
ยกพม่า‘ขุมทอง’อาเซียน
เอดีบี ชี้เศรษฐกิจพม่ามีโอกาสเติบโตสูง หากตะวันตกเลิกคว่ำบาตร เหตุอุดมสมบูรณ์และตลาดมีความสดใหม่
เอดีบี ชี้เศรษฐกิจพม่ามีโอกาสเติบโตสูง หากตะวันตกเลิกคว่ำบาตร เหตุอุดมสมบูรณ์และตลาดมีความสดใหม่
เคร็ก สตีเฟนเซน ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนประจำประเทศไทยและพม่า ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ส เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ว่า เศรษฐกิจพม่ามีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ตะวันตกยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร เนื่องจากการหลั่งไหลเข้าไปลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ
“พม่าเปรียบเสมือนขุมทองเพราะอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาตินานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติ หรือทองคำ มีทำเลที่ตั้งในจุดยุทธศาสตร์ คือ อยู่ระหว่างอินเดีย จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขณะเดียวกันยังเป็นตลาดที่มีความสดใหม่ภายหลังถูกปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหารมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ดังนั้นจึงเปรียบเสมือนตลาดขนาดใหญ่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยโอกาสมากมาย” สตีเฟนเซน กล่าว โดยย้ำว่าทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคธนาคาร ท่องเที่ยว หรือเกษตรกรรม มีโอกาสเติบโตเท่าๆ กันหมด
ทั้งนี้ สตีเฟนเซน คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจพม่าจะเติบโต 6% ในปีงบประมาณนี้ และ 6.3% ในปีงบ ประมาณ 2556-2557 ขณะเดียวกัน มองว่า หากตะวันตกยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร เศรษฐกิจพม่าก็จะขยายตัวตามมากขึ้น
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้กล่าวชื่นชมความพยายามของรัฐบาลพม่าในการปฏิรูปที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลอยตัวค่าเงินจ๊าด ซึ่งที่ผ่านมานั้นเป็นไปอย่างโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม สตีเฟนเซน ออกโรงเตือนว่า ขณะนี้พม่ายังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ซึ่งอาจฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานและความล่าช้าในการปฏิรูปภาคธนาคาร
“พวกเขาผ่านมาได้ขั้นหนึ่งแล้ว หลังเริ่มดำเนินมาตรการปฏิรูปประเทศ แม้ขณะนี้หนทางยังคงอีกยาวไกล แต่ทุกอย่างก็ดูเป็นใจให้กับพม่า” สตีเฟนเซน กล่าว







