posttoday
จันทร์สีแดงในคืนวันรัฐธรรมนูญ

จันทร์สีแดงในคืนวันรัฐธรรมนูญ

27 พฤศจิกายน 2554

พ.ศ. 2554 มีจันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้น 2 ครั้ง ประเทศไทยมีโอกาสเห็นได้ทั้งสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อกลางเดือน มิ.ย.

พ.ศ. 2554 มีจันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้น 2 ครั้ง ประเทศไทยมีโอกาสเห็นได้ทั้งสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อกลางเดือน มิ.ย.

โดย..วรเชษฐ์ บุญปลอด

ซึ่งมีรายงานว่าหลายพื้นที่ไม่สามารถเห็นได้ เนื่องจากเมฆปกคลุมท้องฟ้าเป็นส่วนใหญ่ ครั้งที่ 2 จะเกิดขึ้นในคืนวันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. 2554 มีโอกาสเห็นได้ดีกว่า เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว แม้ว่าช่วงเวลามืดเต็มดวงจะสั้นกว่าครั้งที่แล้วมาก

จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้เป็นอุปราคาครั้งสุดท้ายของปี เกิดขึ้นในคืนวันรัฐธรรมนูญ และสำหรับวงการโทรทัศน์แล้วถือเป็นช่วงเวลาที่มีผู้สนใจมากที่สุด (Prime Time) เนื่องจากเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่ยังไม่นอน ต่างกับครั้งที่แล้วที่เกิดในเวลากลางดึก

พื้นที่บนโลกที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้พร้อมประเทศไทย คือ ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา ยุโรป เอเชีย ฮาวาย มหาสมุทรแปซิฟิก และเกือบทั้งหมดของทวีปอเมริกาเหนือ โดยแถบยุโรปและแอฟริกาเกิดปรากฏการณ์ขณะดวงจันทร์ขึ้นในค่ำวันที่ 10 ธ.ค. ส่วนแถบอเมริกาเกิดปรากฏการณ์ขณะดวงจันทร์ตกในเช้ามืดของวันเดียวกัน ตามเวลาท้องถิ่น

จันทรุปราคาครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อดวงจันทร์สัมผัสเงามัวของโลกในเวลา 18.34 น.แต่จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นกับดวงจันทร์ จนกระทั่งดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกมากพอ ราว 1 ทุ่มครึ่ง หรือก่อนหน้านั้นไม่นาน อาจเริ่มสังเกตว่าพื้นผิวดวงจันทร์โดยรวมดูหมองคล้ำลงเล็กน้อย โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกของดวงจันทร์ ซึ่งก็คือด้านล่าง หรือด้านที่หันเข้าหาขอบฟ้า

จันทร์สีแดงในคืนวันรัฐธรรมนูญ

 

จันทรุปราคาบางส่วนเริ่มขึ้นเวลา 19.46 น. เป็นจังหวะที่ดวงจันทร์เริ่มสัมผัสเงามืด ขอบด้านตะวันออกของดวงจันทร์จะเริ่มแหว่ง ขณะนั้นดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีมุมเงยสูงจากขอบฟ้าเกือบ 30 องศา ดาวพฤหัสบดีอยู่สูงขึ้นไปเกือบถึงจุดเหนือศีรษะ ส่วนดาวศุกร์ใกล้จะตกลับขอบฟ้าหรือตกลับขอบฟ้าไปแล้วสำหรับบางพื้นที่

ดวงจันทร์จะเข้าไปในเงามืดลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ถูกบังครึ่งดวงเมื่อใกล้เวลา 2 ทุ่มครึ่ง จากนั้นเริ่มบังหมดทั้งดวงในเวลา 21.06 น. นับเป็นเวลาที่เริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์ถูกเงาโลกบดบังทั้งดวง แต่เรายังเห็นดวงจันทร์ได้ โดยพื้นผิวดวงจันทร์อาจมีสีน้ำตาล สีส้ม หรือสีแดงอิฐ และอาจมีสีเหลืองหรือฟ้าปะปนอยู่ได้เล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะในบรรยากาศโลกตรงบริเวณรอยต่อระหว่างด้านกลางวันกับกลางคืนของโลก แสงอาทิตย์ที่หักเหและกระเจิงขณะเดินทางผ่านบรรยากาศโลก แล้วไปตกที่ดวงจันทร์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงไม่มืดสนิท

เวลา 21.32 น. ดวงจันทร์เข้าใกล้ศูนย์กลางเงาโลกมากที่สุด คาดหมายได้ว่าเป็นเวลาที่ดวงจันทร์มืดคล้ำที่สุด (หากท้องฟ้าเปิดตลอดปรากฏการณ์) โดยซีกด้านทิศเหนือ (ซ้ายมือ) น่าจะคล้ำกว่าด้านทิศใต้ เนื่องจากอยู่ใกล้ศูนย์กลางเงามากกว่า นอกจากนี้พื้นที่ที่เรียกว่ามาเร (ทะเล) ซึ่งเป็นส่วนคล้ำบนดวงจันทร์ ก็อยู่ในบริเวณด้านทิศเหนือมากกว่าด้านทิศใต้

จันทรุปราคาเต็มดวงสิ้นสุดลงในเวลา 21.57 น. รวมเวลาที่ดวงจันทร์ทั้งดวงอยู่ในเงามืดของโลกนาน 51 นาที หลังจากนั้นดวงจันทร์จะเคลื่อนออกจากเงามืด ใช้เวลาอีกเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง ดวงจันทร์จึงจะกลับมาเต็มดวงในเวลา 23.18 น. ขณะนั้นดวงจันทร์อยู่สูงเกือบถึงจุดเหนือศีรษะ มองต่ำลงมาทางทิศตะวันตกจะเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่ที่มุมเงยประมาณ 5060 องศา

หลังสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 5 ทุ่มเศษ แม้ว่าดวงจันทร์จะเต็มดวง ไม่มีส่วนแหว่งเว้าแล้ว แต่ดวงจันทร์จะยังไม่สว่างเต็มที่ พื้นผิวของดวงจันทร์ยังหมองคล้ำอยู่เล็กน้อยต่อไปอีกราวครึ่งชั่วโมง เพราะยังอยู่ในเงามัวของโลก หลังจากนั้นเราจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นกับดวงจันทร์อีก จันทรุปราคาครั้งนี้จะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์เมื่อดวงจันทร์ทั้งดวงออกจากเงามัวในเวลา 00.30 น.

ช่วงที่เกิดจันทรุปราคาในคืนวันที่ 10 ธ.ค. 2554 ดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาววัว บริเวณรอบๆ มีดาวฤกษ์สว่างอยู่หลายดวง สูงขึ้นไปจะเห็นกระจุกดาวลูกไก่อยู่ห่างดวงจันทร์เกือบ 20 องศา

นับตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา เคยเกิดจันทรุปราคาเห็นได้ในประเทศไทยที่ตรงกับวันระลึกการพระราชทานรัฐธรรมนูญมาแล้วครั้งหนึ่งในเช้ามืดวันที่ 10 ธ.ค. 2535 หลังจากปีนี้จันทรุปราคาในวันรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2619 (ไม่นับรวมจันทรุปราคาเงามัวในปี 2573 ซึ่งสังเกตได้ยาก)

เราไม่ควรพลาดจันทรุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้ เพราะทั่วโลกจะไม่มีโอกาสเห็นจันทรุปราคาเต็มดวงอีกเลยจนกระทั่งปี 2557 ปีนั้นและปีถัดไปจะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงรวม 4 ครั้งติดต่อกัน เห็นได้ในประเทศไทย 2 ครั้ง ได้แก่ วันพุธที่ 8 ต.ค. 2557 (ตรงกับวันออกพรรษา) แต่ช่วงบังหมดดวงอาจสังเกตได้ยาก เนื่องจากดวงจันทร์ยังอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าและท้องฟ้ายังไม่มืด อีกครั้งในค่ำวันเสาร์ที่4 เม.ย. 2558

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า

(27 พ.ย.4 ธ.ค.)

ดาวศุกร์กับดาวพฤหัสบดีเป็นดาวสว่าง 2 ดวงที่เห็นได้ง่ายบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ดาวศุกร์ปรากฏอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันตก ตกลับขอบฟ้าตามหลังดวงอาทิตย์ประมาณ 2 ชั่วโมง ดาวพฤหัสบดีอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศตะวันออก ผ่านเหนือศีรษะในเวลา 3 ทุ่มครึ่ง และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกในเวลาประมาณตี 4

ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต เริ่มเห็นได้เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกตั้งแต่เวลาประมาณตี 1 หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย ดาวอังคารเคลื่อนสูงขึ้นจนมีมุมเงย 75 องศา ในเวลาเช้ามืด ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว ใกล้ดาวสไปกาหรือดาวรวงข้าว เริ่มเห็นได้เหนือขอบฟ้าตั้งแต่เวลาประมาณตี 4 จากนั้นจะมีมุมเงยราว 30 องศา เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง

สัปดาห์นี้เป็นข้างขึ้น ค่ำวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. จะเห็นดวงจันทร์เสี้ยวอยู่สูงเหนือดาวศุกร์เพียง 4 องศา เป็นปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนที่สวยงามครั้งหนึ่งของปีนี้ พื้นผิวด้านสว่างของดวงจันทร์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามมุมห่างจากดวงอาทิตย์ สว่างครึ่งดวงในวันที่ 2 ธ.ค. m

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท