posttoday
เศรฐกิจจีนกับการลงทุนต่างแดน

เศรฐกิจจีนกับการลงทุนต่างแดน

12 ธันวาคม 2554

เศรษฐีจีนกับการลงทุนต่างแดนสําหรับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกอย่างจีนแล้ว

เศรษฐีจีนกับการลงทุนต่างแดนสําหรับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกอย่างจีนแล้ว

โดย..รวิภาส กล่ำทวี

นอกจากจะมีจำนวนประชากรที่จัดอยู่ในขั้นมหาเศรษฐีเป็นจำนวนมากที่อาศัยอยู่ภายในประเทศแล้ว มหาเศรษฐีชาวจีนที่ทำมาหากินในต่างแดนยังมีอยู่เป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

สำหรับประเทศต่างแดนที่บรรดามหาเศรษฐีชาวจีนนิยมไปทำธุรกิจและอาศัยอยู่ในลักษณะทั้งถาวรและไม่ถาวร (ไปกลับ) มักจะได้แก่ สหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะสองประเทศแรกคือ สหรัฐกับแคนาดาที่มียอดชาวจีนเข้าไปอยู่อาศัยและประกอบธุรกิจจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี

จากการเปิดเผยของผลการสำรวจร่วมกันเมื่อกลางปีนี้ที่ผ่านมาระหว่างธนาคารจีน China Merchants Bank กับบริษัท เบนแอนด์โค (Bain & Co) พบว่ามีนักธุรกิจชาวจีนจำนวนสูงถึงกว่า 5 แสนคน ที่มีทรัพย์สินด้านการลงทุนคิดเป็นมูลค่าสูงเกิน 10 ล้านหยวน หรือกว่า 1.57 ล้านเหรียญสหรัฐ เกือบ 3 แสนคน หรือคิดเป็นประมาณ 60% ของยอด 5 แสนคน มีทั้งที่กำลังพิจารณาตัดสินใจ เริ่มกระบวนการทำเอกสารเดินทางและบางส่วนได้ออกเดินทางไปแล้วเพื่อไปทำมาหากินในต่างแดน

เฉพาะในสหรัฐเอง ในปีนี้มีนักธุรกิจชาวจีนที่ติดต่อสมัครเข้าไปประกอบธุรกิจในสหรัฐผ่านทางการขอวีซ่าประเภทนักลงทุน (Investor Visa) เป็นจำนวนเกือบ 3,000 ราย ตัวเลขดังกล่าวสูงขึ้นจากจำนวนเพียง 270 ราย เมื่อปี 2550 สำหรับสหรัฐนั้นบุคคลที่ต้องการขอวีซ่าประเภทนักลงทุนจะต้องยื่นเอกสาร เพื่อแสดงความจำนงที่จะประกอบธุรกิจในสหรัฐคิดเป็นมูลค่าการลงทุนอย่างต่ำต้องไม่น้อยกว่า 5 แสนเหรียญสหรัฐ และจะต้องมีการจ้างคนงานสหรัฐไม่ต่ำกว่า 10 คน เข้าไปทำงานในโครงการต่างๆ เป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าวนักธุรกิจชาวจีนจะถูกส่งกลับประเทศทันที ทำให้ธุรกิจการดำเนินการเอกสารและการขอวีซ่าให้แก่นักธุรกิจจีน โดยชาวจีนด้วยกันที่ทำงานอยู่แล้วในสหรัฐเป็นไปอย่างคึกคักและทำเงินเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี

ในส่วนของการเสนอโครงการการลงทุนในประเทศอื่นๆ เพื่อให้ได้วีซ่านักลงทุน เช่น แคนาดาหรือออสเตรเลียก็จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่แต่ละประเทศกำหนดไว้ เช่น ในแคนาดากำหนดไว้ว่าถ้าต้องการวีซ่านักลงทุนต้องเสนอโครงการลงทุนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 8 แสนเหรียญแคนาดา หรือถ้าในออสเตรเลียก็จะต้องลงทุนในโครงการมูลค่าสุทธิขั้นต่ำ 5 แสนเหรียญออสเตรเลีย เป็นต้น

ลักษณะของการใช้ชีวิตในต่างแดนของนักธุรกิจชาวจีนมักจะเป็นไปในแบบของการ “แยกกันอยู่” แบบไม่ถาวรโดยสามีมักจะทำเรื่องขอใบอนุญาตการอยู่อาศัย (Residency Permits) เพื่อเข้าออกประเทศที่ไปลงทุนได้อย่างสะดวก ขณะที่ภรรยาและลูกก็มักจะขอพาสปอร์ตต่างประเทศและอยู่อาศัยในต่างแดนเป็นระยะเวลานานๆ เพื่อดูแลธุรกิจในต่างประเทศ ขณะที่สามีมักจะเดินทางไปๆ มาๆ เพื่อดูแลธุรกิจในจีนด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ นักธุรกิจชาวจีนที่ไปลงทุนในต่างแดนมักจะไม่ทอดทิ้งธุรกิจของครอบครัวตนเองในจีนไปอย่างถาวร

เหตุผลที่บรรดานักธุรกิจชาวจีนระดับเศรษฐีนิยมไปลงทุนในต่างแดน ซึ่งจะว่าไปก็ดูจะเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดพอสมควร เนื่องจากนักธุรกิจส่วนใหญ่ในโลกต้องการแสวงหาผลกำไรจากการลงทุนเป็นหลัก แต่นักธุรกิจจีนมีเหตุผล (จากการเปิดเผยของผลสำรวจโดย Bank of China และจากรายงานของ ShanghaiBased Hurun Report) เรียงตามลำดับความสำคัญดังต่อไปนี้

เหตุผลที่สำคัญมากที่สุด ได้แก่ การที่บรรดาเศรษฐีจีนต้องการให้บุตรหลานของพวกเขาได้รับการศึกษาที่ดีและมีมาตรฐานสูงระดับโลก โดยพวกเขาคิดว่าการศึกษาในจีนยังทัดเทียมกับประเทศตะวันตก โดยเฉพาะในสหรัฐและแคนาดาไม่ได้ ชาวจีนหลายคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยในสหรัฐมีมาตรฐานที่ดีและสูงกว่ามหาวิทยาลัยในจีน บรรดาผู้นำจีนในปัจจุบัน เช่น รองประธาน ซี จิ้นผิง ที่กำลังได้รับการคาดหมายว่าน่าจะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีของจีนเป็นคนต่อไป ก็ส่งลูกของตนเองไปศึกษาในต่างประเทศ

เหตุผลประการถัดมา ได้แก่ การหนีสภาวะแวดล้อมโดยเฉพาะด้านอากาศบริสุทธิ์ สำหรับหายใจและปัญหาด้านสุขอนามัยทางอาหาร ซึ่งปัญหาทั้งสองด้านรัฐบาลจีนยังไม่สามารถแก้ไขให้ได้มาตรฐานโลกได้

เหตุผลประการที่สาม ได้แก่ การได้ใบอนุญาตอยู่อาศัยในต่างแดนสามารถช่วยให้การเดินทางออกจากจีนไปอยู่ในต่างแดน โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายด้านธุรกิจ นโยบายด้านการเมืองหรือความรุนแรงทางสังคมเกิดขึ้น จากการเปิดเผยของอาจารย์มหาวิทยาลัยชิงหัวพบว่า สถิติในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจนถึงปี 2553 มีความรุนแรงที่เกิดจากการประท้วงในจีนด้วยหลากหลายเหตุผล เช่น การเดินประท้วง การก่อการจลาจล การสไตรก์หยุดงานเพิ่มมากขึ้นถึงเกือบสองแสนครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความมั่นคงทางสังคมของจีนยังคงมีความเปราะบาง

เหตุผลประการสุดท้าย ได้แก่ การหลีกเลี่ยงการปะทะทางชนชั้นระหว่างคนรวยกับคนจน โดยคนรวยได้คาดการณ์ว่า ในอนาคตนโยบายทางการเมืองของจีนอาจจะเปลี่ยนแปลง และทำให้คนจนเกลียดคนรวยที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล และมีโอกาสสร้างความร่ำรวยได้มากกว่าการไปอยู่อาศัยในต่างแดนจะช่วยเรื่องความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ในหลายประเทศที่พบว่ามีคนรวยชาวจีนเข้าไปทำงานเป็นจำนวนมากเริ่มเพิ่มมาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับการขอวีซ่ามากขึ้น ทำให้เศรษฐีจีนที่กำลังคิดจะไปใช้ชีวิตในต่างแดนเริ่มเผชิญกับอุปสรรคมากขึ้น จนหลายคนเริ่มเปลี่ยนความคิดขออยู่และตายในแผ่นดินบ้านเกิดดีกว่า  

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน