
เกาหลีเหนือเคร้าสิ้น คิมจองอิล นานาชาติตามติดเตรียมรับมือโสมแดง
สถานีโทรทัศน์ของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ)
สถานีโทรทัศน์ของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ)
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สถานีโทรทัศน์ของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานว่า คิมจองอิล ผู้นำเกาหลีเหนือวัย 69 ปี ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ระหว่างการโดยสารรถไฟเพื่อไปปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่
สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของเกาหลีเหนือได้เผยแพร่ภาพชาวเกาหลีเหนือในกรุงเปียงยางต่างพากันรวมตัวกันด้านหน้ารูปของผู้นำที่แขวนอยู่ทั่วเมือง ซึ่งบางรายถึงกับนั่งทรุดตัวลงกับพื้นร่ำไห้ต่อการจากไปของ “ผู้นำอันเป็นที่รัก” ขณะที่ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดให้บริการและมีการลดธงครึ่งเสา
นอกจากนี้ ทางการเกาหลีเหนือยังประกาศงดจัดกิจกรรมบันเทิงต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมไว้อาลัยระหว่างวันที่ 17-29 ธ.ค.
ขณะเดียวกัน ภายหลังจากการประกาศข่าวอสัญกรรมไม่นาน สำนักข่าวกลางเกาหลียังเรียกร้องให้ประชาชนชาวเกาหลีเหนือปฏิบัติตามคำสั่งของ คิมจองอุน บุตรชายคนเล็กของ คิมจองอิล ทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งได้รับการวางตัวให้เป็นทายาทผู้นำประเทศคนต่อไป ถึงแม้ว่า คิมจองอุน จะอยู่ในวัย 20 ตอนปลาย และไม่มีประสบการณ์ด้านการเมืองหรือกองทัพเลยก็ตาม
“คิมจองอุน คือผู้สืบทอดอำนาจที่ดีที่สุดของเกาหลีเหนือที่จะก้าวมาเป็นผู้นำพรรค ผู้นำของกองทัพและผู้นำของประชาชนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นสมาชิกพรรคทุกคน ทหารในกองทัพทุกคน และประชาชน ควรจะเชื่อมั่นและจงรักภักดีในความเป็นผู้นำของคิมจองอุน ปกป้องและส่งเสริมความเป็นเอกภาพของพรรค กองทัพ และประชาชน” แถลงการณ์ระบุ
รอยเตอร์สรายงานอีกว่า หลังมีประกาศดังกล่าว ประธานาธิบดี ลีมยองบัก ของเกาหลีใต้ ได้ประกาศประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งฉุกเฉินขึ้น เพื่อเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยบริเวณแนวชายแดน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบและใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ
ด้านเจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า กำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของทางเปียงยางอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเตรียมหารือกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ และประชาคมโลกเพื่อรับรองเสถียรภาพในภูมิภาค เนื่องจากกังวลว่าอาจเกิดความรุนแรงขึ้นในอนาคต เพราะความเป็นจริงแล้ว เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในภาวะสงคราม ทว่าสงครามเกาหลีดังกล่าวได้ยุติลงเป็นการชั่วคราวด้วยสนธิสัญญาหยุดยิงในปี 2496
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี ลีมยองบัก ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐแล้ว โดยผู้นำทั้งสองต่างเห็นพ้องต้องกันในการร่วมมือกันจับตาและควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้านเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (เจซีเอส) เปิดเผยว่า ได้เพิ่มระดับการเฝ้าระวังภัยบริเวณแนวชายแดนแล้ว พร้อมกับขอกำลังเสริมเป็นเครื่องบินและดาวเทียมจากสหรัฐ ซึ่งมีทหารประจำการอยู่ในประเทศราว 2.85 หมื่นนาย ให้ช่วยตรวจตราความมั่นคงของประเทศ พร้อมกันนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งหมายความว่าเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะถูกห้ามไม่ให้ลางานหรือเดินทาง
ด้านประชาชนชาวเกาหลีใต้ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกตกใจกับข่าวการเสียชีวิตของผู้นำเกาหลีเหนือและวิตกกังวลว่าอาจจะเกิดสงครามขึ้นในอนาคต ในขณะที่บางส่วนคาดหวังว่า เกาหลีเหนือจะสามารถก้าวเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยได้มากขึ้น
