posttoday
ทำความเข้าใจแผนสวอปหนี้กรีซ

ทำความเข้าใจแผนสวอปหนี้กรีซ

21 กุมภาพันธ์ 2555

ชำแหละแผนสวอปหนี้กรีซกับการตัดลดหนี้ป้องกันวิกฤตลุกลามไปยังระบบเศรษฐกิจโลก

ชำแหละแผนสวอปหนี้กรีซกับการตัดลดหนี้ป้องกันวิกฤตลุกลามไปยังระบบเศรษฐกิจโลก

ทำความเข้าใจแผนสวอปหนี้กรีซ

รัฐบาลกรุงเอเธนส์บรรลุข้อตกลงการตัดลดหนี้กับตัวแทนของบรรดาเจ้าหนี้เอกชนเพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ และช่วยป้องกันไม่ใช้วิกฤตหนี้กรีซลุกลามไปยังระบบเศรษฐกิจโลก แม้ว่าบรรดาเจ้าหนี้กรีซ ซึ่งถือครองพันบัตรต้องยอมรับการสูญเสียผลตอบแทนหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐก็ตาม

ทั้งนี้แผนสวอปหนี้กรีซ (Bond Swap) หรือการยอมรับการตัดลดมูลค่าการถือครองพันธบัตรกรีซลง เพื่อแลกกับการจ่ายเงินสดและการออกพันธบัตรใหม่ที่มีระยะเวลาไถ่ถอนนานออกไป โดยมีรายละเอียดที่น่าทำความเข้าใจดังนี้

Q:จุดประสงค์หลักการทำสวอปหนี้กรีซ

A: บรรดาธนาคาร, เฮดจ์ฟันด์,  กองทุนบำเหน็จบำนาญและบรรดาเจ้าหนี้เอกชนที่ถือพันธบัตรรัฐบาลกรีซมูลค่า 2 แสนล้านยูโรต้องยอมรับการตัดลดมูลค่าพันธบัตรตามหน้าตราสารสูงถึง 53.5% ซึ่งจะสามารถช่วยตัดลดหนี้กรีซได้ถึง 1.07 แสนล้านยูโรจากทั้งหมด 3.5 แสนล้านยูโร ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรกรีซจะลดลงอยู่ที่เฉลี่ย 3.65% จาก 4.8% และกรีซมีระยะเวลาไถ่ถอนพันธบัตร 30 ปี ซึ่งนานกว่าเดิมที่ต้องไถ่ถอนใน 7 ปี

Q:  ความสำคัญของการตัดลดหนี้ในครั้งนี้

A: กรีซจำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงสำคัญ 2 ข้อเพื่อรับเงินกู้งวดใหม่ 1.3 แสนล้านยูโร คือ 1. ตัดลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล และ 2. เจรจาลดหนี้กับเจ้าหนี้ เพราะถ้าหากกรีซไม่ได้รับเงินช่วยดังกล่าว ซึ่งเป็นงวดที่สองในรอบ 2 ปี กรีซจะต้องผิดนัดชำระหนี้มูลค่า 1.45 แสนล้านยูโรในการไถ่ถอนพันธบัตรวันที่ 20 มี.ค.

Q: หากกรีซต้องผิดนัดชำระหนี้ในครั้งนี้จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

A:การผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ อาจส่งผลให้วิกฤตหนี้ลุกลามเป็นวงกว้างไปประเทศต่างๆในยูโรโซน เนื่องจากบรรดานักลงทุนจะไม่กล้าปล่อยกู้ และนักวิเคราะห์กังวลว่า วิกฤตหนี้อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ คล้ายกับการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2008 จนเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ตามมา

Q: สาเหตุใดบรรดาเจ้าหนี้ภาคเอกชนต้องยอมรับในการตัดลดหนี้กรีซ

A:เพราะถ้าหากบรรดาเจ้าหนี้ไม่ยอมรับการตัดลดหนี้บางส่วน ก็จะมีความเสี่ยงสูงที่บรรดาเจ้าหนี้อาจไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆจากพันธบัตรที่ลงทุนไปเลย นอกจากนี้ เจ้าหนี้บางส่วนเหล่านี้ ซึ่งถือครองพันธบัตรประเทศอื่นในยูโรโซนด้วย อาจต้องเผชิญกับมูลค่าพันธบัตรที่ลดลงหากกรีซต้องผิดนัดชำระหนี้จริง

Q: มีความเป็นไปได้ไหมที่เจ้าหนี้บางรายอาจไม่ยอมรับข้อตกลงการตัดลดหนี้

A: ได้ ทว่า กรีซจะตั้งข้อบังคับทางกฎหมายในการถือครองพันธบัตร ซึ่งท้ายที่สุดจะบีบให้เจ้าหนี้ที่ปฏิเสธข้อตกลงต้องยอมรับการตัดลดหนี้อยู่ดี

Q:นอกเหนือจากบรรดาเจ้าหนี้เอกชน มีใครถือครองพันธบัตรรัฐบาลกรีซอยู่อีกบ้าง

A: ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางประเทศอื่นๆ ถือครองพันธบัตรรัฐบาลกรีซอีกส่วนหนึ่งมูลค่าราว 5-5.5 แสนล้านยูโร ถึงแม้ว่า พันธบัตรเหล่านี้จะถูกยกเว้นการตัดลดหนี้ อย่างไรก็ตาม บรรดาธนาคารกลางเหล่านี้จำเป็นต้องสละสิทธิ์กำไรจากการถือครองพันธบัตรดังกล่าว ทั้งนี้ ปริมาณหนี้กรีซอยู่ที่ราว 3.5 แสนล้านยูโร หรือคิดเป็น 160% ต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

Q: มาตรการรัดเข็มขัดและการตัดลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกรีซมีส่วนช่วยให้ยอดหนี้กรีซลดลงหรือไม่

A:รัฐบาลกรีซมียอดขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ 10.6% ต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2554 โดยรัฐบาลกรีซได้ให้คำมั่นสัญญากับสหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ว่ารัฐบาลจะมีงบประมาณเกินดุลเบื้องต้น ซึ่งไม่ได้คิดรวมการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ภายในปี 2555 ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณการยอมรับการตัดลดหนี้ของบรรดาเจ้าหนี้เอกชน และมาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวด ซึ่งหมายรวมถึงการขึ้นภาษีและตัดลดค่าใช้จ่ายและค่าจ้างข้าราชการไปอย่างน้อยถึงปี 2563

Q: ประเทศใดเป็นชาติล่าสุดที่ผิดนัดชำระหนี้

A: ประเทศขนาดใหญ่ที่ผิดนัดชำระหนี้ครั้งล่าสุดคืออาร์เจนตินาเมื่อปี 2545 โดยอาร์เจนติน่าสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับพันธบัตรที่ผิดนัดชำระหนี้แล้วในปี 2548 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก