
เพิ่มองศาร้อนซัมเมอร์นี้ ด้วยเรื่องของความเผ็ด
ลำดับต่อมาก็เป็นรสเผ็ดเค็มแบบหูหนาน คนที่นี่ทานพริกแห้งเป็นกำๆ อย่างหน้าตาเฉย เรียกว่ารสเผ็ดที่กินแล้วไม่แสบไส้แสบท้อง
ลำดับต่อมาก็เป็นรสเผ็ดเค็มแบบหูหนาน คนที่นี่ทานพริกแห้งเป็นกำๆ อย่างหน้าตาเฉย เรียกว่ารสเผ็ดที่กินแล้วไม่แสบไส้แสบท้อง
ถือว่ายังไม่ได้ที่สำหรับชาวหูหนาน เห็นได้จากพริกพวงที่แขวนห้อยระย้าทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน เพื่อเตรียมไว้สำหรับการประกอบอาหารในแต่ละมื้อ โดยเฉพาะพริกแห้งที่ทานกับบะหมี่น้ำ ถือว่าเผ็ดจนชาไปหมดทั้งหน้า ขนาดร้านอาหารใหญ่ๆ ในหูหนานก็มิวายที่จะเตรียมพริกแห้งชามใหญ่ไว้บริการลูกค้า ถึงแม้จะไม่ได้เป็นมณฑลที่ปลูกพริกเป็นหลัก แต่ถือเป็นดินแดนที่ผู้คนรักการทานพริกเป็นชีวิตจิตใจ พริกแดงฉานเส้นเรียวบางที่มีเม็ดพริกเล็กๆ อัดแน่นเต็มไปหมด ช่างเป็นอาหารอันโอชะของชาวหูหนานเสียนี่กระไร จำนวนร้านอาหารสไตล์หูหนานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วคงเป็นดัชนีบ่งบอกถึงความอร่อยของอาหารหู
หนานที่เน้นรสชาติแบบเผ็ดเค็มได้เป็นอย่างดี แต่ก็ใช่ว่าชาวหูหนานทั้งมณฑลจะชอบอาหารรสเผ็ดเค็มเพียงอย่างเดียว เพราะคนที่อาศัยอยู่ทางด้านตะวันตกกลับค่อนข้างชอบรสเผ็ดเปรี้ยว คล้ายๆ กับอาหารสไตล์กุ้ยโจว ส่วนคนที่อาศัยทางตอนใต้ ก็ไม่ได้ทานเผ็ดเหมือนพื้นที่แห่งอื่นๆ ของมณฑล
ตามมาด้วย รสเผ็ดเปรี้ยว ชาวกุ้ยโจวขึ้นชื่อเรื่องการทานอาหารเผ็ดในระดับแถวหน้าของประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากดินแดนแถบนี้เป็นสถานที่แห่งแรกๆ ของประเทศที่นำพริกมาใช้ในการประกอบอาหาร ความนิยมในการทานพริกของชาวกุ้ยโจวอยู่ในระดับสูงเอามากๆ เรียกว่ามีพริกทำกินเองเก็บไว้ทุกครัวเรือน โดยเฉพาะซอสพริกแบบกุ้ยโจวที่ชวนให้น้ำลายสอ ด้วยส่วนผสมของเครื่องเทศและสัดส่วนของพริกในปริมาณมากที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตอย่างพิถีพิถัน จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์โอท็อปที่ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ที่กล่าวว่าชาวกุ้ยโจวกินพริกเก่งจนน่าตกใจนั้นไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ อธิบายให้เห็นภาพได้ว่าซอสพริกขนาด 1 กิโลกรัม ที่ทานกันสามคนพ่อ แม่ ลูกนั้น สามารถทานหมดภายในวันเดียว ถ้วยน้ำจิ้มพริกถือเป็นอุปกรณ์การทานอาหารแต่ละมื้อของชาวกุ้ยโจวที่ขาดเสียไม่ได้ อาหารทุกชนิดที่ขายกันตามร้านก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งรสเผ็ด ทั้งเผ็ดเปรี้ยว เผ็ดชา เผ็ดหวาน เผ็ดแบบดั้งเดิม เป็นต้น พริกก็มีแยกประเภท ทั้งพริกที่ใส่ลงในผัดผัก พริกที่ใส่ในน้ำซุป พริกที่ใส่ในเนื้อย่าง พริกที่ใส่ในอาหารจำพวกเส้น เป็นต้น ถือเป็นสวรรค์ของผู้ที่รักการทานอาหารรสเผ็ดกันเลยทีเดียว
หรือจะเป็นรสเผ็ดหวานที่ดูจะแปลกแยกจากรสเผ็ดแบบอื่นๆ ถือเป็นสัญลักษณ์ความเผ็ดของอาหารแถบมณฑลยูนนาน ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่ามณฑลแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตอ้อยขนาดใหญ่ของประเทศ ดังนั้น จึงอุดมไปด้วยน้ำตาล เผ็ดหวานที่เราคุ้นเคยกันนั้น ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างถิ่นของจีนเท่าใดนัก อาจเพราะไม่คุ้นกับการผสมผสานระหว่างรสชาติที่แตกต่างกันสุดขั้ว อีกอย่างซีอิ๊วของดินแดนแห่งอื่นๆ มักจะเน้นรสเค็ม จะมีแต่ยูนนานที่มีซีอิ๊วหวานมากกว่าที่อื่น หรือผักดองของที่อื่นจะมีรสเผ็ดเค็ม แต่ของที่นี่จะเพิ่มรสหวานเข้าไปด้วย ในความหวานอมเค็ม ก็มีความเผ็ดปนอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้เผ็ดอะไรมากมาย ที่ว่าผักดองของที่นี่มีรสเผ็ดหวานนั้น เป็นเพราะใส่เกลือน้อย แต่หนักไปที่น้ำตาล ถึงแม้จะมีอาณาเขตติดกับเสฉวนที่







