posttoday
รวมชาติโสมแดง-โสมขาว เส้นทางสู่ความ'ยิ่งใหญ่'หรือ'หายนะ'?

รวมชาติโสมแดง-โสมขาว เส้นทางสู่ความ'ยิ่งใหญ่'หรือ'หายนะ'?

08 มกราคม 2555

นับตั้งแต่ คิมจองอิล ผู้นำเผด็จการเกาหลีเหนือ สิ้นลมหายใจเมื่อปลายปี 2554 ประชาคมโลก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

นับตั้งแต่ คิมจองอิล ผู้นำเผด็จการเกาหลีเหนือ สิ้นลมหายใจเมื่อปลายปี 2554 ประชาคมโลกเริ่มจับตามองสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีอย่างใกล้ชิด พร้อมตั้งความหวังว่า การผลัดแผ่นดินครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

แม้จะเกิดความวิตกกังวลว่า การก้าวขึ้นสู่อำนาจของ คิมจองอึน บุตรชายคนที่ 3 ของ คิมจองอิล อาจกลายเป็นชนวนให้เกิดสงครามครั้งรุนแรงระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้นำหนุ่มโสมแดงอาจตัดสินใจสั่งยิงขีปนาวุธใส่เกาหลีใต้ เพื่อแสดงแสนยานุภาพให้ชาวโลกได้เห็น

ทว่า นักวิเคราะห์อีกฟากหนึ่งกลับเลือกที่จะมองในแง่ดี โดยเล็งเห็นถึงโอกาสในการปฏิรูปครั้งสำคัญในเกาหลีเหนือภายใต้ผู้นำคนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการยอมเปิดประเทศ หรือการยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ออกมาหยอดยาหอมว่า พร้อมฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ และยังคงเปิดโอกาสให้มีการเจรจาเสมอ

รวมชาติโสมแดง-โสมขาว เส้นทางสู่ความ'ยิ่งใหญ่'หรือ'หายนะ'?

 

ขณะเดียวกัน เมื่อไม่นานมานี้ ก็มีรายงานว่า กระทรวงการรวมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งดูแลความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ เตรียมตั้ง “กองทุนรวมชาติ” ภายในปี 2555 นี้ เพื่อเตรียมพร้อมกรณีเกิดการรวมชาติสองเกาหลีเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งหลังแตกแยกมานานเกือบ 6 ทศวรรษ

ท่ามกลางกระแสข่าวหนาหูเรื่องการรวมประเทศ กลับมีนักวิเคราะห์กลุ่มหนึ่งที่คัดค้านแผนดังกล่าวอย่างหนักหน่วง โดย ออกโรงเตือนว่า การรวมชาติอาจนำไปสู่หายนะสำหรับเกาหลีใต้

ประเด็นสำคัญที่สุดที่บรรดานักวิเคราะห์ชี้ก็คือ ค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลที่เกาหลีใต้จะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ

ต้องไม่ลืมว่า พื้นฐานทางเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ทุกวันนี้มีความแตกต่างกันมาก โดยเกาหลีใต้นั้นมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 15 ของโลก และอันดับ 3 ในเอเชียรองจากจีนและญี่ปุ่น ขณะที่เกาหลีเหนือมีขนาดเศรษฐกิจ เพียงหนึ่งในสี่ของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ โดยรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรเกาหลีเหนือคิดเป็นเพียง 5% ของรายได้เฉลี่ยของพลเมืองเกาหลีใต้

และที่สำคัญคือ ชาวโสมแดงเกาหลีเหนือราว 10 ล้านคน มีฐานะยากจน โดยในจำนวนนี้กว่า 2.5 ล้านคน อยู่ในสภาวะอดอยาก

ดังนั้น หากมีการรวมชาติขึ้นมาจริง เกาหลีใต้จะต้องลงทุนมหาศาลในการเปิดและฟื้นฟูเศรษฐกิจเกาหลีเหนือครั้งใหญ่ อีกทั้งยังต้องช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสวัสดิการพื้นฐาน ซึ่งทางการประเมินว่า ทั้งหมดนี้อาจคิดเป็นค่าใช้จ่ายสูงถึง 2.40 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.2 ล้านล้านบาท) ในปีแรก และ 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 72 ล้านล้านบาท) ในช่วงเวลาอีกทศวรรษหลังจากนั้น

แม้ ยู วู-อิก รัฐมนตรีกระทรวงการรวมชาติ จะยืนกรานมาโดยตลอดว่า ประโยชน์ที่เกาหลีใต้จะได้รับในระยะยาวจากการรวมชาตินั้นคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จะเสียไปอย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ กระแสต่อต้านแผนการรวมชาติที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรในวัยหนุ่มสาวที่พากันเกรงว่า การรวมชาติจะฉุดเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็วช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ และอาจสร้างความโกลาหลวุ่นวายให้กับสังคมอันมีระเบียบของเกาหลีใต้ได้

ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์พากันประมวลว่า ทันทีที่มีการรวมชาติเกิดขึ้น ชาวเกาหลีเหนือจะต้องไหลทะลักเข้ามาอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้แน่นอน และในที่สุดก็จะก่อให้เกิดปัญหา “ผู้ลี้ภัย” ในประเทศ

ประเด็นถัดมาที่นักวิเคราะห์ชี้ก็คือ ความแตกต่างระหว่างการรวมชาติของเยอรมนีเมื่อปี 2533 กับการรวมชาติเกาหลีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

รวมชาติโสมแดง-โสมขาว เส้นทางสู่ความ'ยิ่งใหญ่'หรือ'หายนะ'?

การรวมชาติผนวกประเทศนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะหากพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของโลกขึ้นมาดูแล้วจะพบว่า หลายประเทศในโลกก็เคยมีการควบรวมประเทศ และกรณีที่โด่งดังที่สุด ก็คือการรวมประเทศของเยอรมนีตะวันออก ซึ่งปกครองตามระบอบคอมมิวนิสต์และเยอรมนีตะวันตก ซึ่งเป็นประชาธิปไตยภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโสมขาวอ้างว่า “หากเยอรมนีทำได้ เราก็ทำได้เช่นกัน” โดยพยายามนำกรณีของเยอรมนีมาเป็นกรณีศึกษา และเป็นแบบอย่างในการรวมชาติเกาหลี

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ต่างพากันท้วงติงว่า หากพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว จะพบข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างทั้งสองกรณี

ประเด็นแรก คือ ในยุคสมัยนั้น เยอรมนีตะวันออก คือ ประเทศที่มั่งคั่งที่สุดประเทศหนึ่งของสหภาพโซเวียต

ขณะเดียวกัน มีจำนวนประชากรน้อยมาก โดยคิดเป็นเพียงหนึ่งในสี่ของเยอรมนีตะวันตก ดังนั้น ในการรวมชาติ เยอรมนีตะวันตกจึงไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อโอบอุ้มเยอรมนีตะวันออก ซึ่งต่างจากกรณีของเกาหลีเหนือที่มีจำนวนประชากรมากถึงครึ่งหนึ่งของทางใต้ อีกทั้งเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือก็ล้าหลังและอ่อนแอกว่าเกาหลีใต้ค่อนข้างมาก

ประเด็นที่สอง คือ ในช่วงเวลานั้น เยอรมนีตะวันออกสนับสนุนการรวมชาติ เนื่องจากเกิดขึ้นภายหลังระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายลง อีกทั้งเยอรมนีตะวันออกยังยอมรับระบบทุนนิยมของเยอรมนีตะวันตกอีกด้วย

ในทางกลับกัน นักวิเคราะห์มองว่าชนชั้นปกครองของเกาหลีเหนือจะไม่ยอมสละอำนาจโดยเด็ดขาด เนื่องจากในปัจจุบัน กลุ่มนี้ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา และมีอำนาจทั้งหมดทั้งปวงอยู่ในมือ

“การรวมชาติจะเป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับประชาชนเกาหลีเหนือ แต่จะเป็นฝันร้ายสำหรับชนชั้นปกครอง” ราล์ฟ คอสซา ประธานแปซิฟิก ฟอรัม ซีเอสไอเอส สถาบันคลังปัญญาชื่อดังของสหรัฐ กล่าว โดยมองว่า หากเกิดการรวมชาติจริง ชนชั้นปกครองจะต้องถูกดำเนินคดีและถูกจับเข้าคุกอย่างแน่นอนหลังกดขี่ประชาชนอย่างหนักมาเป็นเวลานาน

ดังนั้น กลุ่มนี้ก็จะพยายามต่อต้านการรวมชาติอย่างหนักหน่วงเพื่อพยายามรั้งอำนาจที่มีอยู่ให้นานที่สุด ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้การเจรจารวมชาติเป็นไปได้ยากขึ้น

รวมชาติโสมแดง-โสมขาว เส้นทางสู่ความ'ยิ่งใหญ่'หรือ'หายนะ'?

 

ทั้งนี้ แม้จะออกโรงเตือนถึงผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แต่นักวิเคราะห์ก็ยังคงไม่กล้ากาทิ้งความเป็นไปได้ในการรวมชาติ

เพราะเชื่อว่า สักวันจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพียงแค่ไม่ใช่ในอนาคตอันใกล้นี้เท่านั้น

ขณะเดียวกัน การรวมชาติจะต้องเป็นกระบวนการที่ยาวนานในลักษณะ “ค่อยเป็นค่อยไป” ไม่ใช่การรวมชาติภายในหนึ่งวัน เพราะยิ่งช้าเท่าใด ก็จะยิ่งช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถปรับตัวเข้าหากันได้ง่ายมากขึ้น

“ประวัติศาสตร์สามารถบ่งบอกอนาคตเกาหลีเหนือได้เป็นอย่างดี โดยสมัยที่คิมอิลซุง บิดาของคิมจองอิล ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปี 2537 ประเทศก็สามารถผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้แม้ต้องเผชิญกับภาวะอดอยาก การถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และความตึงเครียดกับนานาชาติ” ฮันซองจู อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าว

พอมาถึงยุคของคิมจองอึน หลายฝ่ายก็ยังปักใจเชื่อว่า โสมแดงจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปได้ เพราะความมีเอกภาพของกองทัพ และความช่วยเหลือจากจีน

ความคิดเรื่องการรวมชาติในช่วงเวลานี้จึงเป็นเพียงแค่ฝันแสนไกลสำหรับประชาชนทั้งสองประเทศ และประชาคมโลก

ทว่า อย่างน้อยที่สุด ความเป็นไปได้ยากในการรวมชาติในขณะนี้ อาจเป็นเรื่องดีสำหรับกรุงโซลก็เป็นได้

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน