posttoday
ฮุนเซนเร่งไทย-เขมรเจรจาพื้นที่ทับซ้อน

ฮุนเซนเร่งไทย-เขมรเจรจาพื้นที่ทับซ้อน

30 ธันวาคม 2554

"ฮุนเซน"ย้ำความสัมพันธ์ไทย-เขมร เร่งเจรจาพื้นที่ทับซ้อน ชวนลงทุนพลังงานโรงไฟฟ้า เตรียมตั้งคณะทำงานพัฒนาโรงไฟฟ้าสตึงนัม-เกาะกง

"ฮุนเซน"ย้ำความสัมพันธ์ไทย-เขมร เร่งเจรจาพื้นที่ทับซ้อน ชวนลงทุนพลังงานโรงไฟฟ้า  เตรียมตั้งคณะทำงานพัฒนาโรงไฟฟ้าสตึงนัม-เกาะกง


นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผย หลังการเข้าพบ นาย ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า บรรยากาศของการหารือเป็นไปอย่างดี โดยได้มีการหารือประมาณ 45  นาที

ในบรรยากาศที่เป็นมิตร โดยนาย ฮุน เซน ได้ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ดี โดยเฉพาะกับความสนิมสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้สองประเทศมีบรรยากาศที่ดีขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์เป็นไปด้วยดี และต้องการให้ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดน และพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยและ กัมพูชา เจรจาให้จบ โดยเฉพาะด้านปิโตรเลียม เพื่อนำปิโตรเลียมขึ้นมาใช้ประโยชน์ระหว่าง 2 ประเทศ

ด้าน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ไทย-กัมพูชา เห็นร่วมกันที่จะต้องเร่งรัดเรื่องการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าสตึงนัมและโรงไฟฟ้าเกาะกง ที่สองประเทศได้มีข้อตกลงเรื่องการจัดซื้อไฟฟ้าระหว่างกันแต่ก็ที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากเกิดปัญหาการเมืองของสองประเทศ จึงเห็นร่วมกันว่าควรจะตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อให้เกิดความชัดเจนอย่างรวดเร็ว

นายพิชัย กล่าวว่า ได้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าไปหารือในรายละเอียด เพราะจะเป็นผู้ซื้อไฟฟ้าจากกัมพูชาตามข้อตกลงเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยทาง กฟผ.ได้ให้บริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ กฟผ.เข้าไปศึกษาร่วมทุนทั้ง 2 โครงการนี้

สำหรับโรงไฟฟ้าสตึงนัม เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากลุ่มน้ำสตรึมตึ๊กมีการศึกษาการก่อสร้าง 3 แนวทางและ 2  ฝ่ายเห็นร่วมกันว่าแนวทางที่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในไทยจะเป็นประโยชน์สูงสุด คือ ตัวเขื่อนอยู่ฝั่งกัมพูชาและโรงไฟฟ้าอยู่ฝั่งไทย เบื้องต้นบริษัท เกาะกงซีบอร์ดของกัมพูชา ได้นำเสนอผลการศึกษามา 2 รูปแบบ คือ กำลังผลิตไฟฟ้าขนาด  94  และ101  เมกะวัตต์ ลงทุนประมาณ  5,500 ล้านบาท  จะมีการจัดสรรน้ำไปใช้ประโยชน์ต่อกัมพูชาให้แก่พื้นที่เกษตร อุตสาหกรรม ชุมชนในกัมพูชา บริเวณเกาะกง และมีน้ำเพียงพอที่จะผันมาใช้ในไทยในส่วนของมาบตาพุด จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อีกประมาณ  200-500 ลูกบาศก์เมตร

ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินเกาะกงนั้น ในขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนจากผู้ลงทุนในกัมพูชาว่ามีความคืบหน้าอย่างไร เพราะรัฐบาลกัมพูชาได้แจ้งมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2551 ว่า ให้สิทธิ์การพัฒนาโครงการนี้เพื่อขายไฟฟ้าให้ไทยแก่เอกชน 3 ราย โดยกำหนดว่าถ้ารายใดตกลงขายไฟฟ้าแก่ไทยได้ ก็จะให้สิทธิ์การพัฒนาโครงการกับรายนั้น ได้แก่ 1.บริษัท เกาะกงเพาเวอร์ไลท์ ที่มีอิตัลไทย, ราชบุรีเพาเวอรร์และกลุ่มเอ็กโก้ ร่วมถือหุ้นกำลังผลิตติดตั้ง 1,800  เมกะวัตต์ ใช้ถ่านหินจากอินโดนีเซีย  2.กลุ่มลงทุนระหว่างประเทศของกัมพูชา กำลังผลิต 1,800 เมกะวัตต์  ผู้ถือหุ้น ได้แก่ เจริญเอ็นเนอร์ยี่และวอเตอร์เอเชีย สัดส่วนร้อยละ 72 และกลุ่มลงทุนระหว่างประเทศของกัมพูชาร้อยละ 28 ใช้ถ่านหินจากอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ส่วนผู้ลงทุนรายที่ 3 ได้แก่ กัลฟ์เจพี ผู้ถือหุ้น ได้แก่ จีเจพีโฮลดิ้ง และเจเพาเวอร์จากญี่ปุ่น กำลังผลิต 1,800 เมกะวัตต์ ใช้ถ่านหินจากอินโดนีเซียและออสเตรเลีย

 

ฮุนเซนเร่งไทย-เขมรเจรจาพื้นที่ทับซ้อน

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก