากนัก เพราะทั้งยุโรปและสหรัฐต่างไม่เคยปฏิรูปเวิลด์แบงก์มานานนับทศวรรษแล้ว
“เรายังคงเหมือนเดิม ที่ความสำคัญยังอยู่ที่การแต่งตั้งประธานเวิลด์แบงก์ที่มาจากอเมริกา” โชว์ลา กล่าว







