
เสรีภาพสื่อปี54 อาหรับ-ไทย ทิศทางดีขึ้น
ดัชนีเสรีภาพสื่อปี54ชี้ อาหรับและไทยอันดับดีขึ้น สวนทางกลับโลกตะวันตกที่มีคะแนนดิ่งลง
ดัชนีเสรีภาพสื่อปี54ชี้ อาหรับและไทยอันดับดีขึ้น สวนทางกลับโลกตะวันตกที่มีคะแนนดิ่งลง
สำนักข่าวเดลีเมล์ของอังกฤษ เปิดเผย ดัชนีชี้วัดความมีเสรีภาพของสื่อมวลชน ซึ่งจัดทำขึ้นโดยกลุ่มนักวิจัยผู้สื่อข่าวข่าวไร้พรมแดน(อาร์ดับเบิลยูบี) ซึ่งระบุว่าปี 2554 ในภาพรวมระดับโลกนั้นมีทิศทางความมีเสรีภาพของสื่อมวลชนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือที่มีการพัฒนาในด้านเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างมาก เช่น ตูนิเซีย ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 134 จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 164 อียิปต์ ขึ้นมาอยู่ที่ 127 จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 166 ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่า มีการตื่นตัวจากการลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลเผ็จการในกลุ่มประเทศเหล่านี้เมื่อปีที่ผ่านมานั่นเอง ทำให้สื่อมวลชนมีอิสระและบทบาทในการเผยแพร่ความจริงได้มากขึ้น
ในขณะที่ ไทย นั้นทาง อาร์ดับเบิลยูบี ก็ได้ระบุว่าความมีเสรีภาพของสื่อนั้นมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นเช่นกัน ทำให้ไทยได้รับการจัดอันดับให้ขึ้นมาอยู่ที่ 137 จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 153 ในปีที่ผ่านมา
แต่สิ่งที่ทำให้ต้องประหลาดใจจากการจัดอันดับครั้งนี้ก็คือ ความมีเสรีภาพในกลุ่มประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีความเป็นประชาธิปไตย และ เคารพสิทธิมนุษยชนมากเป็นอันดับต้นๆอย่าง สหรัฐ และอังกฤษกลับมีทิศทางที่แย่ลงจึงทำให้ถูกปรับลดอันดับลงมาอย่างน่าตกใจ โดย สหรัฐ ถูกปรับลดลงมาอยู่ที่ 47 จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 20 ของปีที่ผ่านมา และอังกฤษ ถูกปรับลดมาอยู่ที่ 28 จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 19 ของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ สาเหตุก็เป็นเพราะ เมื่อปีที่ผ่านมามีการจับกุมคุมขังผู้ประท้วง รวมถึงสื่อมวลชนที่เข้าร่วมในประท้วงเพื่อต่อต้านระบบทุนนิยม(ออคคูพายวอลสตรีต)อยู่บ่อยครั้ง และโดยเฉพาะที่อังกฤษนั้นก็มีปัญหาในเรื่องคดีฟ้องร้องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลจากกรณีที่ สำนักข่าว นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ เข้ามาแฮ็กข้อมูลจากระบบว็อยซ์เมลล์บ๊อกซ์ ในอังกฤษนั้น มีคดีฉ่าวโฉ่เรื่องของการขโมยข้อมูลทางโทรศัพท์
สำหรับประเทศที่ได้รับการจัดอันดับ ให้เป็นประเทศที่มีความมีเสรีภาพของสื่อมากที่สุดคือ ฟินแลนด์ กับ นอร์เวย์ ขณะที่ประเทศที่มีเสรีภาพด้านสื่อที่แย่ที่สุดคือ เกาหลีเหนือ(อันดับที่178) และ เอลิเทีย(อันดับที่179)
ทั้งนี้ การจัดอันดับดังกล่าวเป็นการจัดอันดับมาเป็นปีที่ 10 แล้ว โดยเกณฑ์ชี้ชัดเหล่านี้มาใช้ในการจัดอันดับ อาทิ อัตราการละเมิดและการทำร้ายผู้สื่อข่าวในประเทศ การแทรกแซงสื่อของรัฐบาล ว่ามีการเซ็นเซอร์ข่าวหรือไม่ และเคารพในหลักการของการแสดงความคิดเห็นโดยเสรี หรือไม่ เป็นต้น







