posttoday
'เฟซบุ๊ก'ยื่นทำไอพีโอ นักลงทุนหวั่น'ซัคเกอร์เบิร์ก'กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

'เฟซบุ๊ก'ยื่นทำไอพีโอ นักลงทุนหวั่น'ซัคเกอร์เบิร์ก'กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

03 กุมภาพันธ์ 2555

เฟซบุ๊กยื่นเสนอขายหุ้นครั้งแรก เดินหน้าสู่การเป็นบริษัทมหาชน นักลงทุนกังวล “ซัคเกอร์เบิร์ก” ยังคงกุมอำนาจบริหารไว้ในมือ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เฟซบุ๊กยื่นเสนอขายหุ้นครั้งแรก เดินหน้าสู่การเป็นบริษัทมหาชน นักลงทุนกังวล “ซัคเกอร์เบิร์ก” ยังคงกุมอำนาจบริหารไว้ในมือ

เฟซบุ๊ก ผู้ให้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังของโลก ได้ยื่นเอกสารเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐแล้ว เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยในเบื้องต้นทางบริษัทได้ตั้งเป้าที่จะระดมทุนจากการออกหุ้นไอพีโอสูงถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 แสนล้านบาท) ซึ่งหากสำเร็จจะทำให้หุ้นเฟซบุ๊กขึ้นแท่นหุ้นไอพีโอในกลุ่มอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตในสหรัฐที่มีมูลค่าสูงที่สุดแซงหน้ากูเกิล ซึ่งเมื่อปี 2547 ที่ระดมทุนได้ 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการออกหุ้นไอพีโอ

ข้อมูลจากเอกสารที่ทางบริษัทได้ยื่นนั้นระบุว่า ปัจจุบันเฟซบุ๊กมีจำนวนผู้ใช้งานเดือนละ 845 ล้านคน มีรายได้เมื่อปี 2554 ที่ 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ และกำไรสุทธิ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 65%

'เฟซบุ๊ก'ยื่นทำไอพีโอ นักลงทุนหวั่น'ซัคเกอร์เบิร์ก'กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

 

ด้าน มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เขียนจดหมายถึงผู้สนใจลงทุนซื้อหุ้นเฟซบุ๊กว่า เฟซบุ๊กไม่ได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นบริษัท แต่เพื่อทำภารกิจเพื่อสังคม ซึ่งคือการทำให้โลกเปิดกว้างและเชื่อมโยงกันมากขึ้น

“เฟซบุ๊กมีวัฒนธรรมและวิธีการบริหารในแบบเดียวกับแฮกเกอร์ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการลักลอบเจาะระบบคอมพิวเตอร์ แต่หมายถึงการทำงานที่มุ่งท้าทายขีดจำกัดความสามารถต่างหาก” ซัคเกอร์เบิร์ก ระบุ โดยผู้บริหารเฟซบุ๊กยังได้ประกาศอีกว่า จะปรับลดเงินเดือนของตนจากเดิมปีละ 5 แสนเหรียญสหรัฐ เหลือเพียง 1 เหรียญสหรัฐ ตามรอยสตีฟ จ็อบส์ อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับและผู้บริหารของกูเกิล

ในการทำไอพีโอครั้งนี้ ทางบริษัทได้เลือกมอร์แกน สแตนเลย์ ธนาคารชั้นนำของสหรัฐ เพื่อเป็นแกนนำในการออกไอพีโอบริษัท (อันเดอร์ไรเตอร์) โดยนักวิเคราะห์คาดว่า หุ้นของบริษัทจะเข้าตลาดหลักทรัพย์กลางปีนี้ เนื่องจากในการทำไอพีโอนั้น บรรดากองทุนขนาดใหญ่ เช่น กองทุนรวม หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญจะมีสิทธิซื้อหุ้นก่อน รวมทั้งลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารมอร์แกน สแตนเลย์อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊กเปิดเผยว่า แม้ทางบริษัทจะเดินหน้าสู่การเป็นบริษัทมหาชนด้วยการเสนอขายหุ้นสามัญเป็นครั้งแรก ทว่า ซัคเกอร์เบิร์ก ก็ยังคงเป็นผู้กุมอำนาจบริหารมากที่สุด โดยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อยู่ที่ 28.4% ส่งผลให้มีอำนาจในการออกเสียงภายในบริษัทมากถึง 57%

สิ่งนี้หมายความว่า เฟซบุ๊กจะไม่แต่งตั้งคณะกรรมการหรือกรรมการอิสระเพื่อทำหน้าที่ด้านบริหารเหมือนกับบริษัทอื่นๆ ที่ทำไอพีโอ ซึ่งประเด็นนี้ก็ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับบรรดานักลงทุนไม่น้อย เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่า ซัคเกอร์เบิร์ก อาจมีอำนาจมากเกินไปในบริษัท โดยหลายฝ่ายต้องการให้บริษัทมีโครงสร้างบริหารที่เป็นมิตรกับผู้ถือหุ้น หรือกล่าวอีกอย่างก็คือ ผู้ถือหุ้นควรมีสิทธิในการออกเสียงและตัดสินใจมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เฟซบุ๊กกำลังวางแผนเจาะตลาดจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดตลาดอินเทอร์เน็ตใหญ่ที่สุดในโลกที่ 2,000 ล้านคน ภายหลังสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังถูกทางการจีนสั่งบล็อกเมื่อปี 2552

แม้นักวิเคราะห์มองว่า โอกาสที่เฟซบุ๊กจะสามารถกลับเข้าไปให้บริการในจีนนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ทว่าหลายฝ่ายเชื่อว่า ซัคเกอร์เบิร์ก เคยหารือกับ โรบิน ลี ผู้บริหารของไป่ตู้ เสิร์ชเอนจินชื่อดังของจีน เรื่องความเป็นไปได้ในการกลับเข้าไปให้บริการในจีนของเฟซบุ๊ก

ด้าน แอน มารี เบรดี ผู้เชี่ยวชาญการเมืองจีนจากมหาวิทยาลัยแคนเทอเบอรี นิวซีแลนด์ แสดงความเห็นว่า เฟซบุ๊กมีโอกาสที่จะกลับเข้าไปในจีนได้อีกครั้ง หากยอมปฏิบัติตามกฎเซ็นเซอร์ของรัฐบาล

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท