posttoday
ตีแผ่มุมมืดสังคมทราม ทำ'ผ้าขาว'แปดเปื้อนอย่างเลือดเย็น

ตีแผ่มุมมืดสังคมทราม ทำ'ผ้าขาว'แปดเปื้อนอย่างเลือดเย็น

25 กุมภาพันธ์ 2555

“เด็ก 2 เดือน ถูกแม่แท้ๆ ย่างสด ยัดไมโครเวฟนาน 2 นาที อ้างรำคาญเสียงลูกร้อง”

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

“เด็ก 2 เดือน ถูกแม่แท้ๆ ย่างสด ยัดไมโครเวฟนาน 2 นาที อ้างรำคาญเสียงลูกร้อง”

“ลูก 9 ขวบ ถูกแม่เลี้ยงใจโหดทำโทษบังคับวิ่งนาน 3 ชั่วโมงจนตาย ฐานโกหกยายแอบกินขนม”

“แม่สุดเพี้ยนข่มขืนลูกสาวในไส้ อ้างสอนเพศศึกษาลูก”

ไม่อยากจะเชื่อว่าข่าวพาดหัวเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งถูกตีแผ่ผ่านสื่อต่างๆ ไปทั่วโลก บอกเล่าถึงความโหดเหี้ยมของคนในสังคมที่มีต่อ “มนุษย์เพื่อนร่วมโลก” ที่บางครั้งมนุษย์คนนั้นเป็นถึงสายเลือดแท้ๆ ของตนเองก็ตาม

ความรุนแรงในสังคมเช่นนี้ นอกจากจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว วิธีการทารุณกรรมนั้นนับวันยิ่ง “แปลกประหลาด” และ “เลือดเย็น” อย่างหาที่สุดไม่ได้อีกด้วย

ตามสถิติขององค์กรเด็กแห่งชาติสหรัฐ ชี้ให้เห็นว่ามีเด็กอเมริกันถึงวันละ 5 คน ที่ต้องตายจากการถูกทารุณกรรมและถูกทอดทิ้ง โดยในปี 2552 มีเด็กถึง 1,770 คนในสหรัฐตายจากการทารุณกรรม

นอกจากนี้ ในปี 2552 มีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในสังคมเข้ามารับการรักษาและดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจในศูนย์ช่วยเหลือเด็กทั่วสหรัฐมากถึง 2.54 แสนคน โดยที่ในปี 2553 จำนวนเด็กพุ่งสูงขึ้นถึง 2.66 แสนคนเลยทีเดียว

ตีแผ่มุมมืดสังคมทราม ทำ'ผ้าขาว'แปดเปื้อนอย่างเลือดเย็น

และเรื่องทารุณกรรมที่เรียกเสียงประณามได้มากที่สุดในขณะนี้คงหนีไม่พ้นกรณี คา หยาง คุณแม่ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน วัย 30 ปี ที่เลือกใช้วิธีหยุดเสียงร้องของ มิราเบลล์ ลูกน้อยวัยเพียง 2 เดือน ด้วยการยัดมิราเบลล์เข้าไมโครเวฟก่อนที่จะเปิดเครื่องให้ทำการเผาไหม้ผิวหนัง กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และอวัยวะภายในอื่นๆ กว่า 60% จนหนูน้อยเสียชีวิตด้วยความทุกข์ทรมาน

หยาง ยอมรับสารภาพว่านำลูกเข้าไปไว้ในเตาไมโครเวฟและเปิดเครื่องจริง ทว่าตอนที่กระทำไปนั้นตนเองไม่รู้สึกตัวและมองเห็นภาพหลอน เพราะเกิดอาการชักอย่างรุนแรงหลังจากที่โมโหและรำคาญมิราเบลล์ที่ร้องไห้งอแงเสียงดังอยู่ตลอดเวลาจนตนต้องไปทำงานสาย

รายงานระบุว่า ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดการพิจารณาคดี แต่หากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง หยาง ต้องถูกจำคุกตลอดชีวิตไปโดยปริยาย

ชะตากรรมของ หยาง แม่ใจโหด คงไม่ต่างอะไรกับ เจสสิกา แมร์ ฮาร์ดิน แม่เลี้ยงชาวอเมริกัน วัย 27 ปี ในรัฐแอละแบมาของสหรัฐ ซึ่งถูกจับกุมตัวในข้อหาสุดเลือดเย็น นั่นก็คือการบังคับให้ลูกเลี้ยงของตนเองวัย 9 ขวบ วิ่งติดต่อกันนานถึง 3 ชั่วโมงเต็ม เพื่อลงโทษฐานพูดโกหกจนเด็กน้อยเสียชีวิต

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ทันทีที่ เจสสิกา รู้ว่า ซาแวนนา ฮาร์ดิน ลูกเลี้ยงวัย 9 ขวบ พูดโกหกกับ จอยส์ ฮาร์ดิน การาร์ด คุณยายยังสาววัย 46 ปี เรื่องแอบกินขนมหวานก่อนมื้ออาหาร

แม่เลี้ยงใจโหดอย่างเจสสิกา จึงตัดสินใจทำโทษหวังให้ ซาแวนนา เข็ดหลาบไม่พูดโกหกอีก ด้วยการสั่งให้ซาแวนนา “วิ่งติดต่อกันเป็นเวลา 3 ชั่วโมงเต็ม โดยที่ไม่ให้กินน้ำหรือหยุดพักเลยแม้แต่นาทีเดียว” จนทำให้หนูน้อยซาแวนนา เกิดอาการชักอย่างรุนแรงจนหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ตีแผ่มุมมืดสังคมทราม ทำ'ผ้าขาว'แปดเปื้อนอย่างเลือดเย็น

ผลการชันสูตรพลิกศพพบว่า ซาแวนนาเสียชีวิตเพราะร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และมีปริมาณโซเดียมต่ำกว่าปกติ

แพทย์จึงประกาศว่า ซาแวนนาเสียชีวิตจากการฆาตกรรม

โรเจอร์ ซิมป์สัน เพื่อนบ้าน กล่าวว่า นึกเอะใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมหนูน้อยซาแวนนาจึงวิ่งอยู่นอกบ้านอยู่นานสองนาน ทั้งๆ ที่ไม่มีใครวิ่งไล่จับเธอ

“ไม่คิดเลยว่าเรื่องนั้นจะทำให้หนูน้อยเสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา ช่างเป็นเรื่องเศร้าจริงๆ” ซิมป์สัน กล่าว

อลัน คอสบีย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนของซาแวนนาผู้ล่วงลับ ได้นำโต๊ะนักเรียนของซาแวนนามาตั้งเป็นอนุสรณ์ชั่วคราวเพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมชั้นและคนรู้จักนำดอกไม้ จุดเทียน และวางรูปภาพ เพื่อไว้อาลัยต่อการจากไปก่อนเวลาอันควรของหนูน้อยผู้โชคร้ายที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงของคนในครอบครัวผู้นี้

“ไม่เคยได้ยินว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน เป็นเหตุการณ์ที่น่าหดหู่ใจเป็นอย่างมาก” คอสบีย์ กล่าว

นาตาลี บาร์ตัน โฆษกสำนักงานอำเภอ ระบุว่า ขณะนี้ได้จับกุม เจสสิกา แม่เลี้ยงใจโหด ฐานทารุณกรรมเด็กจนถึงแก่ความตาย และ จอยส์ คุณยายฐานสมรู้ร่วมคิด โดยตั้งเงินประกันตัวไว้คนละ 5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 15 ล้านบาท) และรอพิจารณาคดีในชั้นศาลต่อไป

ตีแผ่มุมมืดสังคมทราม ทำ'ผ้าขาว'แปดเปื้อนอย่างเลือดเย็น

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เด็กที่ถูกทำร้ายไม่ว่าทางร่างกาย ทางเพศ หรือจิตใจ โดยคนในครอบครัว จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแทบไม่เว้นแต่ละวัน

จากคำบอกเล่าของ ไมค์ เวกา ชาวเมืองเมดิสัน รัฐวิสคอนซินของสหรัฐ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษที่ช่วยชีวิตเด็กสาวชาวอเมริกัน วัย 15 ปี ที่ไม่เปิดเผยนามจาก “ขุมนรก” ในบ้านของตนเอง กล่าวว่า พบเห็นเด็กสาวผู้นี้ซึ่งอยู่ในชุดนอนบางๆ เก่าๆ เดินอยู่กลางถนนยามค่ำคืนที่มีอากาศหนาวจัดด้วยเท้าเปล่าอย่างอิดโรยไร้เรี่ยวแรง จึงจอดรถเพื่อเสนอความช่วยเหลือ

