
แฉนาทีระทึกรถบัสสวิสชน
ผู้รอดชีวิตจากเหตุรถบัสพุ่งชนกำแพงในสวิสเผย คนขับกำลังเปลี่ยนแผ่นดีวีดี
ผู้รอดชีวิตจากเหตุรถบัสพุ่งชนกำแพงในสวิสเผย คนขับกำลังเปลี่ยนแผ่นดีวีดี คาดทำให้เสียสมาธิ ด้านตำรวจสวิสเผยยังสรุปสาเหตุอุบัติเหตุไม่ได้ ชี้หลักฐานยังไม่เพียงพอ
เหยื่ออุบัติเหตุรถบัสสัญชาติเบลเยียม พุ่งชนกำแพงอุโมงค์ลอดเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ก่อนเกิดอุบัติเหตุ คนขับรถกำลังเปลี่ยนแผ่นเครื่องเล่นดีวีดีในรถ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สูญเสียการควบคุมรถจนนำไปสู่อุบัติเหตุครั้งรุนแรงที่มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 28 คน โดยในจำนวนนี้ เป็นนักเรียนวัย 11-12 ปี มากถึง 22 คน
นักเรียนหลายคนได้เล่าให้ผู้ปกครองและตำรวจฟังว่า คนขับถือแผ่นดีวีดีอยู่ในมือ และคาดว่ากำลังจะเปลี่ยนแผ่นดีวีดี โดยเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ทุกอย่างก็มืด และรถก็พุ่งชนกำแพงอย่างแรง
ด้านโฆษกตำรวจสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนข้อสมมติฐานดังกล่าว ทว่า ยอมรับว่าภาพวงจรปิดไม่ชัดพอที่จะพิสูจน์อะไรได้มากนัก
ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายได้ตั้งสมมติฐานมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันนั้น เช่น คนขับขับรถเร็วเกินกำหนด หลับใน และหัวใจวาย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปหาสาเหตุของอุบัติเหตุได้ แต่ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อว่า คนขับขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยคาดว่า ขณะเกิดเหตุ ความเร็วของรถไม่น่าจะเกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดที่ 63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ปิแอร์ เมลลี ผู้อำนวยการบริษัท รถโดยสารเซียร์ ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของรถบัสคันดังกล่าว แสดงความมั่นใจว่า คนขับรถทั้งสองคนทั้งคนขับและผู้ช่วยคนขับซึ่งเป็นลูกจ้างนั้น ไม่ได้เหนื่อยล้าและหลับในอย่างที่เป็นข่าว
“ผมนั่งดื่มกาแฟกับพวกเขาช่วงเช้า และทั้งสองก็ดูสบายดี” เมลลี กล่าว โดยย้ำว่า อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ป้องกันยาก เพราะแม้แต่สิ่งรบกวนเล็กน้อย อย่างการพูดคุยบนรถ หรือการตกหล่นของสิ่งของ ก็ล้วนแต่สามารถนำไปสู่อุบัติเหตุได้ทั้งนั้น
ทั้งนี้ รถบัสคันดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสาร 52 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชาวเบลเยียม วัย 11 และ 12 ปี จากรีสอร์ตสกีในสวิตเซอร์แลนด์ และประสบอุบัติเหตุหลังจากออกเดินทางได้เพียง 25 นาที เท่านั้น
ล่าสุด มีรายงานว่า นักเรียนผู้รอดชีวิต 8 คน ได้เดินทางกลับถึงบ้านแล้ว หลังแพทย์อนุญาตให้สามารถเดินทางออกจากโรงพยาบาลได้
ขณะที่บรรยากาศที่เบลเยียมยังคงเต็มไปด้วยความเศร้าสลด โดยนายกรัฐมนตรีเบลเยียมเผยว่า วันที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นวันที่มืดมนสำหรับชาวเบลเยียมทั้งประเทศ







