
ประท้วงซีเรียนองเลือด ยิงจรวดถล่มผู้ประท้วง
ซีเรียเดือด กองทัพเปิดฉากกระหน่ำยิงจรวดรุนแรง หวังสลายการชุมนุม เย้ยมติยูเอ็น
ซีเรียเดือด กองทัพเปิดฉากกระหน่ำยิงจรวดรุนแรง หวังสลายการชุมนุม เย้ยมติยูเอ็น
กองทัพรัฐบาลซีเรียเปิดฉากระดมยิงจรวดระเบิดครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่ที่มีการปะทะเดือดระหว่างกองทัพและนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลในเมืองฮอมส์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการต่อต้านรัฐบาลซีเรีย เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 คน
ฮาดี อับดุลเลาะห์ คณะกรรมาธิการการปฏิวัติซีเรีย กล่าวว่า จรวดระเบิดถูกยิงลงมาเฉลี่ย 4 ลูกต่อนาที ในขณะที่เครื่องบินตรวจการณ์บินอยู่เหนือเมืองฮอมส์ตลอดเวลา และรถถังเคลื่อนพลอยู่ตามถนนเต็มพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 14 วัน
การเปิดฉากปะทะกันระลอกใหม่ดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีมติ 137 เสียงต่อ 12 เสียง เรียกร้องให้รัฐบาลซีเรียยุติการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ชุมนุมทันทีเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 4 เดือน โดยที่สมาชิกสหภาพยุโรป 17 ประเทศงดออกเสียง
อย่างไรก็ตาม จีน รัสเซีย และอิหร่าน ยังคงคัดค้านมติประณามซีเรียที่อียิปต์และชาติอาหรับเสนอขึ้น โดยมีชาติตะวันตกให้การสนับสนุนเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ จีนและรัสเซียใช้สิทธิวีโตคัดค้านมติอันเดียวกันที่ทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเสนอขึ้น
ภายใต้มติดังกล่าวได้ประณามระบอบการปกครองของประธานาธิบดี บาชาร์ อัลอัสซัด แห่งซีเรีย ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรง
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ อัลอัสซัด ลงจากตำแหน่งเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน และก่อตั้งรัฐบาลเพื่อความปรองดองขึ้นก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในทันที
ทั้งนี้ กลุ่มสิทธิมนุษยชน อ้างว่า เหตุปะทะกันระหว่างนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลซีเรียและรัฐบาลตลอด 11 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตแล้วมากกว่า 6,000 คน
ด้าน บาชาร์ จาฟารี ผู้แทนซีเรียประจำสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ตำหนิการลงมติของยูเอ็นและชาติตะวันตกอย่างรุนแรง ว่า เป็นการแทรกแซงการเมืองภายในซีเรียที่ไม่สมควร และชาติตะวันตกกำลังเอาเปรียบชาติอาหรับด้วยการทำให้ความขัดแย้งภายในประเทศมีความรุนแรงมากขึ้นด้วยการดึงประเทศอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง







