
เช็งเม้งยุคศิวิไลซ์
“ของเซ่นไหว้ ธูปเทียน กระดาษเงินกระดาษทอง โขกศีรษะ เคารพป้ายสุสาน ปัดกวาดสุสาน รวมญาติ”
“ของเซ่นไหว้ ธูปเทียน กระดาษเงินกระดาษทอง โขกศีรษะ เคารพป้ายสุสาน ปัดกวาดสุสาน รวมญาติ”
สิ่งที่กำลังเอ่ยถึงอยู่นี้บอกให้เรารู้ว่า “เทศกาลแห่งการรำลึกถึงบรรพบุรุษ” หรือ “เทศกาลเช็งเม้ง”
กำลังเวียนมาบรรจบอีกครั้ง บรรดาลูกหลานชาวจีนต่างพร้อมใจกันเดินทางไปประกอบกิจกรรมตามสุสานเพื่อแสดงถึงการรำลึกถึงญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว
เป็นที่ยอมรับกันว่า ในบรรดาเทศกาลที่มีตลอดทั้งปีของจีนนั้น เช็งเม้งถือเป็นเทศกาลสำคัญที่มีความหมายอย่างมากต่อลูกหลานชาวจีน เพราะไม่เพียงจะเป็นวันแห่งการแสดงความเคารพและรำลึกถึงบรรพบุรุษเท่านั้น หากยังเป็นวันเวลาแห่งการผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการชื่นชมความงามของธรรมชาติอีกด้วย ด้วยความที่ตรงกับช่วงฤดูใบไม้ผลิที่พืชพันธุ์นานาชนิดต่างผลิดอกออกผล ประกอบกับท้องฟ้าปลอดโปร่ง อากาศเป็นใจ การเดินทางท่องเที่ยวไปยังดินแดนที่มีความงามทางธรรมชาติ จึงเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทศกาลเช็งเม้ง โดยเฉพาะหลังจากที่มีการประกาศให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการนับแต่ปี ค.ศ. 2008 ชาวจีนได้อาศัยช่วงวันหยุดนี้ผ่อนคลายทั้งกายและใจ ก่อนกลับไปลุยงานกันอย่างขะมักเขม้น
ปัจจุบัน ธรรมเนียมปฏิบัติในการเซ่นไหว้บรรพบุรุษและรำลึกถึงญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว ยังคงปรากฏให้เห็นในสังคมจีน หากแต่อยู่ในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อนและยุ่งยากดังเช่นที่เคยเป็นมาในอดีต อันเป็นผลจากสภาพสังคมที่แปรเปลี่ยนไป ทว่าการปัดกวาดสุสานและเซ่นไหว้บรรพบุรุษซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของวันเช็งเม้งที่มีมานับพันปียังคงสืบทอดอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะเรียบง่ายและแปลกตาไปจากเดิมหลายประการ
การเดินทางไปปัดกวาดสุสานของญาติที่ล่วงลับไปแล้วถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดเรื่องความกตัญญูกตเวทีที่อยู่คู่สังคมจีนมาช้านาน วัฒนธรรมที่น่ายกย่องเช่นนี้ของชนเผ่าฮั่น มีอิทธิพลต่อชนเผ่ากลุ่มน้อยกว่า 25 ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ร่วมกันในประเทศที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ดังนั้น ชนเผ่าแมนจู ชนเผ่าจ้วง ชนเผ่าแม้ว ชนเผ่าเย้า ชนเผ่าเอ้อหลุนชุน เป็นต้น ต่างมีธรรมเนียมปฏิบัติในวันเช็งเม้งเฉกเช่นชนเผ่าฮั่น แม้จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียดอยู่บ้าง แต่หัวใจสำคัญของเทศกาลดังกล่าวคือการเซ่นไหว้บรรพบุรุษและเดินทางไปท่องเที่ยวตามป่าเขาลำเนาไพร วันเช็งเม้งจึงเป็นเทศกาลที่ผู้คนจำนวนมากยังคงให้ความสำคัญและปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณีอยู่ตลอดทุกปี
พอเริ่มย่างเข้าสู่เทศกาลเช็งเม้ง ของเซ่นไหว้ก็เริ่มกลายเป็นที่จับจองของผู้คนจำนวนมาก เราจะสังเกตเห็นว่าความก้าวหน้าของยุคสมัยมีอิทธิพลอย่างมากต่อของที่นำมาเซ่นไหว้ ตามชั้นวางสินค้าของร้านขายของเซ่นไหว้หรือร้านแผงลอยข้างทาง มักมีสินค้าแปลกตาที่ไม่คิดว่าน่าจะพบเห็นได้ในร้านแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น iphone มือถือรุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งวางตลาด คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เหล้าเหมาไถ พาสปอร์ตยมโลก เสื้อผ้าทั้ง 4 ฤดู รถยนต์ยี่ห้อหรู คฤหาสน์หลังใหญ่ บุหรี่ยี่ห้อหมีแพนด้าและจงหัวที่บรรจุหีบห่ออย่างสวยงาม ไฟแช็ก แว่นกันแดด เป็นต้น เรียกว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกและข้าวของเครื่องใช้ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันทั้งสิ้น วัสดุที่ใช้เดิมทีจะเป็นกระดาษ แต่ในปัจจุบันเริ่มปรากฏว่ามีพลาสติกและวัสดุชนิดอื่นๆ วางขายกันมากขึ้น ราคาก็แพงกว่าของเซ่นไหว้ทั่วไปราวเท่าตัว
