
ผู้เชี่ยวชาญเตือนลงทุนหุ้น
เหตุวิกฤตหนี้ยุโรปยังอันตรายแต่เชื่อครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวได้
เหตุวิกฤตหนี้ยุโรปยังอันตรายแต่เชื่อครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวได้
นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกออกคำเตือนรับปีใหม่ คาดตลาดหุ้นโลกยังไม่น่าลงทุน เตรียมเผชิญความโกลาหล แต่จะสามารถฟื้นกลับมาได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
เอเอฟพีเผยรายงานความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ และบรรดาผู้ค้าจากทั่วโลกเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ซึ่งระบุว่า บรรยากาศตลาดหุ้นตลาดทุนในปี 2555 นี้ จะยังคงต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายโกลาหลมากกว่า ปี 2554 ที่ผ่านมา ทำให้การลงทุนไม่คึกคัก และเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว โดยมีปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปที่จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนจากทั่วโลกขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน
มาโนช ลัดวา จากอีทีเอ็กซ์ แคปิตอล คาดว่า ปี 2555 นี้จะเป็นปีที่เลวร้ายสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากกรีซมีแววจะต้องออกจากสหภาพยุโรป และอิตาลีต้องขอเงินช่วยเหลือตามรอยโปรตุเกสและกรีซ ส่วนจีนเองมีสิทธิสะดุด จนเศรษฐกิจทรุดได้
“เงื่อนไขทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลก และเราอาจจะได้เห็นมหกรรมการเทขายหุ้นครั้งใหญ่ในช่วงครึ่งปีแรกจนทำให้มูลค่าหุ้นในตลาดลดลง
อย่างไรก็ตาม ลัดวา ระบุว่าช่วงครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจโลกน่าจะกลับมาคึกคักสดใสได้อีกครั้ง เนื่องจากเศรษฐกิจของอเมริกาสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ เพราะตัวเลขอัตราการว่างงานมีแนวโน้มลดลงทำให้ประชาชนมีแรงซื้ออีกครั้ง
“เศรษฐกิจของสหรัฐน่าจะมีสัญญาณแสดงเสถียรภาพ และการเติบโต” ลัดวา กล่าวพร้อมแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า ความต้องการหุ้นของสหรัฐอาจจะมีเพิ่มมากขึ้น ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยสำหรับการลงทุน ภายใต้เงื่อนไขว่าสหรัฐต้องคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป
ด้าน คีธ เวด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากชโรเดอร์ส กล่าวว่า ในปี 2555 นี้ สถานการณ์วิกฤตหนี้ในภูมิภาคยุโรปจะยังคงเป็นจุดสนใจของนักลงทุนเหมือนเช่นปีที่แล้ว โดยสถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งกว่า เนื่องจากวิกฤตที่เกิดขึ้นได้บานปลายกลายเป็นวิกฤตความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อภูมิภาคยุโรป จนทำให้หลายประเทศในยุโรปไม่สามารถหาทุนมาฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ
ความเห็นดังกล่าวของเวดสอดคล้องกับ ไซมอน เดนแฮม ประธานบริษัทแคปิตอล สเปรด ที่กล่าวว่า นักลงทุนจะยังคงจับตามองสถานการณ์ในยุโรปต่อไปอย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของยุโรป เช่น สเปน และอิตาลี มีแนวโน้มที่อาจจะต้องปรับโครงสร้างหนี้ขนานใหญ่
ทั้งนี้ ในบรรดาตลาดหุ้นในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) อิตาลีถือเป็นตลาดที่ร่วงลงมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา โดยปรับลด 25% ขณะที่ฝรั่งเศสอยู่ที่ 17% เยอรมนีอยู่ที่ 14.7% และสเปนอยู่ที่ 13.8%