และเมื่อ ไมค์ รับรู้เรื่องราวความทุกข์ทรมานที่เด็กหญิงผู้นี้ได้เผชิญมาก็รู้สึกหดหู่อย่างสุดซึ้ง

เด็กสาวผู้นี้เล่าว่า ตนเองถูกพ่อ แม่เลี้ยง และพี่ชายต่างพ่อ ทารุณกรรมทั้งร่างกายและจิตใจสารพัดวิธีมาตั้งแต่อายุได้เพียง 10 ขวบเท่านั้น ตั้งแต่การถูกขังไว้ในห้องใต้ดินที่อับชื้น ไม่มีหน้าต่าง เตียงนอน ฮีตเตอร์ หรือแม้แต่ห้องน้ำ และแทบจะไม่ได้กินอะไรเลยติดต่อกันหลายวัน

โดยเด็กสาวผู้นี้จะได้กินบ้างเป็นครั้งคราว เมื่อทั้งสามคนนำเศษอาหารที่กินเหลือมาโยนให้ที่พื้น จนเด็กน้อยผู้นี้น้ำหนักลดเหลืออยู่เพียง 70 ปอนด์ หรือเพียง 30 กิโลกรัมเท่านั้น ในขณะที่พ่อแท้ๆ มีน้ำหนักถึง 240 ปอนด์ (109 กิโลกรัม) และแม่เลี้ยงหนักถึง 370 ปอนด์ (167 กิโลกรัม) เลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น เพราะว่าภายในห้องใต้ดินไม่มีห้องน้ำ ทำให้เธอจำเป็นต้องถ่ายใส่กล่องและถังโดยตลอด และบ่อยครั้งที่แม่เลี้ยงจะเดินลงมาบังคับให้เธอนำอุจจาระของตัวเองมาป้ายที่หน้า และบังคับให้ “กินอุจจาระ” และ “ดื่มปัสสาวะ” ของตัวเองอยู่เป็นประจำ

และที่เลวร้ายที่สุดคือ แม่เลี้ยงมักบังคับให้เธอทำ “ออรัลเซ็กซ์” ให้กับพี่ชายต่างพ่อวัย 18 ปี ตั้งแต่มีอายุ 10 ปีอีกด้วย!!

ตีแผ่มุมมืดสังคมทราม ทำ'ผ้าขาว'แปดเปื้อนอย่างเลือดเย็น

เด็กสาวผู้โชคร้ายผู้นี้เล่าให้ฟังต่ออีกว่า ตนเองไม่กล้าที่จะหนีออกจากบ้าน เพราะพ่อและแม่เลี้ยงขู่ว่าจะแจ้งตำรวจว่าตนหนีออกจากบ้าน ด้วยความเป็นเด็กจึงกลัวความผิด จนเวลาล่วงเลยไปถึง 5 ปี จึงตัดสินใจหนีออกมาจากบ้านของตัวเองในที่สุด

“บางครั้งที่รู้สึกหิวมากจนทนไม่ไหว ก็จะพยายามเรียกพ่อและแม่ซึ่งอยู่ข้างบนเพื่อขออาหารกิน แต่พวกเขาตะโกนมาบอกว่ากำลังยุ่งอยู่ แต่ฉันรู้ว่าพวกเขาโกหก เพราะฉันได้ยินพวกเขาดูทีวีอยู่ด้วยกันบนบ้านอย่างสนุกสนาน”

“บางครั้งพวกเขาก็สั่งให้ฉันถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด และทำความสะอาดบ้านทั้งๆ ที่เปลือยอยู่อย่างนั้น” หญิงสาวให้การต่อตำรวจอย่างช้าๆ

และในตอนนี้ทั้งพ่อ แม่เลี้ยง และพี่ชายต่างพ่อ ก็ถูกจับไปดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว โดยหากศาลตัดสินว่าทั้งสามคนมีความผิดจริง พ่อและแม่เลี้ยงใจทรามจะถูกจำคุกอย่างน้อย 11 ปี 3 เดือน ในข้อหาทารุณกรรมเด็ก

ส่วนพี่ชายต่างพ่อผู้นี้จะโดนโทษหนักตามสมควรจากข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และอาจถูกจำคุกลืมถึง 68 ปีเลยทีเดียว

