
กดดัน‘กรีซ’ขายเกาะหาเงินใช้หนี้
เมื่อวานนี้ สส.เยอรมนี จากพรรคร่วมรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แนะให้กรีซใช้ทางเลือกขายเกาะในประเทศเองไป เพื่อนำเงินมาชำระหนี้
โจเซฟ ชคาร์มันน์ สมาชิกอาวุโสของพรรคคริสเตียนเดโมแครต และแฟรงก์ ชาฟเฟอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการเงินจากพรรคเสรีประชาธิปไตย แนะนำว่าการขายเกาะบางแห่งทิ้งไป รวมถึงขายสินทรัพย์บางอย่างออกไป น่าจะสามารถช่วยให้กรีซรอดพ้นจากวิกฤตหนี้ไปได้บ้าง
“
คนที่ล้มละลายต้องขายทุกอย่างเพื่อนำเงินมาใช้เจ้าหนี้ กรีซก็เป็นเจ้าของอาคารมากมาย รวมไปถึงบริษัทต่างๆ และเกาะที่ไม่มีคนอยู่อาศัย ซึ่งน่าจะขายออกมาเพื่อใช้หนี้ได้บ้าง” ชคาร์มันน์ กล่าวทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี แมร์เกิล ของเยอรมนี ยังจะหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี กอร์เก ปาฟันดรู ของกรีซ ในกรุงเบอร์ลิน ในวันที่ 5 มี.ค. อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ชาฟเฟอร์ ยืนยันว่า ผู้นำเมืองเบียร์ไม่ควรจะให้คำมั่นกับผู้นำกรีซว่าจะให้ความช่วยเหลือ
“
ขายเกาะทิ้งซะ พวกคุณกำลังล้มละลาย ขายอาโครโปลิสทิ้งไปด้วย” ชคาร์มันน์ กล่าวอย่างไรก็ตาม ทางด้าน ดิมิทรี ดรูตซาส รัฐมนตรีต่างประเทศกรีซ กล่าวว่า เจ้าตัวได้ยินคำแนะนำดังกล่าวแล้ว แต่เห็นว่าไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมในเวลานี้
คำแนะนำดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลกรีซได้ออกแผนการประหยัดครั้งใหญ่ ซึ่งครอบคลุมถึงการปรับขึ้นภาษียาสูบ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการตัดลดรายจ่ายอื่นๆ เช่น เงินชดเชยในช่วงการทำงานในวันหยุดของลูกจ้าง ตลอดไปจนถึงการระงับการจ่ายเงินบำนาญของทั้งข้าราชการ และพนักงานเอกชน ซึ่งคาดว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถช่วยให้กรีซประหยัดเงินได้ราว 4,800 ล้านยูโร
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าว สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับแรงงานในประเทศ โดยผู้ประท้วงราว 300 คน จากกลุ่มแนวร่วมเพื่อแรงงานทั้งมวลได้รวมตัวกันนั่งประท้วงขวางทางเข้าออกกระทรวงการคลังของกรีซ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กรีซ ประสบปัญหางบประมาณขาดดุลคิดเป็นสูงถึง 12.7% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งเกินเพดานของกลุ่มประเทศยูโรโซนที่กำหนดเพดานไว้ที่ 3% อีกทั้งกรีซยังมีภาระหนี้สาธารณะสูงถึง 3 แสนล้านยูโรด้วย
วันเดียวกัน รัฐบาลกรีซ ได้ออกพันธบัตรระยะ 10 ปี โดยมูลค่ารวมพันธบัตรเหล่านี้จะยู่ที่ 5,000 ล้านยูโร โดยจะขายผ่านธนาคาร 5 แห่ง ได้แก่ บาร์เคลย์ เอชเอสบีซี โนมูระ ธนาคารแห่งชาติกรีซ และธนาคารพิเรอุส
อย่างไรก็ตาม กรีซต้องการเงินมากกว่า 2 หมื่นล้านยูโร เพื่อชำระคืนพันธบัตรเดิมซึ่งมีกำหนดชำระในเดือน พ.ค.นี้