บางร้านถึงกับมีการวางขาย “ชุดเครื่องประดับ” ที่ประกอบด้วยกำไล สร้อยคอ แหวนและต่างหู เป็นสินค้าทำมือที่ประณีตและมีประกายทองระยิบระยับ สามารถหลอกตาว่าเป็นของจริงได้เลยทีเดียว พูดได้เลยว่าของเซ่นไหว้ที่วางขายตามร้านเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคม และมีแนวโน้มว่าจะเป็นที่ยอมรับมากขึ้น สำหรับชาวจีนที่เข้ามาจับจองสินค้าเหล่านี้คงมีความคิดว่าอยากให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วได้รับรู้ถึงความล้ำหน้าของยุคสมัย ร้านค้าประเภทดังกล่าวจึงสามารถดำเนินธุรกิจไปอย่างราบรื่น
แม้แต่การขายของเซ่นไหว้ทางอินเทอร์เน็ตก็ได้รับความนิยมเช่นกัน สินค้าที่ขายดิบขายดี ได้แก่ รถแข่ง คฤหาสน์ iphone4 ipad2 ถือเป็นสินค้าที่มีราคาตั้งแต่ไม่กี่สิบหยวนจนถึงสองสามพันหยวน iphone4 ยี่ห้อแอปเปิลที่ทำจากกระดาษขายกันในเว็บไซต์เครื่องละ 388 หยวน (ราว 2,000 บาท) มีสีขาวและสีดำให้เลือก รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับของจริงแทบไม่ผิดเพี้ยน ทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมอย่างเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ แท่นวางที่ชาร์จ หูฟังและกล่องใส่ที่มีสีสันสวยงาม
ดูเหมือนว่าสินค้าเหล่านี้จะกลายเป็นที่นิยมชมชอบในหมู่คนหัวสมัยใหม่ แต่ก็ไม่ได้เป็นที่ตอบรับของกลุ่มคนที่มองว่ากระดาษเงินกระดาษทอง หมูเห็ดเป็ดไก่น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วมากกว่า คนกลุ่มนี้ยังคงปฏิบัติตามธรรมเนียมแบบดั้งเดิมและมองว่าของเซ่นไหว้ตามยุคตามสมัยเป็นสิ่งไร้สาระ
หลังจากที่มีการกำหนดให้เช็งเม้งเป็นวันหยุดราชการ รูปแบบของการปัดกวาดสุสานก็เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี โดยเฉพาะระยะหลังที่มีการรณรงค์เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมกันอย่างมาก แนวคิดดังกล่าวจึงค่อยๆ เข้ามามีบทบาทต่อพฤติกรรมการเซ่นไหว้ของชาวจีนอย่างเห็นเด่นชัด ดังเห็นได้จากธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องการเผากระดาษและการจุดประทัดที่สร้างมลพิษทางอากาศ เริ่มมีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อยๆ และแทนที่ด้วยการนำดอกไม้สดไปวางหน้าสุสาน
หรือไม่ก็อาศัยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตในการส่งผ่านความรู้สึกไปยังญาติผู้ล่วงลับ ด้วยการเปิดให้มีการเขียนคำไว้อาลัยให้แก่ญาติมิตรตามเว็บไซต์ หลายคนยอมรับและเลือกที่จะใช้วีธีดังกล่าว เพราะรู้สึกได้ถึงความสะดวกสบายและไม่ต้องสิ้นเปลืองเวลาไปกับการเดินทางและค่าใช้จ่ายจิปาถะ แถมยังเป็นการแสดงออกถึงการรักษ์โลกได้ดีอย่างหนึ่ง ด้วยการช่วยลดมลภาวะที่ส่งผลเสียต่อชั้นบรรยากาศ ถือเป็นรูปแบบใหม่ของการเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่เข้ากับยุคสมัยที่จังหวะชีวิตเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะท้อนให้เห็นถึงการตระหนักถึงภาวะโลกร้อนของชาวจีน นอกจากนี้ ยังมีการฝังอัฐิตามกำแพง ฝังใต้ต้นไม้ซึ่งถือเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง (อ่านต่อฉบับหน้า)