ในขณะที่เหยื่อวัย 15 ปีผู้นี้ได้ย้ายมาอาศัยอยู่ในศูนย์พักฟื้นของทางการ โดยที่ขณะนี้น้ำหนักของเด็กสาวเพิ่มขึ้นมาอย่างช้าๆ อีก 17 ปอนด์ หรือราว 7.7 กิโลกรัมแล้ว ซึ่งแพทย์ระบุว่าต้องดูแลเรื่องโภชนาการของเด็กสาวผู้นี้อย่างใกล้ชิด เพราะเด็กอดอาหารมานานถึง 5 ปี ทำให้เมื่อเด็กรับประทานอะไรเข้าไป ร่างกายก็จะปฏิเสธออกมาหมด

เรื่องราวความทารุณกรรมต่อมนุษย์เพื่อนร่วมโลกยังไม่จบลงแต่เพียงเท่านี้ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เหตุช็อกโลกที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นคดีแรกและคดีเดียวในโลกก็ว่าได้

เมื่อแม่ “ข่มขืน” ลูกสาวในไส้ของตัวเอง!

ตีแผ่มุมมืดสังคมทราม ทำ'ผ้าขาว'แปดเปื้อนอย่างเลือดเย็น

หญิงสาวไม่เปิดเผยนามจากรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย วัย 37 ปี ซึ่งเป็นแม่ของลูกๆ ทั้งหมด 4 คน ถูกจับกุมตัวในข้อหาสุดพิสดาร “ข่มขืน” ลูกสาวของตัวเอง แถมยังใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายทำทุกอิริยาบถขณะตนเองกระทำชำเราลูกในไส้ไว้อีกด้วย โดยอ้างว่าเป็นวิธีการสอนเพศศึกษาให้กับลูกของตนเอง!

จอห์น โรเบิร์ตสัน ผู้พิพากษารัฐควีนส์แลนด์ กล่าวว่า การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กสาวโดยมารดาของเด็กนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นน้อยมาก

“ไม่มีคำกล่าวอ้างใดๆ ที่ดูมีเหตุผลเพียงพอเพื่ออธิบายสาเหตุของการกระทำของผู้เป็นแม่ผู้นี้เลย เป็นเรื่องที่แปลกเกินคำบรรยายจริงๆ” โรเบิร์ตสัน กล่าว

รายงานระบุว่า แม่สุดเพี้ยนผู้นี้เริ่มคบหาดูใจกับพ่อเด็กที่มีอายุห่างกันถึง 16 ปี เมื่อตอนมีอายุได้เพียง 14 ปี ก่อนที่จะตั้งครรภ์และมีลูกคนแรกเมื่ออายุ 16 ปี

นอกจากนี้ ภายหลังจากที่เลิกรากับพ่อของเด็ก แม่ผู้นี้ก็เริ่มติดต่อคบหาชายอื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต และมีความสัมพันธ์แบบ “ไซเบอร์เซ็กซ์” มาโดยตลอด จนเริ่มมีพฤติกรรม “ติดเซ็กซ์” อย่างรุนแรง

บ่อยครั้งที่แม่ผู้นี้จะเปิดคลิปวิดีโอของตนเองขณะกำลังบรรเลงรักเร่าร้อนกับชายอื่นแบบไม่ซ้ำหน้าให้กับลูกน้อยทั้ง 4 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 10-15 ปี อย่างไม่อายฟ้าอายดิน โดยอ้างว่าเป็นการ “สอนเพศศึกษา” ลูกๆ จากประสบการณ์จริงก็เท่านั้นเอง

ขณะนี้แม่โรคจิตผู้นี้ถูกตัดสินจำคุกเป็นระยะเวลา 4 ปี โดยที่ลูกๆ ทั้งหมดต้องลงเอยไปอยู่ศูนย์พักพิงเยาวชนเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจต่อไป

แม้ว่าเด็กที่ถูกทารุณกรรมทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแสนสาหัสเหล่านี้จะได้รับการช่วยเหลือให้อยู่ในที่ปลอดภัยและมีสภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว

แต่เชื่อได้เลยว่า “บาดแผลแห่งความเลวร้าย” ยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจเด็กๆ เหล่านั้นไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท