
โลกมองไทย
นับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิด 3 จุด ในกทม.
นับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิด 3 จุด ในกทม.
เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาสื่อต่างประเทศได้จับตาสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามความคืบหน้าในการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย
เพราะหลายฝ่ายเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดในจอร์เจีย และอินเดีย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน และอาจเป็นการก่อการร้ายฝีมือกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งมีอิหร่านคอยหนุนหลังอยู่
ล่าสุด บทความในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของอังกฤษระบุว่า เหตุระเบิดในไทยเป็นเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดไม่น้อยหากพิจารณาองค์ประกอบของหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตัวผู้ก่อเหตุ ระเบิด หรือวิธีการลงมือก่อเหตุของคนร้าย ซึ่งท้ายสุดแล้วนี่อาจเป็นกลอุบายของอิหร่านเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยอะไรบางอย่างก็เป็นได้
รายงานระบุว่า การวางแผนระเบิดในไทยของคนร้ายชาวอิหร่านขาดความเป็นมืออาชีพโดยสิ้นเชิง
ไล่ตั้งแต่การที่คนร้ายเดินทางไปเที่ยวพัทยา และถูกถ่ายภาพกับหญิงสาว 3 คน การระเบิดของวัตถุระเบิดในบ้านพักขณะคนร้ายกำลังประกอบระเบิด และความผิดพลาดของผู้ก่อเหตุที่จงใจปาระเบิดใส่ตำรวจ แต่พลาดโดนตัวเองจนขาขาด 2 ข้าง
นักวิเคราะห์จึงตั้งคำถามว่า หากอิหร่านมีศักยภาพในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แล้วเพราะเหตุใดจึงจ้างผู้ก่อการร้ายเกรดบีเช่นนี้แทนการจ้างผู้ก่อการร้ายมืออาชีพที่สามารถบรรลุภารกิจที่ได้รับมอบหมายโดยปราศจากข้อผิดพลาดใดๆ
หลายฝ่ายจึงมองว่าแผนการดังกล่าวอาจเป็นความพยายามของอิหร่านในการกลบเกลื่อนความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิด โดยอิหร่านอาจเชื่อว่าคงไม่มีใครสงสัยว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุดังกล่าวอย่างแน่นอน เพราะ “ความไม่เป็นมืออาชีพ” ของผู้ก่อการร้าย
ทั้งนี้ ผู้เขียนทิ้งท้ายว่า นับวันข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับเหตุระเบิดในกทม.ก็จะถูกเปิดโปงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือข้อมูลที่ถูกเปิดเผยนั้นเป็นความจริงหรือเท็จ