พร้อมกันนี้ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เตือนว่าอันดับเครดิตของเกาหลีใต้อาจได้รับผลกระทบ หากเกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองในเกาหลีเหนือหลังการเสียชีวิตของผู้นำ
เอสแอนด์พีระบุว่า ถึงแม้ว่าการเสียชีวิตของผู้นำคิมเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี ทว่าอันดับความน่าเชื่อถือสำหรับเงินตราต่างประเทศที่ A และ A+ สำหรับอัตราค่าเงินในท้องถิ่นนั้นยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากการสืบทอดตำแหน่งเกิดปัญหา เกาหลีใต้อาจต้องประสบความยุ่งยากด้านความมั่นคงและทางการเงินตามมา
ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเรียกประชุมด้านความมั่นคงฉุกเฉิน เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากข่าวการจากไปของผู้นำเกาหลีเหนือ
นายกรัฐมนตรี โยชิฮิโก โนดะ กล่าวว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของประเทศเตรียมปฏิบัติงานร่วมกับสหรัฐ จีน และเกาหลีใต้ เพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด อย่างไรก็ตาม โอซามุ ฟุจิมุระ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังตรวจไม่พบความผิดปกติของการเคลื่อนไหวทางทหารในเกาเหลีเหนือแต่อย่างใด
นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้ส่งสารแสดงความเสียใจต่อรัฐบาลเกาหลีเหนือและแสดงความคาดหวังว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสันติภาพและเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งถือว่าเป็นปฏิกิริยาครั้งสำคัญของญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือตั้งแต่ในช่วงปี 24532488ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเคยปกครองคาบสมุทรเกาหลี ประกอบกับเหตุการณ์เมื่อปี 2545 ที่เกาหลีเหนือเคยออกมายอมรับว่าลักพาตัวชาวญี่ปุ่นเพื่อไปฝึกภาษาให้กับสายลับเกาหลีเหนือ และผู้ที่ถูกลักพาตัวส่วนใหญ่หายสาบสูญไป ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน เจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐ กล่าวว่า ขณะนี้สหรัฐกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังทราบข่าวการเสียชีวิตของ คิมจองอิล พร้อมยืนยันพันธะหน้าที่ของสหรัฐในการรักษาความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์หลายฝ่ายยังมีความวิตกกังวลว่าการเสียชีวิตของคิมจองอิล อาจส่งผลให้การเจรจา 6 ฝ่ายระหว่าง เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย เพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งก่อนหน้านี้มีทีท่าว่าจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งภายหลังที่ต้องหยุดชะงักไปเมื่อเดือน เม.ย. 2552 เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงว่า คิมจองอุน ผู้สืบทอดตำแหน่งทางการเมืองคนใหม่อาจจะไม่เสี่ยงที่จะเลือกทางเดินที่แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของประเทศ ในขณะที่กำลังพยายามรวมอำนาจไว้เป็นหนึ่งเดียว
ทั้งนี้ สหรัฐเตรียมรื้อฟื้นความช่วยเหลือด้านอาหารแก่เกาหลีเหนือในสัปดาห์นี้ เพื่อแลกกับยอมตกลงเข้าร่วมเจรจานิวเคลียร์ 6 ฝ่าย เพื่อยุติโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นการตอบแทน
เอพีรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวดิ่งลงแรงทันทีขานรับข่าวการอสัญกรรมของคิมจองอิล โดยดัชนีคอสปิของเกาหลีปรับตัวลงทันที 4.87% ในขณะที่ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปิดตลาดร่วงลง 1.26% สู่แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ และดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปิดเที่ยงวันดิ่งลง 2.5%
เบซุงยอง นักเศรษฐศาสตร์ของฮุนได ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า ผลกระทบต่อตลาดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยส่วนตัวคาดว่าผลกระทบต่อตลาดในระยะสั้นราว 2-3 วันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ข่าวการสูญเสียผู้นำเกาหลีเหนือในครั้งนี้อาจแตกต่างออกไป เนื่องจากกระบวนการถ่ายโอนอำนาจยังไม่เสร็จสมบูรณ์







