
อียูยันภาษีคาร์บอนไม่แพง
อียู ย้อนนโยบายเก็บภาษีคาร์บอนถูกกว่ากาแฟที่สนามบิน ลั่นไม่ก่อปัญหาการเงินแก่สายการบินแน่นอน
อียู ย้อนนโยบายเก็บภาษีคาร์บอนถูกกว่ากาแฟที่สนามบิน ลั่นไม่ก่อปัญหาการเงินแก่สายการบินแน่นอน
คอนนี เฮกการ์ด คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ด้านภาวะโรคร้อนเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ว่านโยบายภาษีคาร์บอนของสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งบังคับการเก็บภาษีปล่อยก๊าซคาร์บอนกับทุกสายการบินที่บินผ่านน่านฟ้ายุโรปนั้น จะไม่กลายเป็นภาระทางการเงินให้กับสายการบินใดๆ เพราะภาษีดังกล่าวถือเป็นรายจ่ายเพิ่มเติม คิดเป็นมูลค่าเปรียบเทียบน้อยกว่ากาแฟ 1 แก้ว ต่อผู้โดยสาร 1 คนทีเดียว
เฮกการ์ดยกตัวอย่างเที่ยวบินจากกรุงปักกิ่งบินไปแฟรงก์เฟิร์ตของเยอรมนี โดยชี้ว่าสายการบินต้องจ่ายเพิ่มเพียง 2 ยูโร (ราว 82 บาท) ต่อผู้โดยสาร 1 คนเท่านั้น ซึ่งเฮกการ์ด กล่าวว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่มีราคาถูกกว่ากาแฟ 1 แก้วในสนามบินเสียอีก
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่อียูประกาศการเก็บภาษีดังกล่าว หลายประเทศซึ่งหมายรวมถึงสหรัฐ อินเดีย รัสเซียและจีน ประกาศไม่ยอมรับภาษีดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า เป็นการละเมิดระเบียบสากล และอาจทำให้สายการบินต้องสูญเสียรายได้หลายพันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจนำไปสู่การปลดพนักงานครั้งใหญ่อีกด้วย
ขณะเดียวกันสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) เตือนว่า อียูอาจจุดชนวนสงครามการค้าครั้งใหญ่ โดยล่าสุดบริษัทแม่ของผู้ผลิตเครื่องบินแอร์บัส เปิดเผยว่า รัฐบาลจีนไม่อนุมัติให้บริษัทจีนสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสเพื่อตอบโต้การเก็บภาษีของอียู
มาตรการเก็บภาษีดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 แต่จะเริ่มการเก็บค่าปล่อยก๊าซกับสายการบินจริงจำนวนระหว่าง 4-24 ยูโร (ราว 164-984 บาท) ต่อเที่ยวบิน ในปี 2556 เพราะทางอียูต้องการประเมินปริมาณก๊าซคาร์บอนที่ถูกปล่อยในปีนี้ก่อน
อียู ยืนยันว่า จะดำเนินการเก็บภาษีดังกล่าวต่อไป เพราะเชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยให้อียูบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนลง 20% ภายในปี 2563







