
ทั่วโลกฉลองปีใหม่
ทั่วโลกฉลองปีใหม่อย่างคึกคัก ซิดนีย์ลอนดอนนิวยอร์ก จัดงานสุดอลังการ
ทั่วโลกฉลองปีใหม่อย่างคึกคัก ซิดนีย์ลอนดอนนิวยอร์ก จัดงานสุดอลังการ
ด้านผู้นำยุโรปออกโรงเตือน วิกฤตหนี้ยุโรปยังไม่สิ้นสุด ปี 2555 ยังเป็นปียากลำบากสำหรับยุโรปต่อไป
เอพีรายงานเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ว่า ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกได้เฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2555 อย่างคึกคัก โดยมีการจัดงานและจุดพลุดอกไม้ไฟอย่างยิ่งใหญ่สุดตระการตาตามสถานที่สำคัญของแต่ละประเทศท่ามกลางฝูงชนนับแสนคนที่แห่ร่วมนับถอยหลังสู่ปีใหม่อย่างล้นหลาม
เริ่มตั้งแต่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เมืองแรกๆ ที่ได้ฉลองเทศกาลปีใหม่ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวกว่า 1.5 ล้านคน ได้ไปจับจองพื้นที่บริเวณโอเปราเฮาส์ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของออสเตรเลีย และสะพานฮาร์เบอร์บริดจ์ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อเตรียมชื่นชมความงดงามของการแสดงดอกไม้ไฟช่วงค่ำคืน
ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น บรรยากาศการเฉลิมฉลองถูกบดบังด้วยภาพของความสูญเสียจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งรุนแรงเมื่อต้นปี 2554 ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้คนมากถึง 2 หมื่นคน โดยชาวญี่ปุ่นกว่า 1,000 คน ได้รวมตัวกันที่วัดแห่งหนึ่งกลางกรุงโตเกียวเพื่อสวดมนต์อุทิศให้กับผู้เสียชีวิตในวันสุดท้ายของปี
ฟากยุโรป ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ บรรยากาศการเฉลิมฉลองนับถอยหลังสู่ปีใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวกว่า 2.5 แสนคน ได้ออกมาชื่นชมการแสดงพลุริมแม่น้ำเธมส์ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นทันทีที่หอนาฬิกาชื่อดังอย่างบิ๊กเบนตีบอกเวลาเที่ยงคืน อีกทั้งยังมีการจุดพลุดอกไม้ไฟอย่างยิ่งใหญ่บริเวณลอนดอน อาย ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป และเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงลอนดอน
ด้านกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสก็ได้ยกระดับมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยเพื่อดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวหลายพันคนที่ออกมาฉลองบริเวณจัตุรัสชองป์ เซลิเซ กลางกรุงปารีส
ส่วนบรรยากาศที่ประตูแบรนเดนเบิร์ก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และสนามกีฬาโคลอสเซียมแห่งกรุงโรม ประเทศอิตาลี ก็นับว่าสนุกสนาน และครื้นเครงไม่แพ้ที่ใดในโลกเลยทีเดียว
ที่จัตุรัสไทม์สแควร์ กลางนครนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสถานที่จัดงานนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังที่สุดในโลก ดาราและนักร้องชื่อดังชาวอเมริกันหลายคนได้ร่วมฉลองกับฝูงชนหลายแสนคนที่ยืนเบียดเสียดกันทั้งในและรอบจัตุรัส โดยไฮไลต์ของการนับถอยหลังสู่ปีใหม่ที่ไทม์สแควร์นั้นคือการหย่อนลูกบอลเพชรขนาดใหญ่น้ำหนักเกือบ 6 ตัน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2450 โดยลูกบอลจะแตะพื้นเมื่อเที่ยงคืนพอดี และนับเป็นสัญญาณของการก้าวสู่ปีใหม่อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการเฉลิมฉลองที่ฟิลิปปินส์กลับไม่คึกคักเท่าที่ควรภายหลังผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุขฟิลิปปินส์เผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 500 คน ทั่วประเทศจากการจุดประทัดและยิงปืนเฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ทั้งที่รัฐบาลได้พยายามรณรงค์อย่างหนักไม่ให้ประชาชนฉลองด้วยการจุดประทัดและเล่นพลุ
ทั้งนี้ ชาวฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า การเฉลิมฉลองด้วยเสียงดังจะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและความโชคร้าย ดังนั้นในแต่ละปีจึงมีผู้คนได้รับบาดเจ็บจากการเล่นประทัดและดอกไม้ไฟจำนวนมากช่วงเทศกาลปีใหม่
ผู้คนส่วนใหญ่ทั่วโลกต่างแสดงออกถึงความโล่งอกและปลื้มปีติที่จะได้ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ เพื่อที่จะได้หลุดพ้นจากวิกฤตต่างๆ ที่รุมถาโถมโลกอย่างหนักช่วงปีที่ผ่านมา อาทิ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงครามการสู้รบในตะวันออกกลาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐ
วันเดียวกัน บรรดาผู้นำในภูมิภาคยุโรปต่างก็ได้ออกแถลงการณ์ต้อนรับวันใหม่ โดยพร้อมใจพูดไปในทำนองเดียวกันว่า ปี 2555 นี้ จะยังคงเป็นปีแห่งความยากลำบากของยุโรปต่อไป โดยคำเตือนมีขึ้นหลังจากที่นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักทั่วโลกพากันคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงปี 2555 นี้
นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี ระบุว่า แม้เศรษฐกิจโดยรวมของเยอรมนีจะถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่สำหรับปีใหม่นี้จะเป็นปีที่ยากเย็นแสนเข็ญสำหรับยุโรป โดยสถานการณ์จะเลวร้ายยิ่งกว่าปี 2554 อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะหนทางที่จะเอาชนะวิกฤตหนี้สาธารณะในภูมิภาคยังคงอีกยาวไกล
อย่างไรก็ตาม แมร์เกิล ระบุว่า ในท้ายที่สุดแล้วยุโรปจะสามารถขจัดปัญหาที่เกิดขึ้น และกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
ด้านประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส กล่าวว่า วิกฤตหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นยังไม่จบ โดยประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับบททดสอบต่อไปอีกปี







